
“ปิยจิต-ศุภจี” นักธุรกิจหญิงไทยทรงอิทธิพล ติดโผ Power Businesswomen 2023
“ปิยจิต-ศุภจี” 2 นักธุรกิจหญิงไทยทรงอิทธิพล ติดโผ 20 สตรี Power Businesswomen 2023 หรือ ทำเนียบนักธุรกิจหญิงผู้ทรงอิทธิพล 2023
ในโลกกำลังเผชิญกับความเป็นจริงทางเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ นักธุรกิจหญิงในเอเชียแปซิฟิกกำลังผลักดันกิจการใหม่และก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดในองค์กรที่ใหญ่ที่สุดและมีชื่อเสียงที่สุดในภูมิภาค
Forbes Asia จัดอันดับ Power Businesswomen 2023 ทำเนียบนักธุรกิจหญิงผู้ทรงอิทธิพล ประจำปี 2023 โดยมีผู้นำ 20 คนที่ติดอันดับรายชื่อนักธุรกิจหญิงที่ทรงอำนาจ พวกเธอดำเนินงานในอุตสาหกรรมที่หลากหลาย รวมถึงการเงินและการธนาคาร อสังหาริมทรัพย์ เทคโนโลยี และสินค้าโภคภัณฑ์ บางคนได้เลื่อนขั้นของบริษัทขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุด และในหลายกรณีก็กลายเป็นผู้หญิงคนแรกที่รับบทบาทเหล่านี้ คนอื่นกำลังนำธุรกิจครอบครัวของตนก้าวไปสู่ระดับใหม่หรือสร้างกิจการของตนเอง
ในบรรดารายชื่อนักธุรกิจหญิงรงอิทธิพลในปีนี้ มีนักธรุกิจหญิงชาวไทยมากความสมารถติดทำเนียบปีนี้ทั้งหมด 2 คนด้วยกัน นั่นคือ ปิยจิต รักอริยะพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Sappe และ ศุภจี สุธรรมพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Dusit International
Forbes Asia ได้หยิบยกประวัติของเธอทั้งคู่เอาไว้อย่างน่าสนใจ ตั้งเเต่การเริ่มปลุกปั้นธุรกิจ เรื่อยไปจนการสั่งสมประสบการณ์จนสามารถสร้างความเเข็งเเกร่งให้กับธุรกิจได้ โดยสรุปสาระสำคัญ ดังนี้
ปิยจิต รักอริยะพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Sappe บริษัทเครื่องดื่มสัญชาติไทยให้เป็นแบรนด์ระดับโลก ตั้งเป้าดันรายได้สู่ 1 หมื่นล้านบาทภายในปี 2026 เธอกล่าวว่า ประเทศไทยอุดมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติอันหลากหลายและผลิตภัณฑ์คุณภาพดีมากมาย "ทำไมคนไทยจะสร้างแบรนด์สู้เวทีโลกไม่ได้"
Sappe ขายอาหารและเครื่องดื่มมากมายในประเทศไทย ยอดขายต่างประเทศมาจากสามแบรนด์เครื่องดื่มที่ถือได้ว่าเป็นตัวเอกอย่าง Mogu Mogu, Aloe Vera และ Beauti Drink โดยตลาดต่างประเทศสร้างรายให้ราว 83% เป็นตลาดเอเชียเกือบครึ่ง เเละอยู่ระหว่างลงทุนในฝั่งยุโรปเพื่อการเติบโตของบริษัทในอนาคต
ด้าน ศุภจี สุธรรมพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Dusit International ผู้ขับเคลื่อนโปรเจ็กต์มูลค่า 4.6 หมื่นล้านบาทของกลุ่มบริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) โดยเฉพาะ โครงการมิกซ์ยูสอันทันสมัยอย่าง Dusit Central Park ใจกลางกรุงเทพมหานคร
ตั้งแต่ศุภจีเข้ามารับบทซีอีโอของกลุ่มดุสิตธานีในปี 2016 ตัวเลขโรงแรมและรีสอร์ตต่างๆ ในเครือบริษัทก็เติบโตจาก 27 แห่งใน 8 ประเทศ สู่ราว 340 แห่งใน 20 ประเทศ เธอยังเปิดไลน์ธุรกิจใหม่ซึ่งรวมถึงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ อาหาร และบริการจัดเลี้ยง โดยตั้งเป้าพา Dusit Foods เข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ช่วงต้นปี 2025
เส้นทางธุรกิจไม่ได้เรียบง่าย หลังบริษัทต้องเผชิญผลขาดทุนช่วงโควิด-19 เธอคาดหวังว่าการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวแรงหลังสถานการณ์เลวร้ายผ่านพ้นไปจะช่วยให้กลุ่มดุสิตได้ผลกำไรคืนมาภายในปี 2024
ที่มาข้อมูล







