thansettakij
thansettakij
เทศกาลไหว้พระจันทร์ ประจำปี 2569 เช็กเลยตรงกับวันไหน พร้อมเปิดประวัติความเป็นมา ตำนานความเชื่อ แนะเคล็ดลับในการไหว้ที่นี่

วันไหว้พระจันทร์ 2569 ตรงกับวันที่ 25 ก.ย.เปิดประวัติความเป็นมา ตำนานความเชื่อ

14 ก.ย. 69 | 07:00 น.
อัปเดตล่าสุด :14 ก.ย. 69 | 07:13 น.

เทศกาลไหว้พระจันทร์ ประจำปี 2569 เช็กเลยตรงกับวันไหน พร้อมเปิดประวัติความเป็นมา ตำนานความเชื่อ แนะเคล็ดลับในการไหว้ที่นี่

KEY

POINTS

  • วันไหว้พระจันทร์ปี 2569 ตรงกับวันศุกร์ที่ 25 กันยายน ซึ่งเป็นวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 ตามปฏิทินจันทรคติจีน
  • วันไหว้พระจันทร์ ถือเป็นเทศกาลสำคัญของชาวจีนเพื่อเฉลิมฉลองการเก็บเกี่ยว และเป็นวันที่ครอบครัวจะได้แสดงความสามัคคีพร้อมหน้ากัน
  • เปิดตำนานความเชื่อที่เล่าขานสืบต่อกันมาหลายเรื่อง เช่น ตำนานฉางเอ๋อร์เหินสู่ดวงจันทร์ และตำนานขนมเปี๊ยะกู้ชาติในสมัยราชวงศ์หยวน
  • พิธีไหว้จะจัดขึ้นในช่วงค่ำ โดยมีความเชื่อว่าพระจันทร์เป็นสัญลักษณ์ของพลังหยินและเพศหญิง จึงมักให้ผู้หญิงในบ้านเป็นผู้นำในพิธี

เทศกาลไหว้พระจันทร์ หรือวันไหว้พระจันทร์ ปี 2569 ตรงกับวันศุกร์ที่ 25 กันยายน 2569 (หรือตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 ตามปฏิทินจันทรคติจีน) โดยเทศกาลดังกล่าวถือเป็นอีกหนึ่งประเพณีสำคัญของพี่น้องเชื้อสายจีนทั่วโลก ซึ่งบรรยากาศของการไหว้พระจันทร์จะจัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองการเก็บเกี่ยวในช่วงกลางฤดูใบไม้ร่วง และในวันดังกล่าวจะเป็นวันที่พระจันทร์ส่องสว่าง เต็มดวง สวยงาม ซึ่งชาวจีนเชื่อกันว่า ดวงจันทร์เป็นเสมือนสัญลักษณ์ของความสามัคคี เป็นวันที่คนในครอบครัวจะได้แสดงความสามัคคี ได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตา และได้ชมดวงจันทร์พร้อมหน้ากัน 


เปิดประวัติความเป็นมา ตำนานวันไหว้พระจันทร์

ประวัติความเป็นมาของวันไหว้พระจันทร์ มีหลากหลายตำนานที่เล่าขาน โดยข้อมูลอ้างอิงจาก ปณิตา สระวาสี จากศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร ได้รวบรวม 5 ตำนานกำเนิดการไหว้พระจันทร์ที่ได้รับความนิยมและแพร่หลายมากที่สุด ซึ่งสะท้อนถึงวิถีคิด ความเสียสละ และประวัติศาสตร์อันยาวนานของชาวจีนไว้อย่างน่าสนใจ ดังนี้


เปิดประวัติความเป็นมา ตำนานวันไหว้พระจันทร์

1. ตำนานฉางเอ๋อร์เหินสู่ดวงจันทร์
ตำนานที่ผู้คนคุ้นเคยมากที่สุด เล่าถึงยุคบรรพกาลที่มีดวงอาทิตย์ขึ้นพร้อมกันถึง 10 ดวง แผดเผาจนมนุษย์เดือดร้อนหนัก "โฮ่วอี้" ชายหนุ่มผู้มีฝีมือยิงธนู ได้ยิงดวงอาทิตย์ตกไป 9 ดวง ช่วยชีวิตผู้คนไว้ได้ จนได้รับความแซ่ซ้องและได้รับ "ยาวิเศษกินแล้วเป็นอมตะ" 2 เม็ดจากพระแม่เจ้าซีหวางหมู่ แต่โฮ่วอี้เลือกที่จะไม่กินและฝากไว้กับ "ฉางเอ๋อร์" ภรรยาคู่ชีวิต

ต่อมามีคนชั่วหวังแย่งชิงยาวิเศษในวันที่โฮ่วอี้ไม่อยู่บ้าน ในสถานการณ์คับขัน ฉางเอ๋อร์ตัดสินใจกลืนยาวิเศษทั้งสองเม็ดลงท้องเพื่อไม่ให้ตกไปอยู่ในมือคนชั่ว ส่งผลให้ร่างของเธอน้ำหนักเบาและลอยขึ้นสู่ท้องฟ้าไปสถิตอยู่บนดวงจันทร์ ซึ่งตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ กลางเดือน 8 พอดี ประชาชนที่ทราบเรื่องต่างซาบซึ้งในความดีและความเสียสละของนาง จึงร่วมกันจัดพิธีเซ่นไหว้ฉางเอ๋อร์ในคืนวันเพ็ญเดือน 8 เป็นประจำทุกปีจนกลายเป็นเทศกาลไหว้พระจันทร์

2. ตำนานอู๋กังกับการโค่นต้นไม้บนดวงจันทร์
ตำนานเล่าถึง "อู๋กัง" ชายผู้เกียจคร้าน ไร้ความรู้ความสามารถ แต่กลับมีความใฝ่ฝันอยากจะเป็นเซียน เทพเจ้าจึงลงโทษด้วยการส่งเขาไปโค่น "ต้นกุ้ยฮวา" บนดวงจันทร์ โดยมีเงื่อนไขว่าหากโค่นสำเร็จจะได้เป็นเซียนตามปรารถนา ทว่าต้นกุ้ยฮวานี้มีความสูงถึง 500 จ้าง (หรือกว่า 5,000 ฟุต) และมีความอัศจรรย์ตรงที่เมื่อฟันลงไป แผลบนต้นไม้จะสมานกลับคืนดังเดิมทันที ทำให้จนถึงปัจจุบัน อู๋กังก็ยังคงตัดต้นไม้นั้นไม่สำเร็จ

3. ตำนานกระต่ายหยกผู้เสียสละ
เรื่องราวของเทพ 3 องค์ที่แปลงกายเป็นคนชรายกสติปัญญามาขออาหารจากสัตว์ 3 ชนิด ได้แก่ ลิง หมาจิ้งจอก และกระต่าย เมื่อกระต่ายซึ่งไม่มีอาหารจะมอบให้ แต่มีจิตใจสงสารและเปี่ยมด้วยเมตตา จึงตัดสินใจกระโดดเข้ากองไฟเพื่อสละเนื้อของตนเองเป็นอาหารให้คนชรา ความเสียสละอันยิ่งใหญ่นี้ทำให้เทพทั้งสามซาบซึ้งใจ จึงพาแต่งตั้งให้กระต่ายขึ้นไปอยู่บนดวงจันทร์กับฉางเอ๋อร์ และมีหน้าที่คอยตำยาวิเศษอยู่บนนั้น

4. ตำนานขนมไหว้พระจันทร์แห่งราชวงศ์ถัง
ตำนานที่ว่าด้วยจุดเริ่มต้นของ "ขนมไหว้พระจันทร์" เกิดขึ้นในสมัยพระเจ้าถังเกาจู่ ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์ถัง เมื่อ "แม่ทัพหลี่จิ้ง" นำทัพไปรบชนะชนเผ่าซุงหนู และเดินทางกลับสู่ราชธานีในวันขึ้น 15 ค่ำ กลางเดือน 8 ประชาชนต่างจัดพิธีไหว้พระจันทร์เพื่อเฉลิมฉลองชัยชนะ ในโอกาสนี้ พ่อค้าชาวทิเบตที่มีไมตรีต่อราชวงศ์ถัง ได้นำขนมไหว้พระจันทร์ขึ้นถวายแด่พระเจ้าถังเกาจู่ พระองค์จึงทรงแบ่งปันขนมดังกล่าวให้แก่เหล่าขุนนางและทหารกล้าได้ลิ้มลอง จนกลายเป็นประเพณีการมอบและกินขนมไหว้พระจันทร์เพื่อแสดงความยินดีและการแบ่งปันความสุขนับแต่นั้นมา

5. ตำนานขนมเปี๊ยะกู้ชาติ โค่นล้มราชวงศ์หยวน
ตำนานนี้อิงเหตุการณ์จริงในประวัติศาสตร์จีน ยุคปลายราชวงศ์หยวน (ซึ่งปกครองโดยชาวมองโกล) ประชาชนชาวจีนถูกกดขี่อย่างหนัก จนเกิดขบวนการใต้ดินเพื่อโค่นล้มอำนาจ นำโดย "จูหยวนจาง"

จูหยวนจางได้วางแผนนัดหมายก่อการใหญ่ในวันขึ้น 15 ค่ำ กลางเดือน 8 โดยอาศัยประเพณีการส่งมอบขนมไหว้พระจันทร์บังหน้า ด้วยการทำขนมเปี๊ยะก้อนใหญ่ไส้หนาเป็นพิเศษ แล้วสอดจดหมายลับนัดแนะวันเวลาชูธงปฏิวัติไว้ข้างในขนม ส่งกระจายไปตามบ้านเรือนต่างๆ โดยที่ชาวมองโกลไม่สงสัย ในที่สุดแผนการกู้ชาติต่างประสบความสำเร็จ สามารถโค่นล้มราชวงศ์หยวนได้สำเร็จ และจูหยวนจางได้สถาปนาตนขึ้นเป็นปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์หมิง ชาวจีนจึงยึดเอาวันเพ็ญเดือน 8 เป็นวันไหว้พระจันทร์เรื่อยมา เพื่อรำลึกถึงการปลดแอกจากกุมมือของมองโกล

เปิดประวัติความเป็นมา ตำนานวันไหว้พระจันทร์

การไหว้พระจันทร์ ต้องไหว้กี่โมง 

  • เวลา 19:00 - 23:00 น.ไหว้พระจันทร์ด้วย “เปี้ยหรือปิ่ง” “กอหรือเกา” ผลไม้ ผ้าและเครื่องสำอาง บางบ้านอาจไหว้ด้วยหนังสือหรือเครื่องเขียนด้วย เพื่อขอพรให้เรียนเก่งเหมือนผู้ชายจีนในอดีต

เคล็ดลับการไหว้พระจันทร์ 

ข้อมูลจากโหราศาสตร์น่ำเอี๊ยง ระบุว่า วันไหว้พระจันทร์ ถือเป็นวันแห่งการไหลเวียนของพลังหยิน โดยชาวจีนมีความเชื่อว่า พระจันทร์เป็นสัญลักษณ์ของเพศหญิง ความอ่อนโยนนุ่มนวล ดังนั้นเมื่อถึงช่วงเทศกาลการไหว้พระจันทร์ หลายบ้านจึงมักให้ผู้หญิงในครอบครัวเป็นผู้นำในการทำพิธีไหว้ขอพร
ไม่ใช่เพียงแค่สัญลักษณ์ของเพศหญิงเพียงเท่านั้น แต่ตามความเชื่อดั้งเดิมของชาวจีน พระจันทร์เป็นแหล่งพลังงานของพลังหยิน หรือ พลังที่มีความเย็น เป็นพลังของธาตุน้ำที่จะส่งเสริมความงามหรือพลังกายของผู้หญิง ในคืนวันไหว้พระจันทร์ที่พระจันทร์เต็มดวง จึงมักจะมีหญิงสาวชาวจีนหลายคนนำเอาเครื่องประทินโฉม เสื้อผ้า รวมไปถึงของใช้ต่าง ๆ ออกไปอาบแสงจันทร์ เพราะจะเป็นการส่งเสริมพลังหยินในตัวและทำให้พบเจอแต่ความโชคดี

ของไหว้พระจันทร์มีอะไรบ้าง

  • ผลไม้มงคลที่มีชื่อและความหมายที่ดี 4 อย่าง เช่น ทับทิม ส้ม สาลี่ และส้มโอ เป็นต้น 
  • ของแห้งที่เป็นอาหารเจ 4 อย่าง เช่น เห็ดหอม เห็ดหูหนู ดอกไม้จีน ฟองเต้าหู้ วุ้นเส้น เป็นต้น
  • ขนมหวาน 4 อย่าง เช่น ขนมไหว้พระจันทร์ ขนมเปี๊ยะ สาคูแดง 4 ถ้วย ขนมโก๋สีขาว
  • ของใช้ส่วนตัวของผู้หญิง เช่น เครื่องสำอางค์ เครื่องประดับ น้ำหอม เครื่องแต่งกาย เป็นต้น
  • กระดาษไหว้พระจันทร์ กระดาษเงิน กระดาษทอง
  • โคมไฟ เพื่อให้มีชีวิตที่สว่างไสว
  • น้ำชาและเครื่องดื่ม