
เบนซ์ปรับกลยุทธ์ EV ให้สิทธิ์ขายทุกดีลเลอร์ EQS ลดราคา 7 แสนบาท EQB จองเกลี้ยง
เมอร์เซเดส-เบนซ์ ปรับกลยุทธ์ EV โดย" EQS ลดราคาลง 7 แสนบาท" เหลือ 7.2 ล้านบาท ส่วนเอสยูวี EV รุ่น EQB มีโควต้า 70 คันในปีนี้ ถูกจองเกลี้ยงแล้ว
เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ภายใต้ประธานคนใหม่ มาร์ทิน ชเวงค์ เริ่มขยับนโยบายใหม่ๆ และมุ่งเน้นไปที่รถพลังงานไฟฟ้า 100% ตามนโยบายบริษัทแม่ ในส่วน EV ระดับเฟลกชิปโมเดลที่ขึ้นไลน์ประกอบในไทย EQS ยังปรับกลยุทธ์ราคาใหม่ จากที่เคยเปิดตัว 7.9 ล้านบาท ล่าสุด EQS ลดราคาลงมาเหลือ 7.2 ล้านบาท
EQS ลดราคา 7 แสนบาท แต่ปรับแพกเกจบริการหลังการขายดังนี้
- การรับประกันคุณภาพรถยนต์จาก 5 ปี ไม่จำกัดระยะทางเหลือ 3 ปี ไม่จำกัดระยะทาง แต่ยังได้รับประกับแบตเตอรี่ 8 ปีเท่าเดิม
- ตัดแพกเกจ ฟรีค่าบำรุงรักษารถตามระยะทาง 5 ปีออกไป
สำหรับ EQS 500 4MATIC AMG Premium ใช้มอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัวขับเคลื่อนล้อหน้า-หลัง ชาร์จไฟเต็มหนึ่งครั้งวิ่งได้ระยะทาง 702 กม. หลังจาก EQS ลดราคาคาดว่าจะแข่งขันกับ BMW i7 ได้อย่างน่าดูชม
ขณะที่ EV รุ่นที่สองของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ที่ทำตลาดในไทยคือ EQB เป็นคอมแพกต์เอสยูวีที่นำเข้ามาจากโรงงานประเทศฮังการี เปิดตัวอย่างเป็นทางการในงานบางกอก มอเตอร์โชว์ 2023 ด้วยราคา 3.02 ล้านบาท
รายงานจาก เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ระบุว่า โควต้านำเข้า EQB ล็อตแรก 70 คันในปีนี้ ถูกจองมาครบแล้ว และยังไม่ยืนยันว่าจะนำเข้ามาทำตลาดเพิ่มหรือไม่ (เพราะมีรุ่นใหม่ๆ จ่อคิวตามมาอีกเพียบ)
สำหรับ EQB 250 AMG Line เอสยูวีพลังงานไฟฟ้า 5 ที่นั่ง ใช้มอเตอร์ขับเคลื่อนล้อหน้ากำลัง 190 แรงม้า แรงบิด 385 นิวต้นเมตร แบตเตอรี่ 66.5 kWh ชาร์จไฟเต็มหนึ่งครั้งวิ่งได้ระยะทาง 460 กิโลเมตร
ทั้งนี้ เมอร์เซเดส-เบนซ์ เพิ่งประกาศให้ สิทธิ์ทุกดีลเลอร์สามารถขาย EV ภายใต้แบรนด์ EQ ได้ และตั้งเป้าหมายว่ารถกลุ่มนี้จะมีสัดส่วนการขาย 50% จากจำนวนเมอร์เซเดส-เบนซ์ทุกรุ่นในไทย ภายในระยะเวลา 5 ปีนับจากนี้






