thansettakij
thansettakij
"กอนช."เตือน 9 จังหวัด เหนือ-อีสาน ระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่า

"กอนช."เตือน 9 จังหวัด เหนือ-อีสาน ระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่า

10 พ.ค. 66 | 01:31 น.
อัปเดตล่าสุด :10 พ.ค. 66 | 01:41 น.

กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ(กอนช.) ประกาศ ฉบับที่ 3 เมื่อวันที่ 9 พ.ค.66 เรื่องเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ใน 9 จังหวัดของภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ วันที่ 12-14 พ.ค.นี้

นายชยันต์ เมืองสง รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ เลขานุการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ(กอนช.) ได้ ออกประกาศ ฉบับที่ 3/2566 เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2566  ระบุว่า กอนช.ได้ติดตามสภาพอากาศ พบว่า หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงที่ปกคลุมอ่าวเบงกอลตอนล่าง มีแนวโน้มทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุหมุนเขตร้อน โดยคาดว่าจะเคลื่อนผ่านอ่าวเบงกอลตอนกลางและทะเลอันดามันตอนบน ส่งผลให้ลมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดนำความชื้นจากทะเลอันดามันมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ประเทศไทยจะมีฝนตกต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ในช่วงวันที่ 12 - 14 พฤษภาคม 2566 

ทั้งนี้ กอนช. ได้ประเมินวิเคราะห์สถานการณ์น้ำด้วยฝนคาดการณ์จากกรมอุตุนิยมวิทยาและสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) พบพื้นที่เสี่ยงเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำ พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน น้ำไหลหลาก และพื้นที่ชุมชนเมืองที่เคยเกิดน้ำนองระบายไม่ทัน ในช่วงวันที่ 12 - 14 พฤษภาคม 2566 ดังนี้
 

1. ภาคเหนือ

  • จังหวัดเพชรบูรณ์ (อำเภอวิเชียรบุรี)

2. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 

  • จังหวัดกาฬสินธุ์ (อำเภอคำม่วง ท่าคันโท ยางตลาด และห้วยเม็ก) 
  • จังหวัดขอนแก่น (อำเภอเมืองขอนแก่น กระนวน ชุมแพ น้ำพอง และพระยืน)  
  • จังหวัดชัยภูมิ (อำเภอแก้งคร้อ และภูเขียว) 
  • จังหวัดมหาสารคาม (อำเภอนาดูน และพยัคฆภูมิพิสัย) 
  • จังหวัดยโสธร (อำเภอค้อวัง คำเขื่อนแก้ว และมหาชนะชัย) 
  • จังหวัดหนองบัวลำภู (อำเภอเมืองหนองบัวลำภู) 
  • จังหวัดศรีสะเกษ (อำเภอเมืองศรีสะเกษ และราษีไศล) 
  • จังหวัดอุบลราชธานี (อำเภอเขื่องใน เดชอุดม เมืองอุบลราชธานี พิบูลมังสาหาร และม่วงสามสิบ)

"กอนช."เตือน 9 จังหวัด เหนือ-อีสาน ระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่า ในการนี้ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับมือ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโปรดดำเนินการ ดังนี้

  • 1. ติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีฝนตกสะสมมากกว่า 90 มิลลิเมตร ในช่วงเวลา 24 ชั่วโมง และพื้นที่จุดเสี่ยงที่เคยเกิดน้ำท่วมอยู่เป็นประจำ หรือพื้นที่ชุมชนเมือง ที่เคยเกิดน้ำนองระบายไม่ทัน
  • 2. เตรียมแผนรับสถานการณ์น้ำหลาก เตรียมความพร้อมบุคลากร เครื่องจักรเครื่องมือ กำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ ท่อระบายน้ำ และบูรณาการความพร้อมให้ความช่วยเหลือได้ทันที
  • 3. ประชาสัมพันธ์สถานการณ์น้ำ และแจ้งเตือนล่วงหน้า ให้ประชาชนที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ เตรียมพร้อมในการอพยพได้ทันท่วงทีหากเกิดสถานการณ์