
ครม. อัดงบ 3 พันล้าน ปั้น 'ศูนย์รักษามะเร็งด้วยอนุภาคโปรตอน' ม.ขอนแก่น
มติครม. ล่าสุด 28 เม.ย. เห็นชอบโครงการศูนย์รักษามะเร็งด้วยอนุภาคโปรตอน ม.ขอนแก่น วงเงิน 3,000 ล้านบาท ยกระดับการรักษามะเร็งภาคอีสาน
KEY
POINTS
- คณะรัฐมนตรีอนุมัติงบประมาณ 3,000 ล้านบาท เพื่อจัดตั้งศูนย์รักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งด้วยอนุภาคโปรตอน ที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
- โครงการมีระยะเวลาดำเนินการ 4 ปี (พ.ศ. 2570-2573) และคาดว่าจะเริ่มเปิดให้บริการรักษาผู้ป่วยได้ในปี 2574
- มีเป้าหมายเพื่อยกระดับการรักษาและเพิ่มโอกาสให้ผู้ป่วยมะเร็งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีขั้นสูงได้ใกล้บ้าน
- ศูนย์ดังกล่าวจะเป็นทั้งสถานพยาบาลที่รองรับผู้ป่วยได้ประมาณ 6,000 รายต่อปี และเป็นศูนย์ฝึกอบรมบุคลากรทางการแพทย์และวิจัยด้านมะเร็ง
28 เมษายน 2569 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบโครงการศูนย์รักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งด้วยอนุภาคโปรตอน ศูนย์กลางการแพทย์ขั้นเลิศ โรงพยาบาลศรีนครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น วงเงินรวม 3,000 ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินการ 4 ปี ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2570–2573
โครงการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อยกระดับการรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็ง โดยเฉพาะในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งเป็นภูมิภาคที่มีประชากรมากที่สุดของประเทศ และมีผู้ป่วยมะเร็งจำนวนมาก ให้สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีการรักษาขั้นสูงได้ใกล้บ้าน ลดความเหลื่อมล้ำ ลดระยะเวลารอคอย และเพิ่มโอกาสรอดชีวิตของผู้ป่วย
สาระสำคัญของโครงการ คือ การจัดตั้งศูนย์รักษามะเร็งด้วยอนุภาคโปรตอน ซึ่งเป็นเทคโนโลยีรังสีรักษาขั้นสูงที่มีความแม่นยำ สามารถทำลายเซลล์มะเร็งได้อย่างจำเพาะ และลดผลกระทบต่ออวัยวะข้างเคียง เหมาะกับผู้ป่วยมะเร็งบางกลุ่มที่ต้องการความละเอียดสูงในการรักษา
โครงการจะตั้งอยู่ภายในพื้นที่ศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยขอนแก่น บนพื้นที่ประมาณ 4.9 ไร่ โดยก่อสร้างอาคารบริการสูง 6 ชั้น พร้อมชั้นหลังคา พื้นที่ใช้สอยประมาณ 9,979 ตารางเมตร และจัดหาเครื่องเร่งอนุภาคโปรตอน รวมถึงระบบวางแผนการรักษา ระบบจัดการข้อมูลด้านมะเร็งวิทยา และอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้อง
สำหรับกรอบวงเงิน 3,000 ล้านบาท แบ่งเป็น เงินงบประมาณ 1,820 ล้านบาท และเงินนอกงบประมาณ 1,180 ล้านบาท โดยโครงการมีกำหนดเริ่มให้บริการรักษาผู้ป่วยด้วยเครื่องเร่งอนุภาคโปรตอนในปี 2574 และคาดว่าจะรองรับผู้ป่วยฉายรังสีและผู้ป่วยติดตามผลการรักษาได้ประมาณ 6,000 รายต่อปี
นอกจากนี้ศูนย์ดังกล่าวยังจะเป็นศูนย์ฝึกอบรมบุคลากรทางการแพทย์ด้านรังสีรักษา ฟิสิกส์การแพทย์ และเทคโนโลยีอนุภาคโปรตอน รวมถึงเป็นฐานการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมการรักษามะเร็งของประเทศ
"โครงการนี้ไม่ใช่เพียงการเพิ่มเครื่องมือแพทย์ แต่คือการยกระดับโอกาสการรักษาชีวิตของผู้ป่วยมะเร็ง โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนในภาคอีสาน ให้เข้าถึงการรักษาขั้นสูงได้ใกล้บ้าน ลดภาระการเดินทาง ลดการรอคอย และเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยอย่างเป็นรูปธรรม" นางสาวลลิดา รองโฆษกฯ ระบุ







