
ผู้ว่าฯนครศรีธรรมราช สั่งทุกพื้นที่เฝ้าระวังสถานการณ์อุทกภัย
ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช สั่งทุกพื้นที่เฝ้าระวังสถานการณ์อุทกภัย ช่วยเหลือประชาชนทันท่วงที ล่าสุดมีพื้นที่ประสบภัยแล้วทั้งหมด 3 อำเภอ สั่งการให้ฝ่ายปกครองผู้นำท้องถิ่นอาสาสมัคร ติดตามใกล้ชิด
จากกรณีที่ กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศ ฉบับที่ 8 เรื่อง ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคใต้และคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทยตอนล่าง มีผลกระทบถึงวันที่ 27 พฤศจิกายน 2566
ล่าสุด นายขจรเกียรติ รักพานิชมณี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่าตามที่ได้เกิดสถานการณ์ฝนตกหนัก ตั้งแต่วันที่ 24 - 26 พฤศจิกายน 2566 ในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยในช่วงเวลา 15.00 น. ปรากฏว่ามีพื้นที่ประสบภัยแล้ว 3 อำเภอ ประกอบด้วย
- อำเภอนบพิตำ น้ำป่าไหลหลาก ท่วมเส้นทางจราจร กระทบต่อการสัญจรของประชาชน ในพื้นที่ พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่ ต.นบพิตำ ม.4 ต.นาเหรง ม.1 และ ม.8 ต.กรุงชิง ม.3,7,8,10 ต.กะหรอ ม.4,5,9
- อำเภอสิชล น้ำป่าไหลหลาก ท่วมบ้านเรือนประชาชน เส้นทางจราจร กระทบต่อการสัญจรของประชาชน ในพื้นที่ พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ได้แก ต.ฉลอง ม.2 ประชาชนได้รับผลกระทบ 7 ครัวเรือน 35 คน ต.เทพราช ม.14 (ท่วมเส้นทางจรจราจร ต.ทุ่งใส ม.3 ประชาชนได้รับผลกระทบ 5 ครัวเรือน 23 คน และ ม.8 ต.สิชล เกิดวาตภัย ต้นไม้ล้มทับบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายบางส่วน 1 หลังคาเรือน
- อำเภอท่าศาลา น้ำป่าไหลหลาก ท่วมบ้านเรือนประชาชน เส้นทางจราจร กระทบต่อการสัญจรของประชาชน ในพื้นที่ พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่ ต.ตลิ่งชัน ม.1 ประชาชนได้รับผลกระทบ 5 ครัวเรือน 26 คน ต.สระแก้ว ม.4 ประชาชนได้รับผลกระทบ 4 ครัวเรือน 17 คน
สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครศรีธรรมราช และสาขา ที่ทำการปกครองอำเภอ หน่วยทหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำท้องที่ อาสาสมัคร อปพร. มูลนิธิในพื้นที่ จิตอาสา และเครือข่ายในแต่ละพื้นที่ ให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่ได้รับความเดือดร้อนในเบื้องต้น และจะดำเนินการสำรวจความเสียหาย เพื่อให้ความช่วยเหลือตามระเบียบที่เกี่ยวข้องต่อไป สำหรับแนวโน้มสถานการณ์ ยังมีฝนตกอย่างต่อเนื่อง
ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ยังได้สั่งการให้ฝ่ายปกครองผู้นำท้องถิ่นอาสาสมัคร เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์ในพื้นที่อย่างใกล้ชิด และพร้อมให้ความช่วยเหลือประชาชน ตลอด 24 ชั่วโมง ส่วนประชาชนให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ ติดตามการพยากรณ์อากาศอย่างต่อเนื่อง และเฝ้าสังเกตความเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำในพื้นที่อย่างใกล้ชิด รวมทั้งดูแลไม่ให้เด็กลงเล่นน้ำที่อาจจะเสี่ยงเกิดความเสียหายลงได้






