

KEY
POINTS
บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ปิดยอดขายปี 2568 ได้ 74,044 คัน ลดลง 3% เมื่อเทียบกับปี 2567 พร้อมครองส่วนแบ่งการตลาด 11.9% เป็นอันดับสองของตลาดรถยนต์ไทยเป็นรอง โตโยต้า แต่สามารถเบียดอีซูซุ ขึ้นมาอยู่ดันดับสองได้
นายโคจิ อิวานามิ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ตลาดรถยนต์รวมปีนี้คาดว่าจะทำได้ 6.3 แสนคัน ในส่วนฮอนด้า ตั้งเป้าหมายไว้ 76,000 คัน พร้อมดำเนินกลยุทธ์ยกระดับภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้สดใหม่ มีพลัง และเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า(อีวี,ไฮบริด) อย่างน้อย 4 รุ่นในปีนี้
“เราเตรียมเปิดตัวรถโมเดลใหม่อย่างน้อย 4 รุ่นในปี 2569 ซึ่งในงานบางกอก มอเตอร์โชว์ จะมี EV จำนวน 2 รุ่น”
ส่วนรถยนต์รุ่นที่ทำตลาดในปัจจุบันจะปรับความสดใหม่ และเพิ่มมูลค่า เพื่อให้สามารถแข่งขันได้ ก่อนทยอยเปลี่ยนเป็นรุ่นฟูลโมเดลเชนจ์ จนครบในปี 2572 (เช่น ซีวิค,เอชอาร์-วี และแอคคอร์ด)
“ตามที่เคยประกาศไปก่อนหน้านี้ แม้รถยนต์ฮอนด้า มีภาษีสรรพสามิตที่เพิ่มขึ้น แต่ยังยืนยันราคาเดิมจนถึง 6 เมษายนนี้ แต่หลังจากหมดแคมเปญนี้เรากำลังพิจารณาอย่างรอบคอบว่าจะปรับขึ้นราคาหรือไม่” นายอิวานามิ กล่าวสรุป
สำหรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตใหม่ กับรถยนต์ไฮบริดที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂) ไม่เกิน 100 กรัม/กม. จากเดิมจัดเก็บภาษี 4% แต่ปี 2569 เพิ่มเป็น 6% (เพิ่มขึ้น 2%) และตั้งแต่ 101-120 กรัม/กม. โดนภาษี 9% (เพิ่มขึ้น 1%) ส่วนที่ปล่อย CO₂ ตั้งแต่ 121-150 กรัม/กม. ถูกจัดเก็บภาษี 14% (เพิ่มขึ้น 6%)
ส่งผลให้ฮอนด้า ทั้ง ซิตี้ เครื่องยนต์ 3 สูบ 1.0 ลิตร เทอร์โบ(อีโคคาร์เดิม) และกลุ่มไฮบริด ทั้ง ซีวิค เอชอาร์-วี แอคคอร์ด และซีอาร์-วี โดนขึ้นภาษีสรรพสามิตกันถ้วนหน้า ทว่าฮอนด้า ยืนยันที่จะไม่ขยับราคา แถมยังเคาะแคมเปญใหญ่ ให้ส่วนลดเพิ่มเติมสูงสุด 85,000 บาท (ซิตี้ เทอร์โบ) ดอกเบี้ย 0% หรือผ่อนเริ่มต้น 2,500 บาท นาน 84 เดือน
ส่วนรถยนต์ไฟฟ้า EV สองรุ่นที่ฮอนด้า เตรียมเปิดตัวในงานบางกอกมอเตอร์โชว์ 2026 คาดว่าจะเป็นตระกูล Honda e:N2 (มี e:NP2 และ e:NS2) นำเข้าจากจีน (ภาษีนำเข้า 0%) และ Honda Super One นำเข้าจากญี่ปุ่น (ภาษีนำเข้า 20%)