
"อาหารเป็นพิษ" อันตราย รุนแรง หมดสติได้ ตรวจสอบอาการ วิธีรักษาที่นี่
กรมควบคุมเผยตัวเลข ผู้ป่วยโรค"อาหารเป็นพิษ" กว่า 27,000 ราย เตือนระวังการรับประทานอาหารช่วงฤดูร้อน อันตรายรุนแรง หมดสติได้ ตรวจสอบอาการ วิธีรักษาที่นี่
"อาหารเป็นพิษ" มักระบาดมากขึ้นในช่วงฤดูร้อน มีอันตรายมากกว่าแค่อาการท้องเสีย โดยล่าสุด กรมควบคุมโรค ได้รายงานสถานการณ์โรคอาหารเป็นพิษในปี พ.ศ 2566 ระหว่างวันที่ 1 ม.ค.- 12 เม.ย. 2566 พบผู้ป่วย 27,405 ราย จาก 76 จังหวัด
กลุ่มผู้ที่เป็นโรค "อาหารเป็นพิษ" มากที่สุดอายุ 0-4 ปี คิดเป็น14.19% ,ช่วงอายุ 15-24 ปี คิดเป็น 13.34% และช่วงอายุ 25-34 ปี คิดเป็น 12.82% โดยพบการป่วยด้วยโรคอาหารเป็นพิษเป็นกลุ่ม จำนวน 50-388 คน จำนวน 17 เหตุการณ์ ซึ่งพบในสถานศึกษา 12 เหตุการณ์ รองลงมา คือ เรือนจำ 2 เหตุการณ์ และการรวมกลุ่มทำกิจกรรมอื่นๆ เช่น งานปฏิบัติธรรม งานแต่งงาน 3 เหตุการณ์
สาเหตุโรค "อาหารเป็นพิษ" ระบาด
"โรคอาหารเป็นพิษ" หรือ อาการท้องร่วง ระบาดต่อเนื่องในช่วงฤดูร้อนเนื่องจากอากาศที่ร้อนจัด ส่งผลให้อาหารต่างๆ บูดเร็ว และอาจมีสารพิษ หรือแบคทีเรียปนเปื้อน โดยมักเกิดจากเชื้อโรคจำพวก S.aureus หรือ B. cereus หรือ salmonella spp ที่ปนเปื้อนกับอาหาร รวมถึงน้ำดื่มและน้ำแข็งที่มีกระบวนการผลิตที่ไม่ถูกสุขลักษณะ
ทั้งนี้ จากข้อมูลกลุ่มระบาดวิทยาโรคติดต่อ กรมควบคุมโรค ระบุว่า ประเทศไทยมีอัตราป่วยโรคอาหารเป็นพิษมีแนวโน้มสูงขึ้น มีรายงานระบุเชื้อก่อโรคเพียงร้อยละ 0.1-6 ในจำนวนนี้พบเชื้อ V.parahaemolyticus ร้อยละ 50-60 ของจำนวนที่รายงานระบุเชื้อก่อโรค
โดยผู้รับเชื้อดังกล่าว จะมีอาการถ่ายอุจจาระเป็นน้ำ และปวดมวนท้องรุนแรงเป็นส่วนใหญ่ บางครั้ง มีคลื่นไส้ อาเจียน เป็นไข้และปวดศีรษะ หรืออาจมีอาการคล้ายเป็นบิด ถ่ายอุจจาระปนเลือด หรือเป็นมูก ไข้สูง และมีจำนวนเม็ดเลือดขาวสูง เป็นโรคที่ไม่ค่อยรุนแรง มีระยะเวลาดำเนินโรค 1-7 วัน การติดเชื้อในระบบอื่นของร่างกาย และการตายพบได้น้อยมาก
อาการของโรค "อาหารเป็นพิษ"
- คลื่นไส้ อาเจียน
- ปวดท้อง ถ่ายอุจจาระเหลว ถ่ายเป็นน้ำหรือมีมูกเลือด หากถ่ายอุจจาระเหลวมากอาจหมดสติได้
- ปวดศีรษะ มีไข้
- คอแห้งกระหายน้ำ
- หากเชื้อโรคปนเปื้อนเข้าไปในกระแสเลือด อาการจะรุนแรงขึ้น อาจอันตรายถึงชีวิตได้
วิธีปฐมพยาบาลโรค"อาหารเป็นพิษ"
- จิบสารละลายเกลือแร่ โอ อาร์ เอส บ่อยๆ เพื่อป้องกันไม่ให้ร่างกายขาดน้ำ
- รับประทานอาหารอ่อนๆ ย่อยง่าย เช่น ข้าวต้ม โจ๊ก แกงจืด
- งดอาหารรสจัด เช่น เผ็ดจัด เปรี้ยวจัด ของหมักดองต่างๆ
- ถ้าอาการไม่ดีขึ้นให้รีบไปพบแพทย์โดยเร็ว
ในช่วงอากาศร้อน จึงควรควรเลือกซื้ออาหารที่สด สะอาด รูป รส กลิ่น สี ไม่ผิดปกติ ล้างทำความสะอาดก่อนนำมาปรุง ประกอบอาหารด้วยความร้อนให้สุกอย่างทั่วถึง ไม่รับประทานอาหารดิบ หรือสุกๆ ดิบๆ อาหารที่ปรุงไว้นานเกิน 2 ชั่วโมง และหมั่นล้างมือด้วยสบู่ให้สะอาดทุกครั้งก่อนปรุงอาหาร และรับประทานอาหาร







