
"ทัวร์ทิพย์"ระบาด หากโดนหลอก ให้รีบแจ้งตำรวจทันที!
ซื้อทัวร์ท่องที่ยว แต่ไม่ตรงปก หรือ โดนเทบริษัทปิดหนี ไม่ยอมคืนเงิน ผู้บริโภค ต้องรีบแจ้งตำรวจ ดำเนินคดีทันที ฐานเข้าข่าย ฉ้อโกงหลอกลวงประชาชน มีลุ้นได้เงินตนเองคืน
21 พฤษภาคม 2566 - ไม่ใช่เพียง นักท่องเที่ยวต่างชาติ เข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยอย่างคึกคัก แต่คนไทยจำนวนไม่น้อย ก็เก็บเล็กผสมน้อย พาตัวออกออกไปท่องเที่ยวเปิดประสบการณ์ในต่างประเทศเช่นกัน หรือ ต้องการพาครอบครัว ไปท่องเที่ยวดีๆในประเทศสักครั้ง
แต่เป็นบทเรียนน่าพิจารณาไม่น้อย กับข่าวคราวที่เกิดขึ้น หลายวันก่อน ปรากฎข่าวดัง สะท้อนนักท่องเที่ยวไทย หลังมีสาวไทยร้อง จ่ายเงินครึ่งแสน แต่เจอกรุ๊ปทัวร์ญี่ปุ่นไม่ตรงปก โปรแกรมท่องเที่ยวถูกเปลี่ยนแปลงหลายรายการ แม้ร้องขอเงินคืน แต่บริษัททัวร์ปัดความรับผิดชอบ กลายเป็นฝันร้ายของประสบการณ์ท่องเที่ยว
ขณะล่าสุด ยังเกิดกรณี กรุ๊ปทัวร์ 500-600 คนโดนลอยแพ จากบริษัทเรือสำราญแห่งหนึ่ง กลายเป็นภาพความชุลมุนที่ท่าเรือแหลมฉบัง จ.ชลบุรี โดยมีนักท่องเที่ยวหลายรายจ่ายเงินแล้วแต่ไม่ได้ขึ้นเรือ แม้แต่ศิลปินนักร้อง ก็กลับไม่มีรายชื่อได้ขึ้นเรือ มูลค่าความเสียหายยังประเมินไม่ได้ หลังเรือสำราญอ้าง บริษัททัวร์ไม่ประสานส่งรายชื่อมาให้
ล่าสุด สภาองค์กรของผู้บริโภค ออกมาให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ว่าหากเราได้ตกเป็นเหยื่อของบริษัททัวร์ปลอม ทัวร์ทิพย์ ทัวร์ไม่ตรงปกเช่นนี้ อย่าปล่อยให้เรื่องเงียบหาย เพราะสามารถดำเนินคดีได้ ในหลายช่องทาง โดยเงื่อนไขต้องรีบแจ้งตำรวจดำเนินคดี
โดยในรายละเอียด ระบุว่า หากซื้อทัวร์เที่ยวกับบริษัททัวร์ไปแล้ว แต่บริษัททัวร์เทลูกค้า ปิดบริษัทหนีไป ไม่ยอมคืนเงินให้ ผู้บริโภคต้องรีบแจ้งความ *ดำเนินคดี* ที่สถานีตำรวจใกล้บ้าน (ไม่ใช่แจ้งความเพียงลงบันทึกประจำวันเท่านั้น) เพื่อให้ดำเนินคดีกับบริษัททัวร์ เพราะอาจเข้าข่ายฉ้อโกงประชาชน นอกจากนี้ยังสามารถร้องเรียนออนไลน์กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่เว็บไซต์ https://www.thaipoliceonline.com ได้
นอกจากนี้ตามประกาศคณะกรรมการธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ เรื่อง หลักเกณฑ์เกี่ยวกับการกำหนดอัตราการจ่ายเงินค่าบริการคืนให้แก่นักท่องเที่ยว พ.ศ. 2563 ระบุว่าหากผู้บริโภคต้องการยกเลิกการจองทัวร์ท่องเที่ยว สามารถขอเงินคืนได้ตามสิทธิผู้บริโภค ซึ่งในกรณีมีเหตุที่ทำให้นักท่องเที่ยวไม่สามารถเดินทางได้เฉพาะตัว ให้นักท่องเที่ยวแจ้งขอรับเงินค่าบริการคืนจากผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยว และผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวต้องจ่ายเงินคืนในอัตรา ดังต่อไปนี้
- ถ้านักท่องเที่ยวแจ้งยกเลิกการเดินทางล่วงหน้าก่อน 30 วัน ให้คืนในอัตราร้อยละ 100 ของเงินค่าบริการ
- ถ้านักท่องเที่ยวแจ้งยกเลิกการเดินทางล่วงหน้าก่อน 15 วัน ให้คืนในอัตราร้อยละ 50 ของเงินค่าบริการ
- ถ้านักท่องเที่ยวแจ้งยกเลิกการเดินทางล่วงหน้าก่อนน้อยกว่า 15 วัน ไม่ต้องคืนเงินค่าบริการ
ส่วนในกรณีมีเหตุให้ต้องยกเลิกการนำเที่ยวตามที่ได้โฆษณาไว้ หากการยกเลิกทัวร์ไม่ใช่ความผิดของผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยว ให้ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวจ่ายเงินค่าบริการคืนแก่นักท่องเที่ยวในอัตราร้อยละ 100 ของเงินค่าบริการ โดยใช้หลักฐานในที่ต้องเตรียม ดังนี้
- หลักฐานการโฆษณาทัวร์นำเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นจากโพสต์เฟซบุ๊ก ใบโฆษณา แชทการสนทนา เป็นต้น
- หลักฐานการจ่ายเงิน เช่น สลิปการโอนเงิน
- หลักฐานการแจ้งยกเลิก ในกรณีที่มีการขอยกเลิกเป็นหนังสือก็ให้เตรียมหลักฐานนี้ไว้ หากเป็นข้อความการสนทนาคุยกับบริษัทก็สามารถใช้เป็นหลักฐานได้
หรือหากยังไม่มีความคืบหน้า สามารถร้องเรียนมาที่สภาผู้บริโภคที่ https://crm.tcc.or.th/?entryPoint=Portal&action=complain... หรือโทรศัพท์ 02 239 1839 กด 1






