thansettakij
thansettakij
"ดงมะพร้าว" ผืนสุดท้ายภาคตะวันออก พลิกสู่แหล่งเที่ยวใหม่ใกล้พัทยา

"ดงมะพร้าว" ผืนสุดท้ายภาคตะวันออก พลิกสู่แหล่งเที่ยวใหม่ใกล้พัทยา

ท่ามกลางบ้านจัดสรรที่รุกคืบใกล้พัทยา ยังมีสวนมะพร้าวเกือบ 20 ไร่ "ตำบลตะเคียนเตี้ย" ที่เจ้าของเลือกไม่ขาย ปั่นจักรยาน ย้อมผ้าเปลือกมะพร้าว ร่อนดิสก์กอล์ฟ แล้วช่วยกันรักษามันไว้

KEY

POINTS

  • ชุมชนตะเคียนเตี้ย บางละมุง พลิกฟื้น "ดงมะพร้าวผืนสุดท้าย" ของภาคตะวันออกให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวชุมชนเชิงสร้างสรรค์ใกล้เมืองพัทยา
  • นำเสนอกิจกรรมท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงกับวิถีสวนมะพร้าว เช่น เส้นทางปั่นจักรยาน ดิสก์กอล์ฟ และการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากมะพร้าว
  • ใช้การท่องเที่ยวเป็นเครื่องมือสร้างรายได้กระจายสู่คนในชุมชน เพื่อปกป้องที่ดินมรดกจากการถูกขายให้นายทุนและรักษาวิถีดั้งเดิมไว้

ตะเคียนเตี้ย อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี อยู่ห่างจากเมืองพัทยาไม่ไกล ขณะที่พื้นที่สวนมะพร้าวในภาคตะวันออกทยอยหายไปกับการขยายตัวของเมืองและโครงการบ้านจัดสรร ชุมชนแห่งนี้ยังรักษา "ดงมะพร้าวผืนสุดท้าย" เอาไว้ได้ ดงมะพร้าวนี้เคยมีต้นมะพร้าวนับพันต้น และได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ปลูกมะพร้าวได้ดีที่สุด

ชาวบ้านเลือกใช้การท่องเที่ยวเป็นเครื่องมือปกป้องผืนดิน มีสวนมะพร้าวอินทรีย์ เส้นทางปั่นจักรยาน กิจกรรมจากเปลือกและกะลามะพร้าว กีฬาดิสก์กอล์ฟกลางสวน และสำรับอาหารไทยที่บ้านโบราณ รายได้ถูกกระจายถึงผู้สูงอายุ กลุ่มสตรี และ อสม. ชุมชนได้รับรางวัลระดับอาเซียนและระดับประเทศ แต่ความสำเร็จที่ใหญ่ที่สุดคือสวนมะพร้าวเหล่านี้ยังไม่ถูกขาย

"ดงมะพร้าว" ผืนสุดท้ายภาคตะวันออก พลิกสู่แหล่งเที่ยวใหม่ใกล้พัทยา

ลมที่ยังพัดผ่านยอดมะพร้าว

เมื่อเมืองโตขึ้น ที่ดินก็มีราคา นายทุนเข้ามากว้านซื้อไปทำบ้านจัดสรร คนรุ่นใหม่ทำสวนมะพร้าวน้อยลง สวนที่เคยเป็นแนวยาวจึงค่อยๆ ขาดหายไปทีละแปลง

แต่ที่ตะเคียนเตี้ย ลมยังพัดผ่านยอดมะพร้าวในสวนทรงโบราณอย่างสงบ ผืนดินแห่งนี้สืบทอดมาจากรุ่นปู่ย่าตายาย ผู้เลือกปลูกมะพร้าวบนพื้นดินราบโดยไม่ขุดร่องน้ำ และปลูกพืชอื่นแซมไว้ให้ดินสร้างผลผลิตเลี้ยงชีพได้ตลอดปี

สาวโรงงานที่ผืนดินกวักเรียกกลับ

"คุณโกะ" ถาวร เปลี่ยนสี เคยเดินออกจากวิถีชาวสวนไปใช้ชีวิตสาวโรงงานนานถึง 8 ปี วันเวลาผ่านไป ความเบื่อหน่ายในการเป็นลูกจ้างและวัยที่ชราลงของพ่อแม่ค่อยๆ พาเธอกลับสู่รากเหง้า เพื่อรับไม้ต่อในการดูแลสวน

"คุณโกะ" ถาวร เปลี่ยนสี เจ้าของสวนฟ้าใสไอโกะ

ช่วงแรกของการกลับมา เธอชอบเห็นสวนเรียบร้อยไร้หญ้า จึงใช้ยาฆ่าหญ้าอย่างหนัก จนเช้าวันหนึ่ง ขณะเดินสำรวจสวนและพูดคุยกับต้นมะพร้าวตามปกติ เธอก็เห็นความผิดปกติบนยอดสูง

"พอเราแหงนไปมองต้นสูง สังเกตว่าลูกมะพร้าวเล็กลง เราคิดทันทีเลยว่าต้องเป็นเพราะยาดูดซึมที่เราใช้"

"ดงมะพร้าว" ผืนสุดท้ายภาคตะวันออก พลิกสู่แหล่งเที่ยวใหม่ใกล้พัทยา

มะพร้าวในสวนคือวัตถุดิบที่ครอบครัวใช้ทำอาหารและขนมกินเอง ครอบครัวไม่ต้องซื้อกะทิ ถ้าสารเคมีทำให้ลูกมะพร้าวหดเล็กลงได้ แล้วร่างกายของคนในบ้านจะเป็นอย่างไร เธอจึงเลิกใช้ยาฆ่าหญ้าโดยเด็ดขาด หันมาตัดหญ้าด้วยมือ และใส่ปุ๋ยขี้ไก่จากฟาร์มในชุมชนทุก 6 เดือน ชาวบ้านคนอื่นๆ ก็หันมาทำสวนปลอดสารเคมีเช่นกัน

จากสวนที่ "ไม่มีอะไรจะขาย" สู่ชื่อ "ไอโกะ"

คุณโกะเล่าว่า หลังทำสวนอินทรีย์มาได้เป็นปี เธอไม่เคยคิดทำท่องเที่ยวชุมชนเลย เพราะมองไม่ออกว่าสวนมะพร้าวธรรมดาจะขายอะไรให้นักท่องเที่ยวได้

"ดงมะพร้าว" ผืนสุดท้ายภาคตะวันออก พลิกสู่แหล่งเที่ยวใหม่ใกล้พัทยา

จุดเปลี่ยนมาเมื่อบ้านร้อยเสาเปิดเป็นจุดท่องเที่ยวชุมชนแห่งแรก และบ้านพี่สาโรจน์กลายเป็นเส้นทางปั่นจักรยาน พี่สาโรจน์สังเกตว่าสวนของเธอปลอดสารเคมีมาเป็นปี จึงโทรมาขอพานักท่องเที่ยวเข้ามาถ่ายรูป ตอนแรกเธอปฏิเสธเพราะยังไม่พร้อม สวนไม่มีแม้แต่ห้องน้ำ มีเพียงศาลาพักเล็กๆ แต่นักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติก็ปั่นจักรยานเข้ามาไม่ขาดสาย เพื่อดื่มมะพร้าวสดๆ และถ่ายรูปเก็บความประทับใจ

ชื่อสวนเดิมคือ "สวนฟ้าใส" ส่วนคำว่า "โกะ" เป็นชื่อเล่นที่มาจากนิยายญี่ปุ่นที่คุณแม่ชอบฟัง คนในพื้นที่เรียกสวนว่า "สวนฟ้าใสเจ๊โกะ" แต่เธอรู้สึกว่าฟังเชยไป หลังระดมความคิดกันในกลุ่ม จึงเติมคำว่า "ไอ" จนกลายเป็น "สวนฟ้าใสไอโกะ" ชื่อที่ฟังน่าค้นหาและเป็นเอกลักษณ์จนทุกวันนี้

"ลุงเล็ก" ประชา เปลี่ยนสี

ยามเช้าของผู้เฝ้าสวน

ที่สวนฟ้าใสไอโกะ วันเริ่มต้นด้วยการเดินสำรวจยอดมะพร้าว "ลุงเล็ก" ประชา เปลี่ยนสี อดีตนักกีฬาดิสก์กอล์ฟประจำจังหวัดชลบุรี ปัจจุบันเป็นโค้ชผู้ฝึกสอนและผู้ดูแลสวน เล่าว่าสวนมะพร้าวแกงและมะพร้าวอ่อนเกือบ 20 ไร่แห่งนี้เป็นมรดกจากพ่อแม่ ที่ผ่านมามีนักลงทุนเข้ามาขอซื้อเพื่อทำบ้านจัดสรรหรือโรงงานเหมือนพื้นที่อื่นในชุมชน ยืนยันปฏิเสธ เพื่อเก็บผืนดินนี้ไว้ให้ลูกหลานและต่อยอดเป็นประโยชน์ต่อชุมชน

สวนใช้ภูมิปัญญาดั้งเดิมตั้งแต่ขั้นตอนการปลูก มะพร้าวอ่อนพันธุ์พื้นบ้านอย่าง "มะพร้าวหมูสี" ต้องหันยอดไปทางทิศตะวันออกเพื่อรับแสงแดดที่ช่วยกระตุ้นการเติบโต

"ดงมะพร้าว" ผืนสุดท้ายภาคตะวันออก พลิกสู่แหล่งเที่ยวใหม่ใกล้พัทยา

ศัตรูที่น่ากลัวที่สุดคือ "ด้วงไฟ" ซึ่งบินมาวางไข่และกัดกินยอดจนต้นมะพร้าวตายได้ ส่วนต้นเล็กต้องระวัง "ด้วงแรด" ลุงเล็กเดินสำรวจสวนด้วยตัวเองทุกเช้า เมื่อเห็นยอดเริ่มเหลืองซึ่งเป็นสัญญาณว่าถูกทำลาย เขาจะตัดยอดทิ้งและนำออกไปกำจัดทันที เพื่อตัดวงจรชีวิตของด้วงไม่ให้แพร่ไปทั้งสวน แล้วปลูกต้นใหม่ทดแทน ไม่มีสารเคมีช่วย มีเพียงสายตา มือ และความสม่ำเสมอ

เมื่อของเหลือทิ้งกลายเป็นประสบการณ์

หลังไปศึกษาดูงานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น คุณโกะกลับมาลองผิดลองถูกด้วยตัวเอง จากสิ่งที่ไม่เคยทำ จนกลายเป็นกิจกรรมเฉพาะตัวของสวน

"ดงมะพร้าว" ผืนสุดท้ายภาคตะวันออก พลิกสู่แหล่งเที่ยวใหม่ใกล้พัทยา

  • ผ้ามัดย้อมสีเปลือกมะพร้าว เปลี่ยนวัสดุเหลือทิ้งในสวนให้เป็นงานศิลปะบนผืนผ้า ใช้วิธีย้อมเย็นเพื่อลดการจุดเตาแก๊สและลดก๊าซเรือนกระจก ใช้น้ำปูนใสเป็นตัวประสานสีแทนสารเคมี และช่วยประหยัดน้ำ
  • กาแฟมะพร้าว กาแฟคั้นกะทิสดธรรมชาติ เสิร์ฟคู่ขนมต้มและขนมดอกมะพร้าว
  • หลอดก้านมะละกอ นำก้านมะละกอจากบ้านมาแช่น้ำส้มสายชูล้างยาง ใช้แทนหลอดพลาสติกเสิร์ฟน้ำมะพร้าวสด
  • ดิสก์กอล์ฟกลางสวน ร่อนจานลงตะกร้าเหล็กใต้ร่มมะพร้าว นักท่องเที่ยวที่มาทำผ้ามัดย้อมลองเล่นได้ฟรี เพื่อส่งเสริมการออกกำลังกายสำหรับทุกวัย

ชุมชนยังมีกิจกรรมอื่นที่มีมะพร้าวเป็นหัวใจ เช่น การสานทางมะพร้าว การเพ้นท์กะลา และเมนูซิกเนเจอร์ "แกงไก่กะลา" ที่ใช้กะลาอ่อนมาปรุง

"ดงมะพร้าว" ผืนสุดท้ายภาคตะวันออก พลิกสู่แหล่งเที่ยวใหม่ใกล้พัทยา

เสน่ห์ที่แท้จริงของสวนไม่ได้อยู่ที่กิจกรรมเหล่านี้อย่างเดียว แต่อยู่ที่คุณโกะออกมาต้อนรับแขกด้วยตัวเอง และเล่าวิถีชาวสวนมะพร้าวอย่างเป็นกันเองและจริงใจ

การท่องเที่ยวที่เงินหมุนกลับเข้าบ้าน

ลุงเล็กย้ำว่าหัวใจของการท่องเที่ยวที่นี่คือการกระจายรายได้ ทั้งกลุ่มทำอาหาร ขนมไทย และผ้ามัดย้อม การท่องเที่ยวเป็นอาชีพเสริมที่แบ่งปันกันในชุมชน กิจกรรมทุกอย่างมีราคากำหนดชัดเจนเพื่อให้รายได้ตกถึงเจ้าของบ้านและวิทยากรโดยตรง

ตัวอย่างชัดที่สุดคือค่าบริการสถานที่ที่จุดบ้านร้อยเสา 50 บาท แบ่งเป็น 20 บาทให้เจ้าของบ้านดูแลสถานที่ 10 บาทให้ผู้ต้มน้ำสมุนไพร และ 20 บาทให้ทีมต้อนรับ ออเดอร์อาหารและขนมก็กระจายไปตามบ้านต่างๆ

"ดงมะพร้าว" ผืนสุดท้ายภาคตะวันออก พลิกสู่แหล่งเที่ยวใหม่ใกล้พัทยา

ผู้สูงอายุที่เคยต้องนั่งอยู่บ้านคนเดียวในช่วงที่ลูกหลานออกไปทำงาน ได้มาร่วมต้อนรับนักท่องเที่ยว หรือเก็บใบมะพร้าวแก่ไปเหลาทำไม้ฟาดขาย ทั้งสตรี อสม. และผู้สูงอายุ ได้กิจกรรมทำ ได้รายได้เสริม และได้รอยยิ้ม คุณโกะบอกว่ายิ้มที่กว้างที่สุดของเธอไม่ได้มาจากจำนวนนักท่องเที่ยว แต่มาจากรอยยิ้มของคนเหล่านี้

นักท่องเที่ยวยังปลูกมะพร้าวเพิ่มได้ ทั้งในสวนของคุณโกะและสวนของเพื่อนบ้านที่ร่วมโครงการ ทำให้ดงมะพร้าวนี้มีต้นใหม่เพิ่มขึ้น

เสียงยืนยันจากเวทีระดับชาติ

ความร่วมมือของชาวบ้านทำให้ชุมชนได้รับการสนับสนุนองค์ความรู้จากองค์กรบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) และพาวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวตำบลตะเคียนเตี้ยไปไกลกว่าที่คิด รางวัลที่ได้รับ ได้แก่ รางวัลมาตรฐานแหล่งท่องเที่ยวชุมชนอาเซียน (ASEAN CBT Standard) รางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย (รางวัลกินรี) ประเภทดีเด่น รางวัลสุดยอดหมู่บ้านท่องเที่ยวชนบท พร้อมถ้วยพระราชทานจากทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา พัทธวัฒนาพนาวดี

"ดงมะพร้าว" ผืนสุดท้ายภาคตะวันออก พลิกสู่แหล่งเที่ยวใหม่ใกล้พัทยา

เส้นทางของชุมชนเริ่มจากศูนย์เรียนรู้เมื่อ 20 ปีก่อน สู่ชมรมการท่องเที่ยวในปี 2555 และวิสาหกิจชุมชนในปี 2565 ปัจจุบันกำลังเตรียมยกระดับเป็น "วิสาหกิจเพื่อสังคม" (Social Enterprise) เพื่อให้การปกป้องดงมะพร้าวแข็งแรงและยั่งยืนขึ้นไปอีก

ข้อควรรู้

สวนฟ้าใสไอโกะรับเฉพาะการจองล่วงหน้า เพราะเจ้าของต้องออกไปดูแลสวนในจุดอื่นด้วย การศึกษาดูงานและร่วมกิจกรรมที่วิสาหกิจชุมชนฯ ต้องจองล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วัน เพื่อให้ชาวบ้านและวิทยากรเตรียมวัตถุดิบได้ครบ

"ดงมะพร้าว" ผืนสุดท้ายภาคตะวันออก พลิกสู่แหล่งเที่ยวใหม่ใกล้พัทยา

ทุกบาทที่จ่ายและทุกชั่วโมงที่ใช้ที่นั่นคือแรงที่ช่วยให้ชาวบ้านเก็บผืนดินไว้ได้ต่อไป ลองจองล่วงหน้า แล้วไปให้ลมพัดผ่านยอดมะพร้าวของดงผืนสุดท้ายนี้ด้วยตัวเอง