thansettakij
thansettakij
ทายาทเจ้าสัวซีพี เปิดตัว adot° แพลตฟอร์ม Phygital แห่งแรกใน Cloud 11

ทายาทเจ้าสัวซีพี เปิดตัว adot° แพลตฟอร์ม Phygital แห่งแรกใน Cloud 11

22 ก.ค. 69 | 04:56 น.
อัปเดตล่าสุด :22 ก.ค. 69 | 04:59 น.

ทายาทเจ้าสัวเจริญ ดร.ณัฐวัฒน์ -ทิพพาภรณ์ อริยวรารมย์ เปิดตัว “adot°” แพลตฟอร์มศิลปะและทรัพย์สินทางปัญญาแบบ phygital พื้นที่จัดแสดงงานถาวรแห่งแรกใน Cloud 11

KEY

POINTS

  • ทายาทเจ้าสัวซีพีเปิดตัว "adot°" (เอดอท) แพลตฟอร์มศิลปะและทรัพย์สินทางปัญญาแบบ Phygital แห่งแรกที่โครงการ Cloud 11
  • แพลตฟอร์มนี้เชื่อมโยงผลงานศิลปะที่จับต้องได้ (Physical) เข้ากับเทคโนโลยีการรับรองกรรมสิทธิ์ดิจิทัล (Digital)
  • นักสะสมสามารถสัมผัสผลงานศิลปะต้นฉบับจริงในพื้นที่จัดแสดง พร้อมตรวจสอบประวัติและความเป็นเจ้าของผ่านระบบดิจิทัลได้
  • การเปิดตัวประเดิมด้วยผลงาน 4 คอลเลกชันจาก 3 ศิลปินไทย เพื่อสร้างระบบนิเวศและขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์

การเปิดตัวพื้นที่จัดแสดงงานถาวรแห่งแรกของ “เอดอท” (adot°) แพลตฟอร์มศิลปะและทรัพย์สินทางปัญญาแบบ Phygital ณ โครงการ Cloud11 ย่านสุขุมวิท ถือเป็นหมุดหมายสำคัญในการขยายอาณาจักรธุรกิจของดรีมคราฟเตอร์ กรุ๊ป (DreamCrafter Group)  

ทายาทเจ้าสัวซีพีเปิดadot°แพลตฟอร์มศิลปะแห่งแรกใน Cloud 11

ที่มี ดร.ณัฐวัฒน์ และนางทิพพาภรณ์ อริยวรารมย์ (เจียรวนนท์) เป็นผู้ร่วมก่อตั้ง โดยบริหารงานภายใต้บริษัท VUCA Digital (วูคา ดิจิตอล) การลงทุนครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงการนำทุนทางธุรกิจมาต่อยอดในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์และเทคโนโลยีล้ำสมัยอย่างเป็นรูปธรรม

สำหรับ adot° เป็นแพลตฟอร์มศิลปะและทรัพย์สินทางปัญญาแบบ phygital เปิดพื้นที่จัดแสดงงานถาวรแห่งแรก ในเชิงโครงสร้างธุรกิจ การเคลื่อนไหวของ adot° ไม่ได้เป็นเพียงการเปิดหอศิลป์หรือแกลเลอรีแบบดั้งเดิม แต่คือการสร้างระบบนิเวศทางเศรษฐกิจที่เชื่อมโยงผลงานศิลปะจริง (Physical) เข้ากับเทคโนโลยีกรรมสิทธิ์ดิจิทัล (Digital) หรือที่เรียกว่า Phygital

ดร.ณัฐวัฒน์ และนางทิพพาภรณ์ อริยวรารมย์ เปิดตัว “adot°” แพลตฟอร์มศิลปะและทรัพย์สินทางปัญญาแบบ phygital

โดยแก้ไขจุดอ่อนของตลาดศิลปะดิจิทัลเดิมที่ขาดสัมผัสทางกายภาพ ด้วยการมอบประสบการณ์ให้ผู้ซื้อและนักสะสมได้เห็นและสัมผัสผลงานต้นฉบับจริงในพื้นที่จัดแสดง ขณะเดียวกันก็มีระบบบันทึกรับรองที่ตรวจสอบได้เพื่อยืนยันประวัติ ที่มา และสิทธิ์ความเป็นเจ้าของ ซึ่งจะติดตามตัวผลงานไปตลอดการเปลี่ยนมือ

ดันศิลปินต่อยอดทรัพย์สินทางปัญญา (IP) ได้หลากหลายมิติ

นโยบายการนำเสนอผลงานของ adot° กำหนดโครงสร้างการสะสมออกเป็น 3 รูปแบบชัดเจน ได้แก่ Phygital Edition ที่จับคู่ผลงานต้นฉบับเข้ากับบันทึกรับรองดิจิทัล, Digital Edition ที่เผยแพร่บนแพลตฟอร์มออนไลน์ adot.maison และของสะสมพิเศษ (Special Collectibles) ที่จัดทำขึ้นจำกัดสำหรับนักสะสม

โมเดลนี้ช่วยเพิ่มสัดส่วนการเข้าถึงและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลงานศิลปะ ทำให้ศิลปินสามารถต่อยอดทรัพย์สินทางปัญญา (IP) ได้หลากหลายมิติ ทั้งในตลาดปัญญาสร้างสรรค์ระดับบนและตลาดมวลชน

adot° แพลตฟอร์มศิลปะและทรัพย์สินทางปัญญาแบบ Phygital ณ โครงการ Cloud11 ย่านสุขุมวิท

ในการเปิดตัวครั้งนี้ adot° ประเดิมด้วยการนำเสนอ 4 คอลเลกชันจาก 3 ศิลปินไทยที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ได้แก่

1. วิศิษฏ์ เตชะศิริโกศล กับคอลเลกชัน "Experiment to Control" และ "12 Emblems" ซึ่งนำเสนอจิตรกรรมนามธรรมและการสื่อสารผ่านสัญลักษณ์ข้ามกาลเวลา

2. ชิษณุพงศ์ วัฒโน กับคอลเลกชัน "Selected Seeing" ที่ตั้งคำถามกับการรับรู้และการมองเห็น

3. ธีรพล สีสังข์ กับคอลเลกชัน "Weaving the Form" งานประติมากรรมถักทอด้วยมือที่ให้รูปทรงแก่สิ่งไร้รูป การเลือกสรรผลงานที่ครอบคลุมหลากหลายแขนงศิลปะนี้ ช่วยสะท้อนความหลากหลายของระบบนิเวศทางศิลปะที่แพลตฟอร์มต้องการรองรับ

นางสาวพรรณธร ลออรรถวุฒิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง adot° กล่าวว่า การมีพื้นที่จัดแสดงจริงช่วยให้ผู้คนได้ยืนอยู่ตรงหน้าผลงาน สัมผัสคุณค่าของชิ้นงาน ควบคู่ไปกับการรับรู้ว่าเรื่องราวและกรรมสิทธิ์ของผลงานจะเดินทางไปพร้อมกัน การจัดแสดงจริงจึงเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างคุณค่าทางจิตใจของศิลปะต้นฉบับกับความมั่นคงในกรรมสิทธิ์ทางดิจิทัล ซึ่งตอบโจทย์พฤติกรรมของนักสะสมยุคใหม่ที่ต้องการทั้งความสุนทรีย์และความชัดเจนในสิทธิครอบครอง

adot° แพลตฟอร์มศิลปะและทรัพย์สินทางปัญญาแบบ phygital พื้นที่จัดแสดงงานถาวรแห่งแรกในไทย

การดำเนินงานของ adot° ภายใต้แนวคิด "Your art. Your ownership. Your community." จึงเป็นการวางกลยุทธ์ระยะยาวในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ การสร้างแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงระหว่าง ศิลปิน พื้นที่จัดแสดง และนักสะสม ไว้ในการเดินทางเดียวกัน ไม่เพียงแต่สร้างตลาดใหม่ให้กับศิลปินไทย

แต่ยังเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ในการบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญาประเภทศิลปกรรม ผ่านการใช้เทคโนโลยีเป็นฐานรากในการรับรองกรรมสิทธิ์และประวัติผลงาน ซึ่งจะกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญสำหรับอุตสาหกรรมศิลปะยุคดิจิทัลต่อไป