thansettakij
thansettakij
“อุดรธานี” ปักหมุด MICE โลก! รับพืชสวนโลก 2569 เงินสะพัด 3.2 หมื่นล้าน

“อุดรธานี” ปักหมุด MICE โลก รับพืชสวนโลก 2569 เงินสะพัด 3.2 หมื่นล้าน

จากดอกบัวแดงสู่ผืนผ้า และต่อยอดสู่โอกาสทางธุรกิจ เปิดประสบการณ์ “UDON BLOOMS” เส้นทาง MICE ใหม่ของอุดรธานี เชื่อมพืชสวนโลก 2569 ชุมชน หนองคาย และสกลนคร ในทริปเดียว ครบทั้งเที่ยว เรียนรู้ และสร้างคอนเนกชัน

KEY

POINTS

  • อุดรธานีเตรียมเป็นเจ้าภาพจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกปี 2569 เพื่อผลักดันจังหวัดสู่การเป็นศูนย์กลางการจัดประชุมและนิทรรศการ (MICE) ระดับนานาชาติ
  • คาดการณ์ว่าการจัดงานครั้งนี้จะสามารถดึงดูดผู้เข้าชมได้ถึง 3.6 ล้านคน และก่อให้เกิดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจกว่า 32,000 ล้านบาท
  • มหกรรมพืชสวนโลกจะเป็นกลไกสำคัญในการต่อยอดสู่การประชุม การจับคู่ธุรกิจ และสร้างเส้นทางท่องเที่ยวเชิงธุรกิจเชื่อมโยงกับชุมชนโดยรอบ

หากเอ่ยชื่อ “จังหวัดอุดรธานี” ภาพในความทรงจำของใครหลายคนอาจเป็นเมืองศูนย์กลางการเดินทางของอีสานตอนบน แต่วันนี้ เมืองแห่งนี้กำลังขยับบทบาทครั้งสำคัญ จาก “เมืองทางผ่าน” สู่การเป็นจุดหมายปลายทางระดับนานาชาติ ที่ผสานการท่องเที่ยว ธุรกิจ วัฒนธรรม และนวัตกรรมเข้าด้วยกันอย่างมีสีสัน

นางสาวอารีรัตน์ มนตรีประชาชน ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

นางสาวอารีรัตน์ มนตรีประชาชน ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มองว่า อุดรธานี กำลังมีโอกาสครั้งสำคัญในการก้าวขึ้นเป็น “International MICE Destination” โดยมีมหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี 2569 เป็นหนึ่งในกลไกสำคัญในการเปิดประตูเมืองรับนักเดินทางจากทั่วโลก ไม่ใช่เพียงมหกรรมดอกไม้หรือพื้นที่จัดแสดงพืชสวนเท่านั้น แต่เป็น Mega Event ที่สามารถต่อยอดไปสู่การประชุม การสร้างเครือข่าย การจับคู่ธุรกิจ ตลอดจนการกระจายรายได้ไปยังโรงแรม ร้านอาหาร ชุมชน ผู้ประกอบการ และจังหวัดโดยรอบ

 

จากพื้นที่ชุ่มน้ำ สู่เวทีพืชสวนระดับโลก

หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของอุดรธานี คือ มหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี 2569 (Udon Thani International Horticultural Expo 2026) ซึ่งได้รับการรับรองจากสมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ หรือ AIPH และจัดโดยความร่วมมือของกรมวิชาการเกษตรและจังหวัดอุดรธานี งานจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569–14 มีนาคม 2570 รวม 134 วัน บนพื้นที่บริเวณ “หนองแด” กว่า 1,000 ไร่ ใจกลางเมืองอุดรธานี

มหกรรมพืชสวนโลกช่วงกลางคืน

ประกอบด้วยพื้นที่น้ำประมาณ 400 ไร่ และพื้นที่ดินประมาณ 630 ไร่ ความพิเศษอยู่ที่การนำพื้นที่ชุ่มน้ำมาสร้างเป็นพื้นที่จัดแสดงระดับนานาชาติ ภายใต้แนวคิด “Diversity of Life: Connecting People, Water, and Plants for Sustainable Living” หรือ “ความหลากหลายแห่งชีวิต เชื่อมโยงผู้คน สายน้ำ และพืชพันธุ์ เพื่อการดำรงชีวิตที่ยั่งยืน” จึงไม่ใช่เพียงการชมสวน แต่เป็นการนำเรื่องราวของ “คน–น้ำ–พืช” มาถ่ายทอดผ่านภูมิทัศน์ นวัตกรรมการเกษตร เทคโนโลยีสีเขียว และแนวคิดการอยู่ร่วมกับระบบนิเวศอย่างยั่งยืน ตลอด 134 วัน

ทั้งนี้คาดว่าจะดึงดูดผู้เข้าชมประมาณ 3.6 ล้านคนแบ่งเป็นชาวไทย 70% และชาวต่างชาติ 30% จากกว่า 20 ประเทศ ขณะที่การลงทุนภาครัฐราว 2,600 ล้านบาท ถูกคาดหมายว่าจะก่อให้เกิดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจกว่า 32,000 ล้านบาท สร้าง GDP เพิ่มกว่า 20,000 ล้านบาท รายได้ภาษีประมาณ 7,700 ล้านบาท และการจ้างงานกว่า 80,000 อัตรา

 

 

ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่า “พืชสวนโลก” ไม่ได้จบลงที่รั้วของงาน แต่สามารถขยายผลไปสู่เศรษฐกิจเมืองและภูมิภาคได้อีกหลายชั้น

MICE เปลี่ยน “นักท่องเที่ยว” สู่ “นักเดินทางธุรกิจ”

อีกเครื่องยนต์สำคัญคืออุตสาหกรรม MICE ซึ่งสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ หรือ TCEB มองว่า สามารถใช้มหกรรมพืชสวนโลกเป็นจุดเริ่มต้นในการออกแบบประสบการณ์ใหม่ให้กับนักเดินทางกลุ่มองค์กร นักธุรกิจ นักลงทุน และผู้แทนจากต่างประเทศ มีแนวคิดสำคัญคือการสร้าง MICE Routes แบบ Tailor-made ไม่ใช่พาผู้เข้าร่วมงานมาชมพื้นที่แล้วเดินทางกลับ แต่เชื่อม “การประชุม–การท่องเที่ยว–ชุมชน–ธุรกิจ” เข้าไว้ด้วยกัน

“อุดรธานี” ปักหมุด MICE โลก รับพืชสวนโลก 2569 เงินสะพัด 3.2 หมื่นล้าน

นักเดินทางสามารถเริ่มต้นวันด้วยการเข้าร่วมประชุมวิชาการด้านเกษตรและพืชสวน ต่อด้วยกิจกรรม Business Matching ก่อนเข้าสู่พื้นที่มหกรรมพืชสวนโลกในช่วงบ่าย และปิดท้ายวันด้วยกิจกรรมทางวัฒนธรรมหรือ Networking Dinner
หัวใจของเส้นทางดังกล่าวจึงประกอบด้วย 3 สิ่ง คือ Content – Connection – Trade Value 

"Content" คือองค์ความรู้จากเทคโนโลยีและนวัตกรรม Connection คือการสร้างเครือข่ายกับผู้ประกอบการ เกษตรกร และพันธมิตร ส่วน Trade Value คือการต่อยอดความรู้และเครือข่ายไปสู่การเจรจาธุรกิจจริง ที่ผ่านมา การจัด Business Matching ของ TCEB ในระยะเวลาเพียง 3 วัน สามารถสร้างมูลค่าการค้าได้สูงถึง 250 ล้านบาท สะท้อนศักยภาพของการท่องเที่ยวเชิงธุรกิจที่ไม่ได้วัดผลเพียงจำนวนผู้เข้าร่วม แต่รวมถึงมูลค่าทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นหลังการเดินทางด้วย

“อุดรธานี” ปักหมุด MICE โลก รับพืชสวนโลก 2569 เงินสะพัด 3.2 หมื่นล้าน

“UDON BLOOMS” จากดอกไม้ สู่ผืนผ้า สู่โอกาสธุรกิจ

จากแนวคิดดังกล่าว จึงเกิดแนวทางพัฒนาเส้นทาง “UDON BLOOMS: The MICE Route” ที่ออกแบบให้ผู้มาเยือนสัมผัสอุดรธานีมากกว่าการเที่ยวงานพืชสวนโลก เส้นเรื่องสำคัญคือ “จากดอกไม้ สู่ผืนผ้า สู่โอกาสทางธุรกิจ”
เริ่มจากดอกบัวแดงและพื้นที่ชุ่มน้ำในอุดรธานี เชื่อมต่อไปยังชุมชนทอผ้าและภูมิปัญญาการย้อมสีธรรมชาติ ก่อนขยายเส้นทางไปยังจังหวัดหนองคายและสกลนคร เพื่อให้เห็นภาพของอีสานตอนบนในมิติที่กว้างขึ้น ทั้งธรรมชาติ วัฒนธรรม หัตถกรรม และการค้า

เที่ยวได้ทั้งวัน ตั้งแต่สวนระดับโลกถึงวิถีชุมชน

เส้นทางสามารถออกแบบเป็นทริป 4 วัน 3 คืน เริ่มต้นด้วย Business & Expo Day ในอุดรธานี ต่อด้วย Community & Craft Day ลงพื้นที่ทะเลบัวแดงและชุมชนทอผ้า ก่อนเชื่อมต่อหนองคายในฐานะประตูการค้าชายแดนและ GMS Connectivity แล้วปิดท้ายที่สกลนครกับโลกของผ้าย้อมคราม นี่คือการเปลี่ยน “เส้นทางท่องเที่ยว” ให้กลายเป็น “เส้นทางสร้างประสบการณ์และโอกาสทางธุรกิจ”

สำหรับผู้เข้าร่วมงานที่มีเวลาจำกัด ยังสามารถเลือกเส้นทางชมงานได้ตามความสนใจ ตั้งแต่เส้นทางแบบ Express Route ประมาณ 1 ชั่วโมง สำหรับชมจุดไฮไลต์ ไปจนถึงเส้นทางที่ใช้เวลา 2–3 ชั่วโมง เพื่อสัมผัสสวนและแลนด์มาร์กสำคัญ
ส่วนผู้ที่ต้องการเต็มอิ่มสามารถเลือกเส้นทาง Enjoy & Expo ใช้เวลาตลอดวัน ตั้งแต่การชมสวน กิจกรรมภายในงาน ไปจนถึงการแสดงในช่วงค่ำ ขณะเดียวกัน TCEB ยังวางแนวคิดการอำนวยความสะดวกสำหรับกลุ่ม MICE และผู้บริหารระดับสูง ตั้งแต่การต้อนรับที่สนามบิน การลงทะเบียน ไปจนถึงการให้ข้อมูลเส้นทาง เพื่อสร้างประสบการณ์การเดินทางที่ราบรื่นตั้งแต่ก้าวแรก

“อุดรธานี” ปักหมุด MICE โลก รับพืชสวนโลก 2569 เงินสะพัด 3.2 หมื่นล้าน
อุดรธานีไม่ใช่จุดหมายเดียว แต่เป็น “ประตูสู่อีสานตอนบน”

เสน่ห์ของอุดรธานีไม่ได้อยู่เพียงในพื้นที่จัดงาน หากแต่เป็นจุดตั้งต้นในการออกแบบเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงภูมิภาค
จากอุดรธานีสามารถต่อยอดสู่หนองคาย สัมผัสแม่น้ำโขง สะพานมิตรภาพไทย–ลาว และบรรยากาศการค้าชายแดน ก่อนเดินทางต่อไปยังสกลนคร เพื่อเรียนรู้ภูมิปัญญาผ้าย้อมครามและงานหัตถกรรมท้องถิ่น

ขณะเดียวกัน อุดรธานียังมีความโดดเด่นในฐานะเมืองพหุวัฒนธรรม ซึ่งผสมผสานอิทธิพลของไทย จีน เวียดนาม และลาว จนเกิดเป็นเอกลักษณ์ทั้งด้านอาหาร วิถีชีวิต การค้า และการเดินทางข้ามพรมแดน สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ นี่คืออีกหนึ่งมิติที่ทำให้อุดรธานีมีเรื่องราวมากกว่าการเป็นเมืองเจ้าภาพมหกรรมระดับโลก แต่เป็นเมืองที่สามารถใช้เป็น “Gateway” เพื่อเปิดประงภูมิภาค


หลังพืชสวนโลก เกม MICE ยังเดินหน้าต่อ

สำหรับ TCEB งานพืชสวนโลกจึงไม่ใช่เส้นชัย แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการวางรากฐานให้อุดรธานีเดินหน้าสู่เมืองจัดงานระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่อง หลังจบมหกรรม ยังมีแนวคิดต่อยอดไปสู่การประมูลสิทธิ์จัดงานประชุมวิชาการระดับโลก เช่น World Buffalo Congress รวมถึงการพัฒนางานแสดงสินค้าและนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับ Young Smart Farmer เพื่อขยาย DNA ของอุดรธานีในฐานะเมืองแห่งเกษตร นวัตกรรม สุขภาพ และ MICE

ภาพของอุดรธานีในวันนี้จึงกำลังเปลี่ยนไป จากเมืองที่นักเดินทางเพียง “ผ่าน” สู่เมืองที่ผู้คนมีเหตุผลต้อง “ปักหมุด”
เพราะเมื่อดอกไม้บานในหนองแด พร้อมกับนักธุรกิจจากทั่วโลกที่เดินทางเข้ามา เชื่อมต่อด้วยผืนผ้า อาหาร วัฒนธรรม ชุมชน และเส้นทางการค้าชายแดน สิ่งที่เกิดขึ้นอาจไม่ใช่เพียงฤดูกาลท่องเที่ยว 134 วัน แต่คือโอกาสครั้งสำคัญในการวางตำแหน่ง “อุดรธานี” ให้เป็นหนึ่งในหมุดหมาย MICE แห่งใหม่ของอีสานบนเวทีนานาชาติ