thansettakij
thansettakij
แพทย์เตือน รู้เท่าทัน 8 โรคร้ายที่มากับน้ำท่วม และวิธีป้องกัน

แพทย์เตือน รู้เท่าทัน 8 โรคร้ายที่มากับน้ำท่วม และวิธีป้องกัน

11 ก.ย. 67 | 09:02 น.
อัปเดตล่าสุด :11 ก.ย. 67 | 09:10 น.

ภัยสุขภาพคุกคาม! น้ำท่วมพาโรคระบาด 8 ชนิด โรงพยาบาลราชวิถี กรมการแพทย์ เผย หนึ่งในปัญหาที่สำคัญ ซึ่งมักเกิดจากการสัมผัสน้ำและสิ่งปนเปื้อนในน้ำท่วม การป้องกันโรคเป็นสิ่งสำคัญที่สุด

นายแพทย์ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวต่อว่า ในช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาเกิดร่องมรสุมพาดผ่านบริเวณภาคเหนือ ส่งผลให้เกิดฝนชุก น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลากในหลายพื้นที่

ซึ่งน้ำท่วมเป็นปัญหาที่มักเกิดขึ้นในช่วงฤดูฝนของทุกปี และไม่ได้สร้างความเสียหายให้แก่อาคารบ้านเรือนเพียงอย่างเดียว แต่กลับส่งผลกระทบต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตของผู้อาศัย ในบริเวณที่เกิดน้ำท่วมขังอีกด้วย น้ำท่วมในระยะแรกอาจยังไม่มีเชื้อโรคมาก

แต่เมื่อกลายเป็นน้ำขังก็จะสกปรกและมีเชื้อโรคมากขึ้น น้ำจึงเป็นที่มาของเชื้อโรคชนิดต่างๆ และหากต้องเดินย่ำน้ำแต่ละวันเป็นเวลานาน ก็จะยิ่งมีโอกาสป่วยด้วยโรคที่มากับน้ำท่วมมากขึ้น

นายแพทย์จินดา โรจนเมธินทร์ ผู้ช่วยอธิบดีกรมการแพทย์และอำนวยการโรงพยาบาลราชวิถี กล่าวเพิ่มเติมว่า น้ำท่วมมักมาพร้อมกับสภาพแวดล้อมที่ไม่สะอาด ปนเปื้อนเชื้อโรคต่างๆ รวมถึงเชื้อไวรัสที่ก่อให้เกิดโรคติดเชื้อทางเดินหาย เช่นไข้หวัดและไข้หวัดใหญ่

แพทย์เตือน รู้เท่าทัน 8 โรคร้ายที่มากับน้ำท่วม และวิธีป้องกัน

ซึ่งสามารถแพร่กระจายได้ง่ายมากขึ้นผ่านอากาศ ที่เย็นชื้นช่วงฝนตกและเมื่อมีการระเหยของน้ำจากพื้นที่น้ำท่วม ทำให้เชื้อโรคลอยอยู่ในอากาศที่เราหายใจเข้าไป การสัมผัสน้ำท่วมโดยตรง หรือการใช้ของใช้ที่ปนเปื้อนน้ำ อาจทำให้เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย หรือสิ่งของที่ปนเปื้อนเชื้อโรค ก็สามารถติดเชื้อได้และอาจทำให้เกิดความเสี่ยงที่จะเกิด 8 โรค

8 โรคร้ายที่มากับน้ำท่วม และวิธีป้องกัน

โรคระบบทางเดินหายใจ 

ได้แก่ ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่  โควิด-19 ปอดบวม อาการสำคัญ ไข้ ไอ เจ็บคอ คัดจมูก มีน้ำมูก เสมหะ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัว อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร การป้องกันคือ

  • ดูแลร่างกายให้อบอุ่นอยู่เสมอ
  • ไม่สวมเสื้อผ้าที่เปียกชื้น
  • เช็ดตัวให้แห้ง
  • หลีกเลี่ยงการแช่น้ำเป็นเวลานาน
  • หลีกเลี่ยงการใกล้ชิดกับผู้ป่วยที่เป็นหวัด
  • ปิดปากและจมูกเวลาไอหรือจาม
  • ล้างมือเป็นประจำด้วยน้ำและสบู่
  • เข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ประจำปี

โรคระบบทางเดินอาหาร  

ได้แก่ โรคอุจจาระร่วง อาหารเป็นพิษ อหิวาตกโรค โรคบิด ไทฟอยด์และโรคตับอักเสบ ซึ่งรับเชื้อผ่านการกินอาหารหรือนำดื่่ม ที่ปนเปื้อนเชื้อเหล่านี้เข้าไปจากน้ำสกปรกหรือขาดแคลนน้ำสะอาด อาการสำคัญ ถ่ายอุจจาระเหลว 3 ครั้งขึ้นไปถ่ายเป็นน้ำ หรือมีมูกเลือดอย่างน้อย 1 ครั้ง  ใน 1 วัน นอกจากนี้ยังมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน ปวดศีรษะ มีไข้ ปวดเมื่อยตามตัว เบื่ออาหาร อ่อนเพลีย ตัวเหลือง ตาเหลือง การป้องกันคือ

  • ทานอาหารที่ปรุงสุกและสะอาดหรืออาหารกระป๋องที่ยังไม่หมดอายุ กระป๋องไม่บวมหรือเป็นสนิม รับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่่ ไม่รับประทานอาหารดิบหรือสุก ๆ ดิบ ๆ อาหารที่เก็บไว้นานเกิน 2 ชั่วโมง ต้องนำมาอุ่นร้อนให้ทั่วถึง  ก่อนรับประทานทุกครั้ง ตลอดจนเลือกซื้อวัตถุดิบที่สด  สะอาด และมีคุณภาพ
  • ดื่มน้ำสะอาดเช่น น้ำจากขวดที่ฝาปิดสนิทมีเครื่องหมาย อย.หรือน้ำต้มสุก
  • ล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่ทุกครั้งก่อนกินอาหาร และหลังการใช้ห้องน้ำหรือสัมผัสสิ่งสกปรก และใช้ช้อนกลางตักอาหาร เมื่อรับประทานอาหารร่วมกับผู้อื่น
  • ห้ามถ่ายอุจจาระลงในน้ำโดยตรง ถ้าส้วมใช้ไม่ได้ ให้ถ่ายลงในถุงพลาสติกปิดปากถุงให้แน่นแล้วนำไปใส่ในถุงขยะ

โรคฉี่หนู (หรือโรคเลปโตสไปโรซิส)

เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ที่ออกมากับน้ำปัสสาวะของสัตว์ เช่น หนู หมู วัว ควาย สุนัข แพะ แกะ ปนเปื้อนอยู่ในแหล่งน้ำ ลำคลองแอ่งน้ำขังเล็ก ๆ รวมทั้งพื้นดินโคลนที่ชื้นแฉะ คนจะได้รับเชื้อผ่านทาง  บาดแผล รอยถลอก รอยขีดข่วน หรือเชื้ออาจไชผ่านทางผิวหนังที่อ่อนนุ่ม จากการแช่น้ำนานและจากการรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำ ที่ปนเปื้อนเชื้อเข้าไป อาการสำคัญผู้ป่วยจะมีอาการไข้สูงฉับพลัน (หลังลุยหรือแช่น้ำ 1 – 2 สัปดาห์) ปวดศีรษะ ปวดเมื่อย กล้ามเนื้อมาก โดยเฉพาะบริเวณน่องและโคนขาหรือปวดหลัง อาจมีอาการตาแดง มีจุดเลือดออกตามผิวหนัง ไอมีเลือดปน ตัวเหลือง ตาเหลือง ปัสสาวะน้อยซึม สับสน การป้องกันคือ

  • หลีกเลี่ยงการลุยน้ำลุยโคลน
  • ป้องกันไม่ให้บาดแผลสัมผัส ถูกน้ำ โดยการสวมร้องเท้าบูธยาง
  • รีบล้างเท้าให้สะอาดด้วยสบู่แล้วเช็ดให้แห้ง โดยเร็วที่สุด เมื่อต้องลุยน้ำย่ำโคลน

โรคน้ำกัดเท้าจากเชื้อราและแผลพุพองเป็นหนอง

ซึ่งเกิดจากการย่ำน้ำหรือแช่น้ำที่มีเชื้อโรคหรืออับชื้นจากเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกายที่ไม่สะอาดเป็นเวลานาน โดยจะมีอาการเท้าเปื่อย เป็นหนอง และเริ่มคันตามซอกนิ้วเท้าผิวหนังลอกเป็นขุย จากนั้นผิวหนังจะพุพองนิ้วเท้าหนาและแตก มีโอกาสเกิดโรคแทรกซ้อนคือผิวหนังอักเสบบวมแดง การป้องกันคือ

  • หลีกเลี่ยงการลุยน้ำลุยโคลน
  • ป้องกันไม่ให้บาดแผลสัมผัสถูกน้ำโดยการสวมร้องเท้าบูธยาง
  • รีบล้างเท้าให้สะอาดด้วย สบู่ แล้วเช็ดให้แห้งโดยเร็วที่สุด เมื่อต้องลุยน้ำย่ำโคลน
  • หากมีบาดแผลควรใช้ แอลกอฮอล์เช็ดแล้วทาด้วยยาฆ่าเชื้อ

โรคตาแดง 

อาการสำคัญ ตาแดง ระคายเคืองตา น้ำตาไหล กลัวแสง มีขี้ตา หนังตาบวม  การป้องกัน คือ

  • ล้างด้วยน้ำสะอาดทันทีถ้ามีฝุ่นละอองหรือน้ำสกปรกเข้าตา
  • ไม่ควรขยี้ตาด้วยมือที่สกปรก
  • อย่าให้แมลงตอมตา
  • แยกผู้ป่วยตาแดงออกจากคนอื่นรอบตัว
  • ไม่ใช้สิ่งของร่วมกันเพื่อป้องกันการระบาดของโรค

ไข้เลือดออก

ไข้เลือดออก มียุงเป็นพาหะของโรค ที่วางไข่บริเวณที่มีน้ำท่วมขัง  อาการสำคัญ คือไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัว หน้าแดง จุดเลือดออกตามผิวหนัง เลือดออกตามไรฟัน การป้องกันคือ

  • ระวังอย่าให้ยุงกัดในเวลากลางวัน
  • นอนในมุ้ง
  • ทายากันยุง
  • กำจัดลูกน้ำและแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย โดยปิดฝาภาชนะเก็บน้ำไม่ให้มีน้ำขัง
  • อุบัติเหตุไฟดูด จมน้ำ เหยียบของมีคม และการถูกสัตว์ร้ายมีพิษกัดต่อย
  • อุบัติเหตุไฟดูด จมน้ำ เหยียบของมีคม และการถูกสัตว์ร้ายมีพิษกัดต่อย ได้แก่ งู ตะขาบ แมงป่อง การป้องกันคือ
  • ถอดปลั๊กอุปกรณ์ไฟฟ้า สับคัตเอาต์ตัดไฟฟ้าในบ้านก่อนที่น้ำจะท่วมถึง
  • เก็บกวาดขยะ วัตถุแหลมคม ในบริเวณอาคารบ้านเรือน และตามทางเดินอย่างสม่ำเสมอ

โรคเครียด

ผู้ที่ประสบภัยน้ำท่วม หรือกำลังอยู่ในที่ที่มีความเสี่ยงที่อาจถูกน้ำท่วม อาจจะเกิดภาวะเครียด จะมากหรือน้อยขึ้นกับปัจจัยส่วนตัว เช่นความมั่นคงทางอารมณ์ ทักษะในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ขนาดของความเสียหายของทรัพย์สินที่เกิดขึ้น ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อความรุนแรงของความเครียด หากมีความเครียดรุนแรงทำให้การทำกิจวัตรประจำวันเสียไป นอนไม่หลับ ก็ควรไปพบแพทย์เพื่อรับคำแนะนำ และแพทย์อาจให้ยาคลายเครียด ช่วยในรายที่มีอาการมากจนรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน และอาจต้องพบจิตแพทย์ตามความจำเป็น การดูแลตนเองเบื้องต้นในช่วงน้ำท่วมจะช่วยป้องกัน และลดความเสี่ยงในการเกิดโรคได้ ทั้งนี้ โรงพยาบาลพระราชวิถีได้ร่วมกับหน่วยงานในสังกัดกรมการแพทย์นำเวชภัณฑ์ยาบริจาคช่วยเหลือผู้ป่วยน้ำท่วมในเขตภาคเหนืออีกด้วย