
เศรษฐกิจสำลักฝุ่น PM 2.5 ฉุดนักท่องเที่ยว สุขภาพคนทรุด
ปัญหา ฝุ่น PM 2.5 ที่รุนแรงขึ้น อาจทำให้เศรษฐกิจไทยสำลักฝุ่นพิษ เป็นตัวฉุดนักท่องเที่ยวหาย สุขภาพกายเเละใจคนทรุดลง
ปัญหา “ฝุ่น PM2.5” ที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ กำลังบั่นทอนสุขภาพประชาชน ล่าสุด 48 จังหวัดทั่วไทย กระอักฝุ่น PM2.5 ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานคร สรุปผลการตรวจวัด PM2.5 วันนี้ (7 มีนาคม 2566) ตรวจวัดได้ 58-93 มคก./ลบ.ม. ค่าเฉลี่ยของกรุงเทพมหานคร 72.6 มคก./ลบ.ม.ค่า PM2.5 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เกินมาตรฐานโดยอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพและมีผลกระทบต่อสุขภาพบางพื้นที่ ถือเป็นความท้าทายต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย ที่ต้องการการแก้ไขอย่างเร่งด่วน
The Guardian เคยรายงานอ้างอิงจากงานวิจัยอังกฤษ พบว่า การสัมผัสมลพิษทางอากาศเป็นเวลานานอาจทำให้เกิดภาวะซึมเศร้าและวิตกกังวล การติดตามอุบัติการณ์ของภาวะซึมเศร้าและความวิตกกังวลในผู้ใหญ่เกือบ 500,000 คนในสหราชอาณาจักรช่วง 11 ปี นักวิจัยพบว่าผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีมลพิษสูงมีแนวโน้มที่จะมีอาการต่างๆ แม้ว่าคุณภาพอากาศจะอยู่ในเกณฑ์ที่ทางการกำหนดไว้ก็ตาม
งานวิจัยนี้จัดทำขึ้นในสหราชอาณาจักรที่มีค่ามลพิษทางอากาศและฝุ่นละอองต่ำกว่าอีกหลายประเทศทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย หากลองเปรียบเทียบค่าฝุ่น PM 2.5 ในวันนี้ (7 มีนาคม 2566 เวลา 09.00 น.) ตามข้อมูลของ Air Quality Index กรุงลอนดอนมีค่าความเข้มข้นของฝุ่น PM 2.5 อยู่ที่ 5.4 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (ถือว่าอากาศดี) ขณะที่กรุงเทพฯ อยู่ที่ 103.2 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร มากเป็นอันดับ 9 ของโลก ตามมาหลังเชียงใหม่ที่อยู่ในอันดับที่ 5
ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี หรือ ttb analytics ประเมินว่าในปีคาดตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มสูงแตะ 28 ล้านคน สร้างมูลค่าการท่องเที่ยวราว 1.44 ล้านล้านบาท จากแรงหนุนของการที่จีนเปิดประเทศ และการปรับตัวของสายการบินที่จัดหาบริการเที่ยวบินรองรับอุปสงค์การท่องเที่ยวได้ดีขึ้นเมื่อเทียบกับปี 2565 ผ่านมา
และเเม้การท่องเที่ยวจะเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญของไทยในปีนี้ แต่ก็มีคำเตือนจาก สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว จังหวัดเชียงใหม่ ว่า ฝุ่น "PM2.5" ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ รวมทั้งพื้นที่ภาคเหนือมีปริมาณเกินค่ามาตรฐานมาเป็นเวลาติดต่อกัน มีผลต่อการตัดสินใจเดินทางมาท่องเที่ยวในพื้นที่ของ นั่นหมายความการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวไม่ทั่วถึง เพราะสภาพอากาศเป็นพิษ โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวที่อากาศแห้งและปริมาณฝุ่นมักจะเพิ่มขึ้น
เมื่อย้อนดูข้อมูลจาก “ศูนย์วิจัยกสิกรไทย” ที่เคยระบุถึงผลทางเศรษฐกิจจากปัญหาฝุ่นละอองในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ในปี 2563 ช่วงระยะเวลา 2 เดือน คือ ม.ค.- ก.พ. 2563 คิดเป็นเม็ดเงินรวมราว 3,200–6,000 ล้านบาท แบ่งเป็น ค่าเสียโอกาสด้านสุขภาพ (ค่ารักษาพยาบาล ค่าหน้ากากอนามัย เครื่องฟอกอากาศ) 2,000-3,000 ล้านบาท
กว่า 75% เป็นค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาล ค่าเสียโอกาสด้านการท่องเที่ยว 1,000-2,400 ล้านบาท เนื่องจากนักท่องเที่ยวต่างชาติบางส่วนหลีกเลี่ยงการเดินทางเข้ากรุงเทพฯ และปริมณฑล และค่าเสียโอกาสของภาคธุรกิจอื่น เช่น ร้านอาหารข้างทาง สวนอาหาร ตลาดนัด 200-600 ล้านบาท







