
แนะเทคนิคขับรถลุยน้ำท่วมอย่างไรให้ปลอดภัย เช็คที่นี่
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แนะเทคนิคการขับขี่รถยนต์ลุยน้ำท่วม เช็คเลยต้องใช้ความเร็วเท่าไร ต้องปิดแอร์ขับหรือไม่ หากเครื่องยนต์ดับต้องทำอย่างไร ตรวจสอบข้อมูลทั้งหมดที่นี่
สถานการณ์ฟ้าฝนในช่วงนี้ ทั่วทุกภาครับมือกับฝนตกหนักกันอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะคนกรุง-ปริมณฑล ที่คืนวานที่่ผ่านมาหลายพื้นที่มีฝนตกหนักหลายชั่วโมง ทำให้เกิดน้ำท่วมขังหลายจุด วันนี้"ฐานเศรษฐกิจ"จึงขอรวบรวมบทความจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย DDPM หรือ ปภ. ที่ได้แนะนำเทคนิคการขับลุยน้ำท่วม ว่าจะต้องทำอย่างไรบ้าง หากต้องพบเจอสถานการณ์เช่นนี้ โดยจะมีเทคนิคหรือข้อควรรู้อะไรบ้าง สามารถตรวจสอบได้เลย
- ขับรถด้วยความเร็วคงที่ไม่เกิน 60 กม.ต่อชั่วโมง ทั้งนี้เพื่อป้องกันไม่ให้รถเหินนำ จนสูญเสียการควบคุม
- หลีกเลี่ยงการขับรถในจุดที่มีความสูงต่ำกว่าระดับถนน เพราะอาจทำให้เสี่ยงต่อการเจอน้ำท่วมขังในระดับที่รถยนต์ไม่สามารถขับลุยไปได้อย่างปลอดภัย
- ลดความเร็วเมื่อมีรถวิ่งสวนทาง เพื่อช่วยลดความแรงของคลื่นนำที่วิ่งเข้ามาปะทะกับตัวรถ ที่อาจสร้างความเสียหายต่อเครื่องยนต์ได้
- สังเกตระดับน้ำรอบรถ หากพบว่าเส้นทางด้านหน้ามีระดับน้ำที่เพิ่มสูงมากขึ้น ควรหลีกเลี่ยงเส้นทางดังกล่าว
- ประเมินความสูงของระดับน้ำก่อนตัดสินใจขับรถลุยน้ำท่วม โดยระดับน้ำท่วมที่จะสามารถขับลุยได้อย่างปลอดภัยจะต้องสูงไม่เกินช่วงท้องรถ หรือ ประมาณ 30 เซนติเมตร
นอกจากเทคนิคข้างต้นแล้ว ยังมีทริคเพิ่มเติมในกรณีที่ต้องขับรถลุยน้ำท่วมนั่นก็คือ ปิดแอร์ทันทีเมื่อเจอน้ำท่วมสูง เพื่อป้องกันไม่ให้พัดลมแอร์พัดน้ำเข้าสู่ห้องเครื่องเพราะอาจะทำให้เครื่องยนต์ดับได้ และชะลอความเร็ว รักษาระดับความเร็วของรถให้คงที่ ไม่เร่งเครื่องหรือเหยียบเบรกกระทันหัน เพื่อป้องกันไม่ให้รถสูญเสียการควบคุม
ขณะเดียวกันให้ใช้เกียร์ต่ำเพื่อประคองเครื่องยนต์ไม่ให้ดับโดยใช้เกียร์ 1-2 สำหรับรถเกียร์ธรรมดา และใช้เกียร์ L สำหรับรถยนต์เกียร์ออโต้ สิ่งสำคัญอีกประการหากรถดับในขณะขับลุยน้ำท่วม ห้ามสตาร์ทรถใหม่โดยเด็ดขาด เพื่อป้องกันไม่ให้ระบบเครื่องยนต์และระบบไฟฟ้าของรถเกิดความเสียหาย
ที่มาข้อมูล-ภาพ






