
สธ. สั่งคุมเข้มด่านพรมแดน รับมือ "อหิวาตกโรค" ระบาดในย่างกุ้ง
สธ. เฝ้าระวังเข้ม 'อหิวาตกโรค' หลังพบการระบาดในย่างกุ้ง สั่งด่านควบคุมโรค สถานพยาบาล ห้องปฏิบัติการเตรียมพร้อม พร้อมแนะผู้เดินทางยึดหลัก 'สุก ร้อน สะอาด'
KEY
POINTS
- กระทรวงสาธารณสุขสั่งยกระดับการเฝ้าระวังอหิวาตกโรค ณ ด่านพรมแดนและสถานพยาบาล หลังพบการระบาดในนครย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา
- สถานการณ์ในเมียนมาพบผู้ป่วยอุจจาระร่วงรุนแรงสะสมราว 500 ราย โดยยืนยันเชื้ออหิวาตกโรคแล้ว 9 ราย และมีผู้เสียชีวิต 1 ราย
- มาตรการคุมเข้มรวมถึงการคัดกรองผู้เดินทางเข้าประเทศ พร้อมเตือนประชาชนที่เดินทางไปพื้นที่ระบาดให้ระมัดระวังเรื่องอาหารและน้ำสะอาด
กระทรวงสาธารณสุขติดตามสถานการณ์อหิวาตกโรคในนครย่างกุ้ง สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาอย่างใกล้ชิด หลังมีรายงานผู้ป่วยอุจจาระร่วงรุนแรงเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเพิ่มขึ้น พร้อมสั่งการกรมควบคุมโรคยกระดับการเฝ้าระวัง ณ ช่องทางเข้าออกประเทศ สถานพยาบาล และชุมชนชายแดน รวมทั้งเตรียมความพร้อม
ด้านการตรวจทางห้องปฏิบัติการและการสอบสวนควบคุมโรค ย้ำประชาชนยังไม่ควรตื่นตระหนก ผู้ที่กำลังจะเดินทางไปพื้นที่ระบาดต้องระมัดระวังอาหารและน้ำและพิจารณารับวัคซีนป้องกันโรคล่วงหน้าอย่างน้อย 2 สัปดาห์ ส่วนผู้ที่เดินทางกลับ หากมีอาการถ่ายเหลวเป็นน้ำจำนวนมาก หรืออาเจียน ให้รีบพบแพทย์และแจ้งประวัติการเดินทางทันที
นพ.มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า จากการติดตามข้อมูลทางการและสื่อท้องถิ่นเมียนมา พบว่า ตั้งแต่วันที่ 9 สิงหาคม 2569 นครย่างกุ้งมีผู้ป่วยอุจจาระร่วงรุนแรง เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลสะสมประมาณ 500 ราย ในจำนวนนี้ให้ผลบวกจากการตรวจคัดกรองอหิวาตกโรค 149 ราย และได้รับการยืนยันเชื้อ Vibrio cholerae โดยห้องปฏิบัติการสุขภาพแห่งชาติเมียนมา 9 ราย
ผู้ป่วยรับใหม่ลดลงแต่ยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
ทั้งนี้ ยังไม่มีการเปิดเผย serogroup, serotype หรือ biotype ของเชื้อ โดยพบผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นผู้สูงอายุที่มีโรคหัวใจและโรคปอดเดิม โดยทางการเมียนมายังไม่ได้ยืนยันว่า เสียชีวิตจากอหิวาตกโรคโดยตรง ผู้ป่วยส่วนใหญ่กระจุกตัวในเขตใจกลางย่างกุ้ง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีร้านอาหารและแผงจำหน่ายอาหารริมทางหนาแน่น ทางการเมียนมาได้ตรวจสอบคุณภาพอาหารและน้ำ ทำความสะอาดระบบประปา เพิ่มการใช้คลอรีน ฆ่าเชื้อบริเวณบ้านผู้ป่วย และระงับการจำหน่ายอาหารริมทางที่มีความเสี่ยงเป็นการชั่วคราว
โดยข้อมูลล่าสุดระบุว่า จำนวนผู้ป่วยรับใหม่มีแนวโน้มลดลง แต่ยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด จากข้อมูลปัจจุบัน กรมควบคุมโรคประเมินความเสี่ยงต่อประชาชนทั่วไปในประเทศไทยยังอยู่ในระดับต่ำ เนื่องจากโรคติดต่อผ่านการบริโภคอาหารหรือน้ำที่ปนเปื้อน ไม่ติดต่อทางการหายใจหรือการสัมผัสทั่วไป อย่างไรก็ตาม ผู้เดินทางไปพื้นที่ระบาดมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น และยังมีโอกาสพบผู้ป่วยเดินทางเข้าประเทศ เนื่องจากมีการเดินทางระหว่างไทยกับเมียนมาอย่างต่อเนื่อง
6 มาตรการพร้อมรับมือสถานการณ์ อหิวาตกโรค
ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุขจึงสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนี้
1. ติดตามสถานการณ์ ประเมินความเสี่ยง และประสานข้อมูลกับเมียนมา องค์การอนามัยโลก และเครือข่ายระหว่างประเทศ
2. เพิ่มการเฝ้าระวังและคัดกรองอาการ ณ ช่องทางเข้าออกประเทศ พร้อมให้คำแนะนำและส่งต่อผู้ป่วยสงสัย
3. ให้สถานพยาบาล โดยเฉพาะจังหวัดชายแดนและพื้นที่ที่มีชุมชนชาวเมียนมา เพิ่มความไวในการตรวจจับ ซักประวัติการเดินทาง เก็บตัวอย่าง และรายงานผู้ป่วยโดยเร็ว
4. เตรียมความพร้อมห้องปฏิบัติการและระบบขนส่งตัวอย่าง เพื่อยืนยันและจำแนกเชื้อ
5. เตรียมทีมสอบสวนและควบคุมโรคให้พร้อมตอบโต้ทันที
6. ตรวจเข้มสุขาภิบาลอาหาร น้ำดื่ม น้ำใช้ ห้องสุขา และระบบกำจัดสิ่งปฏิกูล โดยเฉพาะชุมชนแรงงานต่างด้าวและพื้นที่พักอาศัยรวม
ด้านนายแพทย์ดิเรก ขำแป้น รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้ที่กำลังจะเดินทางไปเมียนมา หากไม่มีความจำเป็น ควรหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่พบผู้ป่วยจำนวนมาก หากจำเป็นต้องเดินทาง อาจพิจารณารับวัคซีนป้องกันอหิวาตกโรค ซึ่งเป็นวัคซีนชนิดรับประทาน 2 ครั้ง ห่างกัน 2 สัปดาห์ และควรดื่มเฉพาะน้ำบรรจุขวดที่ปิดสนิทหรือน้ำต้มสุก หลีกเลี่ยงน้ำแข็งที่ไม่ทราบแหล่งผลิต เลือกรับประทานอาหารปรุงสุกใหม่และยังร้อน งดอาหารดิบ อาหารทะเลดิบ ผักสด ผลไม้ที่ปอกทิ้งไว้ และอาหารริมทางที่ไม่ถูกสุขลักษณะ รวมทั้งล้างมือด้วยสบู่ก่อนรับประทานอาหารและหลังเข้าห้องน้ำ ติดตามประกาศของทางการเมียนมา และควรเตรียมผงน้ำตาลเกลือแร่ ORS ไว้ใช้เบื้องต้น
สำหรับผู้ที่เดินทางกลับจากเมียนมา ขอให้สังเกตอาการตนเองเป็นเวลา 5 วัน หากมีอาการถ่ายเหลวเป็นน้ำมาก อาเจียน กระหายน้ำ ปากแห้ง ปัสสาวะน้อย อ่อนเพลีย หรือหน้ามืด ให้จิบสารละลายเกลือแร่ ORS ตามคำแนะนำบนซองและรีบพบแพทย์ พร้อมแจ้งประวัติการเดินทาง ไม่ควรซื้อยาปฏิชีวนะหรือยาหยุดถ่ายรับประทานเอง และควรงดประกอบอาหารให้ผู้อื่นจนกว่าจะได้รับการประเมินจากบุคลากรทางการแพทย์หรือสาธารณสุข
ทั้งนี้ อหิวาตกโรครักษาได้ หากได้รับสารน้ำและการดูแลอย่างรวดเร็ว แต่ในรายที่ถ่ายเหลวรุนแรงอาจสูญเสียน้ำจนช็อกและเสียชีวิตได้ จึงขอให้ประชาชนยึดหลัก "สุก ร้อน สะอาด" ดื่มน้ำสะอาด และล้างมือด้วยสบู่เป็นประจำ หากมีอาการผิดปกติให้รีบพบแพทย์







