
ครึ่งทาง'มอเตอร์โชว์ 2026'ยอดจองรถยนต์ทะลุ 4 หมื่นคัน
เปิด 10 อันดับแบรนด์ที่มียอดจองรถยนต์ภายในงาน"มอเตอร์โชว์ 2026"สูงสุด เช็คเลยมียี่ห้อไหนบ้าง ยอดจองกี่คัน
KEY
POINTS
- งานมอเตอร์โชว์ 2026 ผ่านไปครึ่งทางมียอดจองรถยนต์รวมแล้วกว่า 41,778 คัน เติบโต 68.8%
- ปัจจัยหลักที่กระตุ้นยอดจองมาจากการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ แคมเปญส่งเสริมการขาย และการเข้ามาของแบรนด์รถยนต์จากต่างประเทศ
- ผู้จัดงานคาดว่ายอดจองจะเร่งตัวขึ้นอีกในช่วงสัปดาห์สุดท้าย เนื่องจากผู้บริโภคจะเริ่มตัดสินใจและค่ายรถยนต์มักเพิ่มโปรโมชั่นในช่วงท้าย
งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 หรือ มอเตอร์โชว์ 2026 ที่จัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม – 5 เมษายน 2569 ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1–3 เมืองทองธานี บรรยากาศคึกคัก โดยครึ่งทางของการจัดงานมียอดจองรถยนต์เข้ามาแล้วกว่า 4 หมื่นคัน ซึ่งแบรนด์ไหนจะมียอดจองสูงสุด สามารถตรวจสอบข้อมูลได้ดังต่อไปนี้
10 อันดับแบรนด์ที่มียอดจองสูงสุดภายในงาน มอเตอร์โชว์ 2026
- TOYOTA 5,672 คัน
- MG 4,217 คัน
- OMODA & JAECOO 3,984 คัน
- DEEPAL+NEVO 3,828 คัน
- GEELY 3,213 คัน
- CHERY 2,588 คัน
- GWM 2,581 คัน
- GAC 2,489 คัน
- HONDA 2,479 คัน
- MAZDA 2,132 คัน
นายจาตุรนต์ โกมลมิศร์ รองประธานจัดงาน เปิดเผยว่า “ยอดจองรถยนต์ในช่วงครึ่งแรกของการจัดงานอยู่ในระดับที่น่าพอใจ โดยปัจจัยสำคัญที่ช่วยกระตุ้นตลาดมาจากการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ภายในงาน รวมถึงการแข่งขันด้านแคมเปญส่งเสริมการขายจากค่ายรถยนต์ ไม่ว่าจะเป็นอัตราดอกเบี้ยพิเศษ ของแถม และแพ็กเกจบำรุงรักษา ซึ่งล้วนช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในระยะยาว และเพิ่มแรงจูงใจให้ผู้บริโภคตัดสินใจได้ง่ายขึ้น โดยยอดจองรถยนต์ในช่วงครึ่งทางของการจัดงานมีจำนวนทั้งสิ้น 41,778 คัน เติบโตเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาถึง 68.8 %
ขณะเดียวกัน การเข้ามาของแบรนด์รถยนต์จากต่างประเทศที่เดินหน้าทำตลาดในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ยังมีบทบาทสำคัญในการสร้างความคึกคักให้กับงาน ด้วยการนำเสนอเทคโนโลยีใหม่ ๆ ควบคู่กับราคาที่สามารถแข่งขันได้ ทำให้ผู้บริโภคมีทางเลือกที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มรถยนต์พลังงานทางเลือก ซึ่งเป็นกลุ่มที่ผู้บริโภคให้ความสนใจมากที่สุด
ด้านจำนวนผู้เข้าชมงาน พบว่า มีผู้เข้าร่วมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ สะท้อนให้เห็นว่าแม้เศรษฐกิจจะชะลอตัว แต่ความต้องการซื้อรถยนต์ยังคงมีอยู่ เพียงแต่ผู้บริโภคมีความรอบคอบในการตัดสินใจมากขึ้น กลุ่มผู้เข้าชมส่วนใหญ่ยังคงเป็นผู้ที่มีแผนซื้อจริง (Real Demand) มากกว่าการเข้าชม เพื่อความบันเทิงเพียงอย่างเดียว ส่งผลให้คุณภาพของยอดจองในงานมีแนวโน้มที่ดี
นายจาตุรนต์ กล่าวเพิ่มเติมว่า “ในช่วงครึ่งหลังของงาน โดยเฉพาะสัปดาห์สุดท้าย จะเป็นช่วงเร่งตัวของยอดจอง เนื่องจากผู้บริโภคที่รอเปรียบเทียบข้อเสนอจากหลายแบรนด์จะเริ่มตัดสินใจ ประกอบกับค่ายรถมักเพิ่มความเข้มข้นของโปรโมชั่นในช่วงท้าย”
"ถ้าประเมินจากครึ่งทางของการจัดงาน สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของตลาดยานยนต์ไทยที่ยังคงมีความเคลื่อนไหว และสามารถสร้างแรงดึงดูดให้ผู้บริโภคเข้ามามีส่วนร่วมได้อย่างต่อเนื่อง แม้จะอยู่ท่ามกลางปัจจัยท้าทายทางเศรษฐกิจก็ตาม"






