
ประกาศกรมอุตุฯฉบับ 10 ไทยอากาศแปรปรวน เช็คพื้นที่พายุฝนฟ้าคะนองที่นี่
กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเตือนฉบับ 10 พร้อมพยากรณ์อากาศวันนี้-วันพรุ่งนี้ เช็คพื้นที่เสี่ยงภัยพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตกบางแห่งที่นี่
นางสาวชมภารี ชมภูรัตน์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศฉบับที่ 10 เมื่อเวลา 17.00 น.เรื่องอากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบน (มีผลกระทบในช่วงวันที่ 16 – 17 กุมภาพันธ์ 2566)
คลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกปกคลุมภาคเหนือ ทำให้บริเวณดังกล่าวมีพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางแห่ง รวมถึงอาจมีฟ้าผ่าเกิดขึ้นได้ หลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางแห่ง รวมถึงฟ้าผ่าที่อาจจะเกิดขึ้นได้ โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ ป้ายโฆษณา และสิ่งปลูกสร้างที่ไม่แข็งแรง สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย และดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงในระยะนี้
โดยมีพื้นที่ได้รับผลกระทบดังนี้
วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2566
ภาคเหนือ
- จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา สุโขทัย และตาก
วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2566
ภาคเหนือ
- จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ ตาก สุโขทัย กำแพงเพชร และเพชรบูรณ์
ลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามันจะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้น และคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังค่อนข้างแรง โดยอ่าวไทยตอนล่างมีคลื่นสูง 2 - 3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณอ่าวไทยเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ หลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงเวลาดังกล่าว
จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา หรือที่ 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยกรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไปใน วันที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566 เวลา 05.00 น.
อนึ่งกรมอุตุนิยมวิทยา ได้ พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทย ตั้งแต่เวลา 18:00 น. วันนี้ ถึง 18:00 น. วันพรุ่งนี้ โดยแบ่งออกเป็นภาคต่างๆดังนี้
ภาคเหนือ
- อากาศเย็นในตอนเช้า กับมีพายุฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 ของพื้นที่
- โดยมีลมกระโชกแรงและลูกเห็บตกบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา สุโขทัย และตาก
- อุณหภูมิต่ำสุด 18-22 องศาเซลเซียส
- อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส
- บริเวณยอดดอยอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 5-14 องศาเซลเซียส
- ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-15 กม./ชม.
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
- อากาศเย็นถึงหนาวในตอนเช้ากับมีลมแรง โดยอุณหภูมิจะลดลงอีก 1-2 องศาเซลเซียส
- อุณหภูมิต่ำสุด 13-20 องศาเซลเซียส
- อุณหภูมิสูงสุด 28-32 องศาเซลเซียส
- บริเวณยอดภูอากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 10-15 องศาเซลเซียส
- ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.
ภาคกลาง
- อากาศเย็นในตอนเช้า กับมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20 ของพื้นที่
- ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครปฐม กาญจนบุรี และราชบุรี
- โดยอุณหภูมิจะลดลงอีก 1-2 องศาเซลเซียส
- อุณหภูมิต่ำสุด 21-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-31 องศาเซลเซียส
- ลมตะวันออก ความเร็ว 10-25 กม./ชม.
ภาคตะวันออก
- อากาศเย็นในตอนเช้า กับมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง
- โดยอุณหภูมิจะลดลงอีก 1-2 องศาเซลเซียส
- อุณหภูมิต่ำสุด 21-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-32 องศาเซลเซียส
- ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม./ชม.
- ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร
ภาคใต้(ฝั่งตะวันออก)
- มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 ของพื้นที่
- ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช
- อุณหภูมิต่ำสุด 21-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-33 องศาเซลเซียส
- ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้นไป ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม./ชม.
- ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
- ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป ลมตะวันออก ความเร็ว 20-40 กม./ชม.
- ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร
ภาคใต้(ฝั่งตะวันตก)
- มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20 ของพื้นที่
- ส่วนมากบริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่
- อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส
- อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส
- ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม./ชม.
- ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร
กรุงเทพและปริมณฑล
- อากาศเย็นในตอนเช้า กับมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง
- โดยอุณหภูมิจะลดลงอีก 1-2 องศาเซลเซียส
- อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-31 องศาเซลเซียส
- ลมตะวันออก ความเร็ว 10-20 กม./ชม.







