
เที่ยวอุดรฯ รับลมหนาว ชมพืชสวนโลกระดับโลก 'รพีภัทร์' ชูต่อยอดโคราช A1
มหกรรมพืชสวนโลก อุดรธานี 'รพีภัทร์' ปลัดเกษตรฯ เปิดประสบการณ์เที่ยวอีสานมิติใหม่ ชวนสัมผัสพืชพรรณหายาก สวนสวยระดับโลก นวัตกรรมเกษตรและสมุนไพร พร้อมปักหมุด 5 โซนไฮไลต์ ก่อนต่อยอดสู่ “โคราช A1” ดันอีสานเป็นจุดหมายท่องเที่ยวยั่งยืนระดับสากล
KEY
POINTS
- อุดรธานี จัดงานมหกรรมพืชสวนโลกระดับโลก เชิญชวนนักท่องเที่ยวสัมผัสลมหนาว พร้อมชมพืชพรรณหลากหลายและนวัตกรรมการเกษตร
- นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ ปลัดกระทรวงเกษตรฯ เผยแผนต่อยอดความสำเร็จจากงานที่อุดรธานี ไปสู่การจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกที่โคราชในระดับ A1 ซึ่งเป็นมาตรฐานสากล
- การจัดงานที่โคราชจะมุ่งยกระดับภายใต้แนวคิด “Beyond Horticulture” ที่เชื่อมโยงธรรมชาติเข้ากับเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และการพัฒนาเมือง เพื่อสร้างโอกาสให้ภาคเกษตรไทย
ต้อนรับฤดูท่องเที่ยวภาคอีสาน กับมิติใหม่แห่งการเดินทางที่จะเปลี่ยนดินแดนอีสานให้กลายเป็นหมุดหมายการท่องเที่ยวยั่งยืนแห่งใหม่ระดับสากล (New Destination) ในงาน "มหกรรมพืชสวนโลก อุดรธานี" ที่พร้อมเปิดประตูต้อนรับนักท่องเที่ยวอย่างเป็นทางการ ท่ามกลางบรรยากาศสายลมหนาวที่เริ่มพัดผ่าน โดยเนรมิตพื้นที่พืชพรรณไม้สุดอลังการบนความร่วมมือครั้งประวัติศาสตร์ ซึ่งสร้างความมหัศจรรย์ด้วยการเตรียมงานเสร็จสิ้นในเวลาเพียง 1 ปี 8 เดือน นับเป็นอีกก้าวสำคัญของอุดรธานีในการก้าวสู่การเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและเกษตรกรรมที่มีศักยภาพในระดับนานาชาติ
เปิดประสบการณ์ 5 โซนไฮไลต์ ชมพรรณไม้ล้ำค่า เรียนรู้เกษตรแห่งอนาคต
นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และนายกสมาคมดินและปุ๋ยแห่งประเทศไทย กล่าวว่า งานมหกรรมพืชสวนโลก อุดรธานี ไม่ได้เป็นเพียงเวทีจัดแสดงไม้ดอกไม้ประดับ แต่ยังเป็นพื้นที่รวบรวมองค์ความรู้ด้านการเกษตร นวัตกรรมอาหาร สมุนไพร และสุขภาพ เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสความหลากหลายของพืชพรรณ พร้อมเรียนรู้บทบาทของภาคเกษตรไทยที่เชื่อมโยงกับชีวิตประจำวันอย่างใกล้ชิด
สำหรับผู้ที่กำลังวางแผนเดินทาง สามารถปักหมุด 5 โซนสำคัญที่ไม่ควรพลาด ได้แก่
1.อาณาจักรพืชพันธุ์ไม้แปลกและหายาก
เริ่มต้นการเดินทางด้วยการชมความงามของพืชพันธุ์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทั้งแคคตัสและกระบองเพชรอายุเก่าแก่กว่า 40–50 ปี รวมถึงต้นโอลีฟ (Olive) ที่มีรูปทรงโดดเด่นและคุณค่าในฐานะไม้ประดับ โดยบางต้นมีมูลค่าตั้งแต่หลักหมื่นไปจนถึงหลายแสนบาท เหมาะสำหรับผู้หลงใหลในโลกของต้นไม้และผู้ที่ต้องการเปิดมุมมองใหม่เกี่ยวกับพืชพรรณจากต่างแดน
2.สัมผัสเสน่ห์พืชชุ่มน้ำ อัตลักษณ์แห่งสายน้ำ
อีกหนึ่งไฮไลต์ที่สะท้อนตัวตนของอุดรธานี คือการนำพืชชุ่มน้ำ (Wetland Plants) มาเป็นองค์ประกอบสำคัญของการจัดแสดง สร้างประสบการณ์ที่เชื่อมโยงธรรมชาติเข้ากับวิถีชีวิตของผู้คนและระบบนิเวศพื้นที่ชุ่มน้ำ พร้อมถ่ายทอดความสำคัญของความหลากหลายทางชีวภาพให้กลายเป็นเรื่องใกล้ตัวที่นักท่องเที่ยวทุกวัยเข้าถึงได้
3.ชมไม้ไทย ไม้มงคล และสวนปาล์มนานาพันธุ์
เดินต่อเข้าสู่พื้นที่ที่รวบรวมเสน่ห์ของพืชพรรณไทย ทั้งไม้ในวรรณคดี ไม้มงคล พืชสมุนไพร และปาล์มหลากหลายสายพันธุ์ ถ่ายทอดคุณค่าของธรรมชาติผ่านความงดงามและภูมิปัญญาที่สืบทอดกันมา เป็นอีกโซนที่ชวนให้หยุดชม เก็บภาพประทับใจ และเรียนรู้เรื่องราวของต้นไม้ที่ผูกพันกับวิถีชีวิตคนไทยมาอย่างยาวนาน
4.เปิดโลกสมุนไพรไทยและนวัตกรรมสุขภาพ ณ ศาลาไทย
สำหรับผู้สนใจเรื่องสุขภาพและอาหารแห่งอนาคต ศาลาไทยเป็นพื้นที่ที่ไม่ควรพลาด โดยผสานองค์ความรู้จากกรมวิชาการเกษตร ซึ่งดูแลตั้งแต่การพัฒนาพันธุ์พืชและการเพาะปลูก เข้ากับความเชี่ยวชาญของโรงพยาบาลศิริราชในการต่อยอดองค์ความรู้ด้านสมุนไพรสู่การใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ พร้อมความร่วมมือจากกรมการข้าว กรมหม่อนไหม และภาคเอกชน ที่ร่วมกันนำเสนอผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมสุขภาพ รวมถึงแนวคิดอาหารแห่งอนาคต (Food for Future) ตั้งแต่แปลงปลูกไปจนถึงผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์คุณภาพชีวิตของผู้บริโภค
5.ก้าวทันเกษตรแม่นยำ ชมเทคโนโลยีจากคูโบต้า
ปิดท้ายด้วยโลกของเกษตรสมัยใหม่ ที่เปิดให้เห็นบทบาทของเครื่องจักรกลและเทคโนโลยีการเกษตรจากบริษัทชั้นนำ อาทิ คูโบต้า (Kubota) ซึ่งนำเสนอนวัตกรรมที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดข้อจำกัดในการทำงาน และสนับสนุนการก้าวสู่เกษตรแม่นยำ (Precision Agriculture) ตอกย้ำว่าภาคเกษตรกรรมสามารถผสานเทคโนโลยีเข้ากับธรรมชาติ เพื่อสร้างโอกาสใหม่ให้เกษตรกรไทยได้อย่างไร
เที่ยวให้เพลิน พร้อมอุดหนุนสินค้าเกษตรท้องถิ่น
นอกเหนือจากความงดงามของพืชพรรณ มหกรรมครั้งนี้ยังเปิดพื้นที่ให้สินค้าเกษตรอัตลักษณ์และผลิตภัณฑ์ชุมชนได้ออกสู่สายตานักท่องเที่ยว โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ความสำคัญกับการสร้างโอกาสทางการตลาดแก่เกษตรกรและผู้ประกอบการในจังหวัดอุดรธานีและภูมิภาคอีสาน แล้วนักท่องเที่ยวสามารถเลือกซื้อสินค้าเกษตรแปรรูป ผ้าไหมอีสาน เสื่อสาน ผลิตภัณฑ์จากดอกบัว ตลอดจนสมุนไพรและของดีประจำถิ่น ซึ่งไม่เพียงเป็นของฝากที่มีเอกลักษณ์ แต่ยังเป็นการสนับสนุนรายได้ให้หมุนเวียนกลับสู่เกษตรกรและชุมชนโดยตรงตลอดระยะเวลาการจัดงาน 4 เดือน
ขณะเดียวกัน การจัดประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ หรือ ครม.สัญจร ในพื้นที่ ยังเป็นอีกแรงส่งสำคัญที่ช่วยเพิ่มความคึกคักให้จังหวัดอุดรธานี ทั้งจากการเดินทางของคณะผู้บริหาร หน่วยงานภาครัฐ และผู้เกี่ยวข้องจากทั่วประเทศ ซึ่งมีโอกาสต่อยอดสู่การใช้จ่ายด้านโรงแรม ร้านอาหาร การเดินทาง และบริการท่องเที่ยวในพื้นที่ใกล้เคียง
วางแผนเที่ยวอย่างคุ้มค่า กับบัตรเข้าชมราคามิตรภาพ
อีกหนึ่งจุดเด่นของงาน คือการเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวเข้าถึงประสบการณ์ระดับนานาชาติได้ในราคาที่เป็นมิตร โดยมีรายละเอียดสิทธิการเข้าชมตามที่ผู้จัดงานกำหนด ได้แก่
- บัตรเข้าชมทั่วไป: ราคา 199 บาท
- สิทธิพิเศษสำหรับชาวอุดรธานี: บัตรราคา 199 บาท สามารถเข้าชมงานได้ตลอดระยะเวลาการจัดงาน 4 เดือน ตามเงื่อนไขที่กำหนด
- เด็ก นักเรียน นักศึกษา และผู้สูงอายุ: มีสิทธิรับบัตรเข้าชมฟรีตามหลักเกณฑ์ของผู้จัดงาน
นอกจากนี้ภายในงานยังมีกิจกรรมที่ช่วยเพิ่มสีสันตลอดฤดูกาล ไม่ว่าจะเป็นการประกวดพืชสวนและไม้ดอกไม้ประดับ รวมถึงงานกล้วยไม้แห่งชาติ ตลอดจนการประชุมและสัมมนาระดับนานาชาติที่เปิดพื้นที่ให้ผู้เชี่ยวชาญและผู้สนใจจากหลายประเทศได้แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ รวมถึงผู้ที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ งานนี้จึงเหมาะทั้งกับการเดินทางเป็นครอบครัว การท่องเที่ยวกับกลุ่มเพื่อน และผู้ที่ต้องการเปิดประสบการณ์ใหม่ผ่านเรื่องราวของพืชพรรณ เกษตรกรรม และนวัตกรรม
จากอุดรธานีสู่ “โคราช A1” ก้าวต่อไปของมหกรรมพืชสวนโลกไทย
ความสำเร็จของมหกรรมพืชสวนโลก อุดรธานี ยังมีความหมายมากกว่าการสร้างสีสันให้ฤดูกาลท่องเที่ยว เพราะนับเป็นจุดเริ่มต้นของการส่งต่อประสบการณ์และศักยภาพของประเทศไทยไปสู่งานมหกรรมพืชสวนโลกโคราช ในพื้นที่อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งมุ่งสู่การจัดงานระดับ A1 ภายใต้มาตรฐานของสมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ (AIPH)
นายรพีภัทร์กล่าวถึงทิศทางการขับเคลื่อนงานในระยะต่อไปว่า การจัดงานที่โคราชจะมุ่งยกระดับจากมหกรรมพืชสวนไปสู่แนวคิด “Beyond Horticulture” ที่เชื่อมโยงธรรมชาติเข้ากับเศรษฐกิจ การลงทุน เทคโนโลยี และการพัฒนาเมือง โดยมีเป้าหมายสร้างโอกาสให้ภาคเกษตรไทยก้าวสู่ห่วงโซ่มูลค่าที่สูงขึ้น พร้อมเปิดพื้นที่ให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และความร่วมมือระดับนานาชาติ
"ความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน การเดินทางด้วยมอเตอร์เวย์ M6 ตลอดจนศักยภาพด้านโรงแรมและบริการสุขภาพ จะเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยสนับสนุนการเดินทางและการรองรับผู้เข้าร่วมงานจากทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทั้งนี้ ระยะเวลาเดินทางจริงจากกรุงเทพฯ ขึ้นอยู่กับจุดเริ่มต้นและสภาพการจราจรอย่างไรก็ดีการเดินหน้าจัดงานต่อเนื่องจากอุดรธานีสู่โคราช จึงเป็นโอกาสในการต่อยอดประเทศไทยให้เป็นหมุดหมายสำคัญของการท่องเที่ยวเชิงพืชสวนและนวัตกรรม พร้อมกระจายรายได้สู่ภูมิภาค และสร้างแรงขับเคลื่อนใหม่ให้เศรษฐกิจอีสานในระยะยาว"
"ฤดูหนาวนี้" หากกำลังมองหาจุดหมายที่ได้มากกว่าการชมดอกไม้ ลองปักหมุดอุดรธานี แล้วออกเดินทางไปค้นพบความงดงามของพืชพรรณ ภูมิปัญญาท้องถิ่น และนวัตกรรมการเกษตร ก่อนติดตามก้าวต่อไปของ "มหกรรมพืชสวนโลกไทยที่โคราช" เพราะทุกสวนไม่ได้มีเพียงความสวยงาม แต่ยังบอกเล่าเรื่องราวของธรรมชาติ ผู้คน และอนาคตที่กำลังเติบโตไปพร้อมกัน







