“ดอน”ห่วงการเมือง“ด้อยค่าวัคซีนซิโนแวค”กระทบความสัมพันธ์จีน

04 ก.ย. 2564 | 11:08 น.

“ดอน ปรมัตถ์วินัย”ห่วงฝ่ายการเมืองด้อยค่าซิโนแวค กระทบความสัมพันธ์จีน ยันประสานทุกประเทศจัดหาวัคซีนมาให้ประชาชน ปัดขัดแย้งสาธารณสุข

นายธานี แสงรัตน์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า นายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน เกี่ยวกับการจัดหาวัคซีนโควิด-19 ให้กับประชาชนไทยของกระทรวงการต่างประเทศ ดังนี้

 

1.การที่ผู้อภิปรายในสภากล่าวพาดพิงถึงวัคซีนซิโนแวคนั้น เป็นเรื่องที่คลาดเคลื่อนในข้อเท็จจริงหลายประการ ซึ่งจะทำให้เกิดปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยการนำข้อมูลที่ไม่ใช่ข้อเท็จจริง มาใช้เพื่อผลทางการเมืองเพียงประการเดียว ไม่ได้คำนึงถึงข้อเท็จจริงและความถูกต้องใดๆ

 

ประเทศจีนเป็นมิตรประเทศที่มีความสัมพันธ์ดียิ่งกับไทยมาเป็นเวลายาวนาน มีความปรารถนาดีและความร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดตลอดมา เป็นความสัมพันธ์ที่ทั้งสองรัฐบาลให้ความสำคัญในทุกมิติ กรณีของคุณภาพวัคซีนซิโนแวคนั้น เป็นวัคซีนที่องค์การอนามัยโลกได้ให้การรับรองแล้ว และมีประเทศอีก 39 ประเทศทั่วโลก ได้ให้การรับรอง และนำไปฉีดให้กับประชาชนอย่างแพร่หลายอย่างรวดเร็วและได้ผลทันท่วงทีมาแล้ว

 

ในปัจจุบันจำนวนผู้ที่ได้รับวัคซีนไซโนแวคไปแล้วในโลกมีหลายร้อยล้านคน และวัคซีนของประเทศจีนทุกชนิดก็มีการนำไปใช้แพร่หลายทั่วโลกกว่า 90 ประเทศ ยกเว้นในทวีปอเมริกาเหนือ ซึ่งจะใช้วัคซีนของตนเองที่ผลิตด้วยวิธีการต่างกันคือ mRNA เป็นส่วนใหญ่ และในยุโรปก็มีวัคซีน ชนิด viral vectorที่คิดค้นได้โดยบริษัทแอสตราเซเนกาของอังกฤษ ที่นำมาใช้อย่างแพร่หลายในยุโรป

ส่วนเรื่องราคาของวัคซีนนั้น วงการแพทย์จะทราบดีว่า ราคาของวัคซีนที่ใช้เชื้อตายจะสูงกว่าชนิดอื่น เนื่องจากมีกระบวนการในการผลิตที่ยากลำบากกว่า แต่ประเทศจีนก็สามารถผลิตออกมาได้อย่างรวดเร็ว พร้อมด้วยประสิทธิภาพสูงที่คุ้มครองให้ประชาชนมากมายในหลายประเทศทั่วโลก รอดพ้นจากการติดเชื้อได้ในระยะแรก รวมทั้งไทยที่ได้ใช้เป็นวัคซีนชนิดแรกในเดือนก.พ.ปีนี้

 

ความพยายามกล่าวด้อยค่าเพียงเพื่อประโยชน์ส่วนตนนั้น จึงไม่เพียงแต่เป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริง และคุณค่าวัคซีนซิโนแวค แต่ส่งผลกระทบต่อมิตรประเทศที่ดีของไทย ที่มีความร่วมมือกันใกล้ชิดที่ก่อประโยชน์อย่างมากในหลาย ๆ ด้านต่อประชาชนของทั้งสองฝ่าย

 

2.กระทรวงการต่างประเทศได้รับนโยบายและบัญชาจากนายกรัฐมนตรี ให้ใช้เครือข่ายของกระทรวงฯ คือ สถานเอกอัครราชทูต และสถานกงสุลใหญ่ในประเทศต่างๆ ทั่วโลก ในการจัดหาวัคซีนให้ประชาชนให้มากที่สุด ในช่วงเวลาที่ทั่วโลกกำลังมีปัญหาการระบาดเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จากการกลายพันธุ์ของโควิด19 จนเป็นไวรัสสายพันธุ์ใหม่ และหลายประเทศตลอด จนองค์การอนามัยโลก ต้องตกอยู่ในสภาพขาดแคลนวัคซีนกันถ้วนหน้า

 

โดยสถานเอกอัครราชทูตไทยทั่วโลก ได้พยายามติดต่อสอบถามไปยังรัฐบาลของเจ้าบ้าน เมื่อมีข้อมูลว่ายังอาจมีวัคซีนพอที่ประเทศไทยเข้าถึงได้ โดยในการเจรจา กระทำในหลายรูปแบบเพื่อเพิ่มโอกาสทุกประการให้ประเทศไทยเข้าถึงวัคซีนให้ได้มากที่สุด

ดังนั้น การที่รัฐบาลไทยได้พยายามติดต่อไปกับประเทศต่าง ๆ ในวงกว้างก็เป็นไปเพื่อให้ประชาชนไทยได้มาซึ่งวัคซีนให้มากและเร็วที่สุดอย่างแท้จริง โดยกระทรวงการต่างประเทศ ก็ได้ให้สถานเอกอัครราชทูตทุกแห่งดำเนินการไปตามนโยบายดังกล่าวอย่างเต็มที่ตลอดมา

 

3.ในเรื่องการทำงานร่วมกันระหว่างกระทรวงต่าง ๆ ของรัฐบาล ดังที่ได้มีผู้กล่าวอ้างถึงการทำงานของกระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงสาธารณสุขนั้น นายดอน ย้ำว่า ทั้งสองกระทรวงมีการทำงานร่วมมือกันใกล้ชิดมาโดยตลอด โดยที่ทำกันคนละหน้าที่

 

แต่จุดประสงค์เดียวกันคือให้ได้มาซึ่งวัคซีนให้กับประชาชนให้มากที่สุดเร็วที่สุดและปลอดภัยที่สุด ที่มีผู้นำมากล่าวอ้างในสภาฯ นั้น เป็นการนำประเด็นปลีกย่อยที่มีการพูดพาดพิงถึงคนในบางที่บางโอกาสมาพูดต่อ โดยไม่ได้มีข้อมูลที่แท้จริงโดยตรงแต่อย่างใด