
เปิด 10 อันดับข่าวปลอม นโยบายรัฐบาลนำโด่ง
ดีอีเอส เปิด 10 อันดับข่าวปลอม นโยบายรัฐบาลนำโด่ง ตามด้วยกลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ เตือนประชาชน เช็กให้ชัวร์ก่อนตกเป็นเหยื่อ
นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส)เปิดเผยว่า ผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ว่า ระหว่างวันที่ 8 – 14 ธันวาคม 2566 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 1,201,629 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งสิ้น 124 ข้อความ
สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 114 ข้อความ ไลน์ออฟฟิเชียล จำนวน 10 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ 82 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 50 เรื่อง
ทั้งนี้ ได้แบ่งข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจเป็น 4 กลุ่ม ประกอบด้วย
- นโยบายรัฐบาล ข่าวสารทางราชการ ความสงบเรียบร้อยของสังคม ขัดศีลธรรมอันดี และความมั่นคงภายในประเทศ จำนวน 53 เรื่อง
- ผลิตภัณฑ์สุขภาพ วัตถุอันตราย เครื่องสำอาง รวมถึงสินค้าและบริการที่ผิดกฎหมาย จำนวน 13 เรื่อง
- ภัยพิบัติ จำนวน 2 เรื่อง
- เศรษฐกิจ จำนวน 14 เรื่อง
"เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจในลำดับต้นๆ พบส่วนใหญ่เป็นข่าวด้านกลุ่มนโยบายรัฐบาล ข่าวสารทางราชการ รองลงมาเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ และกลุ่มเศรษฐกิจ"นายเวทางค์กล่าว
โดยข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชน มากที่สุด 10 อันดับ ได้แก่
- เซรั่มวิเศษลดเลือนริ้วรอย หยดเดียวตีนกาหาย
- ชวนร่วมลงทุน CPALL เริ่ม 1,000 บาท รับ 390 ต่อวัน ผ่านเพจเฟซบุ๊ก
- ตลาดหลักทรัพย์ฯ ร่วมกับ CPALL เปิดให้ลงทุน 1,000 บาท ปันผล 10-25% ต่อวัน
- เช็คว่าเป็นโรคหลอดเลือดตีบที่สมองด้วยตนเอง เพียงแค่ยืนและก้มศีรษะ
- เพจเฟซบุ๊กชวนลงทุนกองทุนระยะสั้น (รายวัน) เริ่มต้นที่ 1,289 บาท ปันผลกำไร 10%-15%
- คดีความใดที่เกี่ยวกับกรมสรรพากร ทางกรมฯ สามารถอายัดบัญชีธนาคารได้ โดยไม่ต้องขอคำสั่งจากศาลเมื่อมีคนร้องทุกข์
- เพจเฟซบุ๊กใหม่ของกรมบังคับคดี กระทรวงยุติธรรม
- ปตท. รายได้สูงถึง 3 ล้านล้านบาท/ปี แต่นำส่งเข้ารัฐแค่ 1% เท่านั้น
- เรื่อง th.gold362.com/main/home เป็นเว็บไซต์ใหม่ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และ
- รัฐบาลเก็บภาษี 30% สำหรับบุคคลที่ไม่มีสามี
กระทรวงดีอี ขอให้ประชาชนตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์/โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน และมีการส่งต่อข้อมูลข่าวปลอมเหล่านี้ ก็จะทำให้ได้รับข้อมูลผิดๆ และส่งผลกระทบกับประชาชนที่หลงเชื่อข่าวปลอมดังกล่าว
ทั้งนี้ สามารถติดตามและแจ้งเบาะแสข่าวปลอม ผ่านช่องทางต่างๆ ของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ที่ไลน์ @antifakenewscenter เว็บไซต์ที่นี่






