svasdssvasds
logo-pwa

เพิ่ม thansettakij

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด
thansettakij

กทม.เตือนเตรียมรับมือ PM2.5 พุ่ง ส่อลากยาวถึงเดือน ก.พ. นี้

25 มกราคม 2566

กทม. เตือนเตรียมรับมือ PM2.5 พุ่งเกินค่ามาตรฐาน ส่อลากยาวถึงเดือน ก.พ. นี้ แนะ ประชาชนสวมหน้ากากอนามัยป้องกันตัวเอง

25 มกราคม 2566 ที่สำนักสิ่งแวดล้อม อาคารสำนักการโยธา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 ดินแดง นายพรพรหม ​วิกิตเศรษฐ์ ที่ปรึกษาผู้ว่าฯ กทม.​ พร้อมด้วย​นายเอกชัย เพียรศรีวัชรา​ รองอธิบดีกรมอนามัย​ นายพันศักดิ์ ถิรมงคล ผู้อำนวยการกองจัดการคุณภาพอากาศและเสียง กรมควบคุมมลพิษ​

นายศักดา ตรีเดช ผู้อำนวยการส่วนนวัตกรรมคุณภาพอากาศและเสียง กรมควบคุมมลพิษ และนางสาววรนุช สวยค้าข้าว​ รองผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม กทม.​​ ร่วมแถลงมาตรการรับมือฝุ่น PM2.5 สูง ใน กทม.ช่วงวันที่ 26-27 ม.ค. 66​ 

นายพรพรหม​ ที่ปรึกษาผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า​ กทม.ร่วมกับกรมอนามัยและกรมควบคุมมลพิษ​เพื่อแก้ไขสถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 ในพื้นที่ กทม.​ แบ่งแผนงานออกเป็น 3 ส่วน คือ 

การติดตามและแจ้งเตือนโดยการตั้ง​ War Room แก้ปัญหา PM 2.5 การเปิดทราฟฟี่ฟองดูว์ เพื่อรับแจ้งปัญหาจากประชาชน​ และการพยากรณ์สถานการณ์ฝุ่นล่วงหน้าเพื่อแจ้งเตือนประชาชนโดยร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการแนะนำการป้องกันสุขภาพให้ประชาชน

รวมถึงการแก้ปัญหาจากต้นตอของฝุ่นละออง PM2.5 เช่น ควันดำจากรถยนต์ การเผาชีวมวลจากการเกษตร และโรงงานอุตสาหกรรมอีกด้วย​ซึ่งหน่วยงานภาครัฐได้ร่วมมือกันอย่างเข้มข้นเพื่อแก้ปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 ในกรุงเทพฯ ร่วมกัน

ด้านนายพันศักดิ์ ผอ.กองจัดการคุณภาพอากาศและเสียง กรมควบคุมมลพิษ​ กล่าวว่า การเกิดฝุ่น PM 2.5 เป็นวัฏจักรที่มักเกิดขึ้นในฤดูหนาวซึ่งปีนี้กรมควบคุมมลพิษได้ติดตามแต่คาดการณ์ล่วงหน้า 7 วัน พบว่า ช่วงที่มีปัญหาเริ่มตั้งแต่วันที่ 22 ม.ค.66 และค่า PM2.5 จะเกินมาตรฐานอีกครั้งในวันที่ 27 ม.ค.66 และจะเกิดพื้นที่สีส้มทั่วกรุงเทพฯ ในวันที่ 1 ก.พ.66

สำหรับปัญหานี้จะอยู่กับเราไปจนถึงเดือน เม.ย.โดยกรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า ปีนี้มีความแห้งแล้งมากกว่าปีที่ผ่านมา จึงเป็นปัจจัยส่งเสริมทำให้ PM2.5 อาจจะรุนแรงขึ้นซึ่งจากสถิติที่ผ่านพบว่า เดือนที่มักจะมีความรุนแรงของ PM 2.5 มากที่สุด คือเดือน ก.พ.66

ขณะที่นายศักดา ผอ.ส่วนนวัตกรรมคุณภาพอากาศและเสียง กรมควบคุมมลพิษ ระบุว่า 2 ปัจจัยหลักของการเกิดฝุ่น คือ ปัจจัยแรก​ได้แก่ เพดานลอยตัวของอากาศโดยข้อมูลจากอุตุนิยมวิทยาพบว่า เพดานอากาศต่ำกว่า 500 เมตร ทำให้เกิดสถานการณ์ PM 2.5 เนื่องจากเพดานอากาศจะสูงขึ้นในหน้าร้อนและเพดานอากาศจะต่ำลงในหน้าหนาว และสิ่งที่น่าเป็นห่วงคือในช่วงวันที่ 31 ม.ค. ถึง 1 ก.พ. สถานการณ์มีโอกาสรุนแรงเหมือนวันที่ 24 ม.ค.

ด้านนางสาววรนุช รองผอ.สำนักสิ่งแวดล้อม กทม.กล่าวว่า หากค่าฝุ่นเพิ่มสูงขึ้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการตามแผนปฏิบัติการฯ 3 ส่วน ได้แก่ เฝ้าระวังและแจ้งเตือน กำจัดต้นตอ ป้องกันและดูแลสุขภาพโดยนำข้อมูลจากกรมควบคุมมลพิษและกรมอุตุนิยมวิทยา นำค่าระดับฝุ่นประกอบกับค่าการพยากรณ์ของกรมควบคุมจะได้ข้อมูลสถานการณ์และนำมาใช้ในการวางแผนการทำงานต่อไปจะไปเป็นแผนการ 4 ระดับ

  • ระดับที่ 1 ไม่เกิน 37.5 มคก./ลบ.ม. จะใช้ 15 มาตรการ เช่น ตรวจไซต์ก่อสร้าง ตรวจโรงงาน ให้ฉีดพ่นน้ำเพื่อไม่ให้มีการฟุ้งกระจายของฝุ่น
  • ระดับที่ 2 คือ 37.6-50 มคก./ลบ.ม. จะเพิ่มความเข้นข้นในการตรวจมากยิ่งขึ้น
  • ระดับที่ 3 คือ 51-75 มคก./ลบ.ม. จะมีการแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อประสานงานขอความร่วมมือทำงานแบบ Work From Home(WFH) รวมถึงลดงานที่เกิดฝุ่นละออง
  • ระดับที่ 4 มากกว่า 75 มคก./ลบ.ม. จะขอความร่วมทำงานแบบ WFH เพราะช่วยลดมลพิษได้เป็นอย่างมาก

ทั้งนี้ หลังจาก กทม.ได้ตั้งวอร์รูมฝุ่น PM2.5 เพื่อแจ้งเตือนประชาชนในกรุงเทพฯให้รับมือกับสภาพอากาศที่มีผลกระทบต่อสุขภาพตามที่ กทม.ได้แจ้งประชาชนไปว่า วันที่ 27 ม.ค.นี้ จะมีค่าฝุ่น เกินค่ามาตรฐานเป็นสีส้ม และวันที่ 1 ก.พ. ยอมรับว่า ปีนี้สภาพฝุ่น PM 2.5 หนักและรุนแรงกว่าปีที่ผ่านมาเป็นเพราะเพดานการลอยตัวของอากาศใน กทม.ต่ำลงจากอุณหภูมิที่ยังต่ำอยู่อาจส่งผลต่อเนื่องตั้งแต่เดือนก.พ.

ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯและรอบนอกจะต้องเจอสภาพอากาศในลักษณะนี้อีกแต่ค่าฝุ่นปีนี้จะหนักเป็นช่วงระยะไม่ได้ติดต่อกันหลายวันเหมือนปีที่ผ่านมา ขณะที่ปัจจัยหลักของฝุ่นยังมาจากควันดำของรถยนต์ การปล่อยควันเสียจากโรงงานอุตสาหกรรม การก่อสร้างต่างๆ และร้านอาหารปิ้งย่างซึ่งตอนนี้ได้เฝ้าระวังและประมวลค่าฝุ่นเป็นรอบ 24 ชม.

ส่วนแนวทางการเฝ้าระวังนั้น​ กทม.ได้วางแผนไว้ 3 แนวทาง คือ เฝ้าระวังแจ้งเตือน กำจัดต้นตอ และการป้องกัน รวมถึงดูแลสุขภาพ โดยปีนี้กทม.ทำงานเชิงรุกมากขึ้นมีการตรวจควันดำจากรถบรรทุกในพื้นที่ไซด์งานก่อสร้าง รวมถึงจะขอความร่วมมือประชาชนใช้บริการรถสาธารณะให้มากขึ้นโดยเฉพาะในวันที่ 27 ม.ค.และวันที่ 1 ก.พ.นี้ที่ค่าฝุ่นในกรุงเทพจะเป็นสีแดง

สำหรับมาตรการที่จะให้ประชาชน WFH ในวันที่ค่าฝุ่นสูงนั้น กทม.ได้ทำหนังสือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมถึงขอความสมัครใจจากภาคเอกชนซึ่งขณะนี้ มี 11 บริษัทเอกที่สนใจและจะเข้าร่วม WFH กับ กทม. รวมถึงจะแจ้งเตือนขอให้ประชาชนงดออกกำลังกายกลางแจ้ง

ส่วนโรงเรียนขอให้ปิดหน้าต่างและให้โรงเรียนงดทำกิจกรรมนักเรียนนอกอาคาร ขณะที่การสวมใส่หน้ากากอนามัย หากเป็นหน้ากากอนามัยปกติจะป้องกันฝุ่น PM 2.5 ได้น้อย แต่หากเป็นหน้ากาก N95 จะกรองและป้องกันฝุ่นได้มาก

นอกจากนี้ กทม.ยังได้ขยายคลินิกอนามัยเพื่อรองรับผู้ป่วยมีอาการป่วยด้วยระบบทางเดินหายใจ จากเดิม 3 แห่งเป็น 5 แห่ง  โดยประชาชนสามารถเข้าใช้บริการได้ทันที