ผบ.ตร. รับบุกค้นบ้าน “บิ๊กโจ๊ก” ปัดไม่เกี่ยวข้องสรรหา ผบ.ตร.คนใหม่

25 ก.ย. 2566 | 07:10 น.

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. รับกรณีตำรวจไซเบอร์ บุกค้นบ้าน “บิ๊กโจ๊ก” รับทราบแต่เช้า เป็นการบุกค้นตามหมายจับ ปัดไม่เกี่ยวข้องสรรหา ผบ.ตร.คนใหม่ ขอรอนโยบายจากนายกฯ อีกครั้ง

ความคืบหน้ากรณีตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (สอท.) หรือ ตำรวจไซเบอร์ นำหมายค้นเข้าตรวจสอบบ้านพักของ "บิ๊กโจ๊ก" พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และบ้านที่ซื้อไว้ให้ลูกน้องพักรวม 5 หลัง 

ภายในหมู่บ้านย่านวิภาวดี วันนี้ (25 กันยายน 2566) หลังพบมีเส้นทางการเงินอาจจะเกี่ยวข้องกับเว็บไซต์พนันออนไลน์ ซึ่งต่อมาพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ปฏิเสธว่าไม่เกี่ยวข้อง ตามที่นำเสนอไปนั้น

ล่าสุด ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนภายหลังการประชุมหัวหน้าส่วนราชการร่วมกับนายกรัฐมนตรี ว่า ได้รับทราบรายงานเรื่องนี้ตั้งแต่ตอนเช้าแล้ว โดยเป็นการบุกค้นตามหมายจับ ซึ่งตอนนี้ยังรอสรุปรายละเอียด ก่อนจะมีการแถลงข่าวให้ทราบ รวมทั้งรอนโยบายจากนายกฯอีกครั้ง

เมื่อถามว่า 8 นายตำรวจที่อาจเกี่ยวข้อง ต้องสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ไว้ก่อนหรือไม่ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กล่าวว่า ต้องรอดูจากพนักงานสอบสวนจากนครบาลว่าเขารายงานอย่างไร

เมื่อถามว่า เรื่องนี้กระทบกับภาพลักษณ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะดำเนินการอย่างไร พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กล่าวว่า เรื่องนี้นายกฯ ให้ความสำคัญตามที่ให้สัมภาษณ์ไปแล้ว ว่าจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย 

ซึ่งเรื่องนี้สืบเนื่องจากการขยายผลจากชุด PCT เมื่อ 2 เดือนที่แล้วจนมีการอนุมัติขอหมายจับที่ศาลทั้งหมด 23 หมาย คือ ตำรวจ 8 หมาย และ พลเรือน 15 หมาย

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีนี้มีความเกี่ยวข้องกับเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์ "สารวัตรซัว" กับนายรามา รัศมีรามา หรือ "เมฆรามา" หรือไม่นั้น พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ ยอมรับว่า ยังไม่ได้รับทราบ แต่เชื่อว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับเครือข่าย "มินนี่"

ส่วนกรณีคลิปที่มีการเผยแพร่ในโซเชียลมีเดีย ปรากฏภาพของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ร่วมงานเลี้ยงของมินนี่นั้น ผบ.ตร.ระบุว่า ยังไม่ได้ดู เพราะช่วงมีเช้าประชุม

เมื่อสอบถามถึงความเหมาะสมเรื่องเข้าร่วมงานนั้น ผบ.ตร.ยอมรับว่า ก็ต้องให้ความเป็นธรรม และต้องทำการสอบสวน เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ และต้องตรวจสอบให้ชัดเจนทุกเรื่อง โดยข้อมูลของฝ่ายสืบสวนถึงจุดไหนเอาถึงจุดนั้นก่อน

เมื่อถามว่า กรณีที่เกิดขึ้นทำให้คนมองว่าอาจมีความเกี่ยวเกี่ยวข้องกับการสรรหา ผบ.ตร.คนใหม่นั้น พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ ยืนยัน ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการสรรหา ผบ.ตร.คนใหม่ 

เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นการทำงานจากการขยายผล และเท่าที่ทราบคือ เรื่องนี้ยังไม่ได้เกี่ยวกับท่านรอง ผบ.ตร. แต่อาจจะเกี่ยวกับ 8 คนเป็นลูกน้อง และก็พร้อมให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย 

ส่วนเรื่องที่เกิดขึ้นจะเกี่ยวกับความขัดแย้งภายในองค์กรของ 2 นายตำรวจระดับสูงหรือไม่นั้น พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์กล่าวสั้น ๆ ว่า "ไม่" และขยายความต่อว่า เรื่องนี้ทุกอย่างเป็นไปตามพยานหลักฐาน ไปถึงใครก็มีคดีตั้งต้นไป 

และต้องสอบสวนขยายผล ตำรวจที่อยู่ในงานใครจะผิด ใครจะละเว้น จะให้การเท็จหรือไม่ ก็เป็นตามข้อเท็จจริง ทุกอย่างเป็นไปตามข้อกฎหมาย และต้องให้พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานก่อน

ผู้สื่อข่าวถามว่า สังคมมองเห็นว่าเรื่องนี้อาจเป็นการขัดกันเอง ในฐานะเป็นผู้บังคับบัญชาจะชี้แจงเรื่องนี้อย่างไรผบ.ตร. ยอมรับว่า ก็ต้องชี้แจงตามข้อเท็จจริงที่มีอยู่ โดยข้อเท็จจริงวันนี้ คือ เจ้าหน้าที่ได้ไปค้นหลายจุด และในช่วงบ่ายน่าจะได้ข้อสรุป และก็ขอให้รายงานมาให้รับทราบก่อนด้วย 

"เรื่องนี้พนักงานสอบสวนเป็นต้นคดีนี้ โดยอยู่ที่นครบาล ก็ต้องดูว่าเขาต้องการตั้งคณะทำงานสืบสวนสอบสวนในระดับ ตร.หรือไม่ เพราะว่ามีการเกี่ยวกับผู้ต้องหาหลายคน และถ้าหากเสนอมาก็พร้อมให้พิจารณาทันที"

ขณะที่การเชื่อมโยงกับ 8 นายตำรวจนั้น ตรวจสอบเส้นทางการเงินหรือไม่ ผบ.ตร. ระบุว่า ยังไม่ได้รับรายงานชัดเจนส่วน พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ โดนตรวจสอบด้วยหรือไม่นั้น ตอนนี้บอกได้แค่ว่า ยังไม่ได้รับทราบข้อเท็จจริงทั้งหมด และขอให้ได้รับรายงานที่ชัดเจนก่อน 

ผู้สื่อข่าวย้อนถามอีกว่า ผบ.ตร.ทราบหรือไม่ว่าจะมีเข้าตรวจค้นเมื่อเช้า พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ ยืนยันว่า ได้รับทราบรายงานมาเมื่อช่วงเช้า และบ้านนี้ไม่แน่ใจว่าเป็นบ้านใคร เพียงแต่ว่าต้องการไปจับบุคคลตามหมายจับ 

ส่วนจะเป็นบ้านใครผมยังไม่ทราบ และเมื่อสอบถามว่า มีคนใหญ่กว่าผบ.ตร. หรือไม่ ผบ.ตร. ระบุว่า ไม่เกี่ยว เพราะเป็นไปตามหน้างาน เขาก็มีหนังสือ และต้องไปถามข้อเท็จจริงกับหัวหน้าชุด และตอนนี้ก็ยังไม่ได้คุยกับพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ด้วย