thansettakij
thansettakij
เจาะร่าง พ.ร.บ.รับรองอัตลักษณ์ทางเพศสภาพ ปลุกสิทธิสุขภาพ 'อินเตอร์เซ็กส์-ข้ามเพศ'

เจาะร่าง พ.ร.บ.รับรองอัตลักษณ์ทางเพศสภาพ ปลุกสิทธิสุขภาพ 'อินเตอร์เซ็กส์-ข้ามเพศ'

เปิดสาระสำคัญ ร่าง พ.ร.บ.รับรองอัตลักษณ์ทางเพศสภาพให้ความคุ้มครอง 'บุคคลอินเตอร์เซ็กส์-บุคคลข้ามเพศ' ห้ามผ่าตัดหรือแทรกแซงทางเพศในเด็กจนกว่าจะสามารถให้ความยินยอมได้เอง มีบทลงโทษทางอาญารุนแรงสำหรับผู้ฝ่าฝืน

KEY

POINTS

  • ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้มุ่งให้บุคคลสามารถยื่นขอรับรองอัตลักษณ์ทางเพศสภาพและเปลี่ยนคำนำหน้านามในเอกสารราชการได้ตามเจตจำนงของตนเองเมื่ออายุครบ 18 ปีบริบูรณ์
  • ปลดล็อกสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติให้ครอบคลุมบริการยืนยันเพศสภาพ เช่น การให้คำปรึกษา การใช้ฮอร์โมน และการผ่าตัด รวมถึงให้สิทธิลาเพื่อเข้าสู่กระบวนการทางการแพทย์
  • ให้ความคุ้มครองบุคคลอินเตอร์เซ็กส์ (Intersex) โดยห้ามทำการผ่าตัดหรือแทรกแซงทางเพศในเด็กจนกว่าจะสามารถให้ความยินยอมได้เอง และมีบทลงโทษทางอาญาที่รุนแรงสำหรับผู้ฝ่าฝืน

การขับเคลื่อนความเท่าเทียมทางเพศของสังคมไทยก้าวไปอีกขั้นหลังจากที่มีกฎหมายสมรสเท่าเทียมเกิดขึ้นแต่ในความเป็นจริงทางกฎหมาย สิทธิในการยืนยันตัวตนของผู้มีความหลากหลายทางเพศนั้น ยังคงถูกจำกัดไว้ด้วยระบบที่พิจารณาเพียง "เพศชาย" และ "เพศหญิง" ตามสรีระแต่แรกเกิดเท่านั้น "การข้ามเพศ" หรือ ผู้ที่มีเพศสภาพไม่ตรงกับคำนำหน้านามจึงเหมือนถูกเลือกปฏิบัติ เกิดปัญหาความเหลื่อมล้ำในการจ้างงานไปจนถึงข้อจำกัดในการเข้าถึงบริการสาธารณสุข  

ล่าสุด กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เปิดรับฟังความเห็น (ร่าง) พระราชบัญญัติการรับรองอัตลักษณ์ทางเพศสภาพ พ.ศ. .... ผ่านทางระบบกลางทางกฎหมาย ระหว่างวันที่ 11 สิงหาคม- 9 กันยายน 2569 กฎหมายที่จะมาปลดล็อกระบบทะเบียนราษฎร รวมถึงความคุ้มครองสิทธิมนุษยชนและยกระดับสุขภาวะของคนไทยครั้งใหญ่  

สำหรับร่างกฎหมายฉบับมีประกอบด้วย 7 หมวด จำนวน 24 มาตรา รวมบทเฉพาะกาล ในร่างกฎหมายฉบับนี้ได้ให้นิยามต่าง ๆ เอาไว้ หลายคำด้วยกัน ดังเช่น คำว่า เพศสภาพ, อัตลักษณ์ทางเพศสภาพ, คุณลักษณะทางเพศ, บุคคลอินเตอร์เซ็กส์ และ บุคคลที่ไม่นิยามตนในระบบทวิเพศ เป็นต้น 

ขณะที่หากมองในมิติทางสาธารณสุขนั้น ร่างกฎหมายฉบับนี้กำหนดให้การรับรองอัตลักษณ์ทางเพศสภาพเป็นไปตาม "เจตจำนงของบุคคล" ทั้งยังสอดรับกับมาตรฐานขององค์การอนามัยโลกที่ถอดภาวะอัตลักษณ์ทางเพศออกจากการเป็น "โรคจิตเวช" ช่วยปลดล็อกให้สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติครอบคลุมการให้คำปรึกษาทางจิตวิทยา การใช้ฮอร์โมน และการผ่าตัดยืนยันเพศสภาพได้อย่างถูกต้องตามมาตรฐาน

ให้ความคุ้มครองผู้ที่มีคุณลักษณะทางเพศไม่ชัดเจนตามสรีระแต่แรกเกิด

จุดเปลี่ยนที่น่าสนใจ คือ การคุ้มครอง "บุคคลอินเตอร์เซ็กส์" (Intersex) หรือผู้ที่มีคุณลักษณะทางเพศไม่ชัดเจนตามสรีระแต่แรกเกิดโดยกฎหมายฉบับนี้กำหนดให้ระบุในสูติบัตรว่า "อินเตอร์เซ็กส์" และ ห้ามมิให้ทำการผ่าตัดหรือแทรกแซงทางเพศเด็กจนกว่าเจ้าตัวจะเติบโตและให้ความยินยอมด้วยตนเอง เว้นแต่เป็นเหตุเร่งด่วนเพื่อรักษาชีวิต

หากฝ่าฝืนจะมีโทษอาญาจำคุกตั้งแต่ 6 เดือนถึง 10 ปี และปรับตั้งแต่ 10,000 ถึง 200,000 บาท ซึ่งเทียบเท่าความผิดฐานทำร้ายร่างกายจนได้รับอันตรายสาหัสเพื่อป้องกันบาดแผลทางร่างกายและจิตใจของเด็กในระยะยาว  

ในร่างกฎหมายฉบับนี้คุ้มครองผู้ที่มีอายุครบ 18 ปีบริบูรณ์สามารถยื่นขอรับรองอัตลักษณ์ทางเพศสภาพและเลือกใช้คำนำหน้านามที่ตรงกับเพศสภาพของตนเองหรือเลือกไม่ระบุคำนำหน้านามได้ ทั้งยังคุ้มครองสิทธิผู้ใช้แรงงาน รวมถึงเปิดทางให้มี "สิทธิลาเพื่อเข้าสู่กระบวนการทางการแพทย์ในการยืนยันเพศสภาพ" ซึ่งทำให้ทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชนต้องปรับตัวด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล เพื่อรองรับความหลากหลายโดยไม่กระทบต่อสิทธิของผู้ทำงาน

ความท้าทายของสังคมไทย 

น่าสนใจว่า ในมิติทางกฎหมายจะมุ่งยกระดับสิทธิมนุษยชนให้สอดคล้องกับพันธกรณีระหว่างประเทศและเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs) แต่ในทางปฏิบัตินั้น กฎหมายฉบับนี้นับเป็นโจทย์ใหญ่ที่สังคมไทยต้องร่วมกันหาทางออกในหลากหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของระบบทะเบียนราษฎร การยกเลิกการระบุ "เพศ" แบบเดิมในสูติบัตร เปลี่ยนมาระบุ "คุณลักษณะทางเพศ" ร่วมกับ "เพศสภาพ" แทน

รวมถึงการเปลี่ยนเพศสภาพที่จะเกิดขึ้นใหม่นี้จะไม่กระทบต่อความสัมพันธ์ดั้งเดิม เช่น การเป็นบิดา มารดา บุตร หรือคู่สมรส รวมไปถึงการใช้พื้นที่สาธารณะและการบริหารภาครัฐในอนาคต เช่น การจัดระเบียบห้องน้ำสาธารณะ การแบ่งประเภทกีฬาในการแข่งขัน หรือการคุมขังผู้ต้องขังข้ามเพศของกรมราชทัณฑ์ เป็นสิ่งที่ต้องติดตามกันต่อไป

ร่าง พ.ร.บ.การรับรองอัตลักษณ์ทางเพศสภาพ พ.ศ. .... จึงไม่ใช่เพียงการมอบสิทธิพิเศษแก่คนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งแต่เป็นการคืนสิทธิขั้นพื้นฐานในการกำหนดชีวิตตนเอง ยุติการเลือกปฏิบัติและสร้างสวัสดิการสุขภาพที่เป็นธรรมแต่ความสำเร็จจะเกิดขึ้นได้จะอาศัยเพียงตัวบทกฎหมายไม่ได้ต้องควบคู่ไปกับการเปิดใจและสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับความหลากหลายทางเพศให้กับคนในสังคมร่วมด้วย

อ่านรายละเอียด (ร่าง) พระราชบัญญัติการรับรองอัตลักษณ์ทางเพศสภาพ พ.ศ. ....