
Firefly รถไฟฟ้า 100% เปิดราคา 799,000 บาท ส่องคันจริงที่งาน Motor Show 2026
แบรนด์ NIO เปิดราคา รถซิตี้คาร์พลังงานไฟฟ้า 100 % Firefly ไฟเออร์ฟลาย 799,000 บาท พร้อมจัดโปรพิเศษรับ Motor Show 2026
KEY
POINTS
- Firefly รถซิตี้คาร์ไฟฟ้า 100% ในเครือ NIO เปิดตัวในไทยด้วยราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการ 799,000 บาท
- ใช้แบตเตอรี่ LFP ขนาด 42.1 kWh ให้ระยะทางวิ่งสูงสุด 400 กิโลเมตร (มาตรฐาน NEDC) และรองรับการชาร์จเร็ว DC ใน 30 นาที
- เปิดให้สัมผัสคันจริงและจองพร้อมรับข้อเสนอพิเศษได้ภายในงานมอเตอร์โชว์ 2026
บริษัท ธนบุรีบลูสกาย จำกัด ในเครือกลุ่มธนบุรี ผู้นำเข้าและผู้จัดจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าแบรนด์ NIO (นีโอ) ในประเทศไทย ประกาศเปิดราคาอย่างเป็นทางการของ Firefly (ไฟเออร์ฟลาย) รถซิตี้คาร์พลังงานไฟฟ้า 100% พวงมาลัยขวารุ่นแรกของแบรนด์ ในราคา 799,000 บาท พร้อมรับข้อเสนอพิเศษสำหรับลูกค้าที่จอง ภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47
เปิดคอนเซปต์ สเปค Firefly ไฟเออร์ฟลาย
Firefly เน้นความ ‘Compact outside, Spacious inside’ ถ่ายทอดผ่านแบรนด์ดีเอ็นเอ ‘vivid, thoughtful, and solid’ (สดใส ใส่ใจ และแข็งแกร่ง) มาพร้อมโหมดการขับขี่ 3 รูปแบบ ได้แก่ โหมด ECO โหมด Comfort และโหมด Sport ระบบขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD) มอบกำลังสูงสุด 105 กิโลวัตต์ แรงบิดสูงสุด 200 นิวตันเมตร สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ 150 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พร้อมอัตราเร่ง 0–100 กม./ชม. ใน 8.1 วินาที ด้านพลังงานมาพร้อมแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนฟอสเฟต (LFP) ขนาด 42.1 kWh รองรับระยะทางวิ่งได้ไกลสูงสุด 400 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน NEDC รองรับการชาร์จเร็ว DC 10–80% ภายในเวลาเพียง 30 นาที อีกทั้งยังรองรับฟังก์ชัน V2L สำหรับจ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับอุปกรณ์ภายนอกได้สูงสุด 3.68 กิโลวัตต์
ดีไซน์ภายนอก เอกลักษณ์สำคัญคือชุดไฟหน้าและไฟท้ายแบบ trio lights ซิกเนเจอร์ดีไซน์ของแบรนด์ เสริมความโปร่งโล่งให้ห้องโดยสารด้วยหลังคาพาโนรามิกซันรูฟกรองรังสี UV และพื้นที่สัมภาระท้ายขยายได้ถึง 1,253 ลิตร พร้อมช่องเก็บของด้านหน้า (Frunk) ขนาดใหญ่ 92 ลิตร และช่องเก็บของใต้เบาะหลัง
ด้านความสะดวกสบาย เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้าพร้อมระบบนวดและเป่าลมเย็น ช่วยลดความเมื่อยล้า ขณะที่ระบบอินโฟเทนเมนต์มาพร้อมหน้าจอกลางขนาด 13.2 นิ้ว พร้อมระบบเสียง Dolby Atmos ลำโพง 14 ตัว และไฟ Ambient Light ที่ปรับได้ 256 เฉดสีเต้นตามจังหวะดนตรี
นอกจากนี้ยังจัดเต็มเทคโนโลยีช่วยขับขี่ทั้งระบบช่วยจอดอัตโนมัติ ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติพร้อมรักษาระยะห่าง และระบบช่วยเปลี่ยนเลนบนทางหลวง เพิ่มความมั่นใจด้วยรัศมีวงเลี้ยวแคบเพียง 4.75 เมตร และมาตรฐานความปลอดภัยสากลระดับ 5 ดาว ทั้ง C-NCAP และ Euro NCAP
Firefly มาพร้อมกับสีภายนอกที่มีให้เลือก 6 สี ได้แก่ สีม่วง Lavender, สีเขียว Lime, สีขาว Marble, สีน้ำตาล Sand, สีเทา Graphite และสีเทาดำ Lava Stone พร้อมสีภายในห้องโดยสารที่มีให้เลือกถึง 4 สี ได้แก่ สีเบจ Travertine, สีเขียว-เบจ Pine, สีแดง-เบจ Plum และสีดำ Obsidian
ข้อเสนอพิเศษเฉพาะที่งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 (ตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม - 30 เมษายน 2569)จะได้รับ อาทิ Wall Charger พร้อมบริการติดตั้ง และ เครดิตชาร์จไฟฟ้า 5,000 หรือ เครดิตชาร์จไฟฟ้า 20,000 บาท ,ฟรี ประกันภัยชั้น 1 นาน 1 ปี ,รับประกันตัวรถ 4 ปี หรือ 100,000 กม., รับประกันแบตเตอรี่ High Voltage 8 ปี หรือ 160,000 กม., แพ็คเกจบำรุงรักษารถยนต์ 4 ปี หรือ 80,000 กม., บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชม. นาน 8 ปี ไม่จำกัดระยะยาง ,แถมฟรี สายชาร์จพกพา (Portable Charger) ,Firefly summer kit ม่านบังแดด Panoramic Roof และ ที่วางแก้วน้ำแม่เหล็ก
นายรัฐพล วิริยะพันธุ์ ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มธนบุรี กล่าวว่า มั่นใจในศักยภาพของ NIO ในการนำเสนอนวัตกรรมยานยนต์ที่แตกต่างจากรถยนต์ไฟฟ้าในตลาดประเทศไทยอย่างชัดเจน ทั้งในมิติของเทคโนโลยีอัจฉริยะ การออกแบบ คุณภาพ และประสบการณ์การขับขี่ โดยเฉพาะความพรีเมียมของ Firefly ซึ่งเป็นจุดเด่นสำคัญในเซกเมนต์นี้
"เราเชื่อมั่นว่ารถยนต์รุ่นนี้จะสามารถตอบโจทย์ลูกค้าชาวไทยที่มองหาความคล่องตัวสำหรับการใช้งานในเมือง ควบคู่กับฟีเจอร์ล้ำสมัย และประสบการณ์ระดับพรีเมียมได้อย่างครบถ้วน”
นาย แดเนียล จิน รองประธานบริษัท NIO Inc. (นีโอ อิงค์) และประธานแบรนด์ Firefly เปิดเผยว่า “Firefly ถือเป็นโมเดลแรกของ NIO ที่เข้ามาทำตลาดในประเทศไทย โดยโมเดลนี้จะตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่กำลังมองหาซิตี้คาร์ขนาดกะทัดรัด ควบคู่กับเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย
"เราเชื่อมั่นว่าการเปิดตัว Firefly นี้จะเป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมในประเทศไทย พร้อมวางรากฐานในการสร้างการรับรู้ของแบรนด์ NIO ผ่านความร่วมมือระยะยาวกับ กลุ่มธนบุรี ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศไทยมากว่า 85 ปี เพื่อร่วมกันยกระดับมาตรฐานยานยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียมในประเทศไทย”






