
เตือนภัย! ฝนตกฟ้าคะนอง ระวังอุบัติเหตุตกจากที่สูง ไฟดูด ไฟรั่ว
สสปท. เตือนภัยฝนตกฟ้าคะนอง ระวังอุบัติเหตุตกจากที่สูง หลังพบสถิติพุ่ง 33% แนะวิธีป้องกันไฟดูด ไฟรั่ว อย่าสัมผัสสายไฟด้วยมือเปียก มือเปล่า ต้องมีอุปกรณ์ป้องกันเสมอ
สถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อม (สสปท.) เตือนช่วงฝนฟ้าคะนอง ผู้ปฏิบัติงานซ่อมเสาไฟหรือทำงานบนที่สูงต้องระมัดระวัง หลังพบสถิติการเสียชีวิตจากการตกจากที่สูงพุ่งสูงถึง 33% ของการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุในการทำงาน เป็นอันดับ 2 ของสาเหตุการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุในสถานประกอบการ พร้อมเน้นย้ำมาตรการความปลอดภัยและการป้องกันอันตรายจากไฟฟ้าดูดและไฟฟ้ารั่ว
นายนันทชัย ปัญญาสุรฤทธิ์ ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อม (สสปท.) เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์ฝนตกฟ้าคะนองในช่วงเย็นวันที่ 10 พฤษภาคมที่ผ่านมา ก่อให้เกิดความเสียหายต่อป้ายโฆษณา เสาไฟฟ้า และเสาสัญญาณต่างๆ ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันของประชาชน ทำให้บริษัทที่เป็นเจ้าของป้ายและเสาสัญญาณจำเป็นต้องเร่งส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปซ่อมแซมเพื่อบรรเทาผลกระทบ
"ในฐานะหน่วยงานที่ดูแลด้านความปลอดภัย สสปท. มีความห่วงใยพนักงานและเจ้าหน้าที่ที่ต้องทำงานในที่สูง เนื่องจากสถิติการเกิดอุบัติเหตุจากการทำงานในปี 2566 จากข้อมูลของ National Safety Council พบว่าประมาณ 33% ของการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุในที่ทำงานมาจากการตกจากที่สูง"
ปัจจัยเสี่ยงที่นำไปสู่อุบัติเหตุจากการตกที่สูง
อันตรายจากการตกจากที่สูงมีหลายปัจจัย ได้แก่:
- การขาดระบบป้องกันการตกที่เหมาะสม
- สภาพแวดล้อมที่ไม่ปลอดภัย เช่น พื้นผิวลื่น สภาพอากาศแปรปรวน หรือพื้นที่ทำงานไม่มั่นคง
- อุปกรณ์ไม่เหมาะสมหรือขาดการตรวจสอบ เช่น สายรัดตัว (Full-body Harness) และอุปกรณ์ป้องกันอื่นๆ ที่ไม่ได้มาตรฐาน
- ความผิดพลาดของผู้ปฏิบัติงาน ความประมาท ขาดการฝึกอบรม หรือความเหนื่อยล้า
- โครงสร้างไม่แข็งแรง เช่น พื้นที่ทำงานที่ไม่ได้รับการบำรุงรักษาอาจพังถล่มเมื่อรับน้ำหนักมากเกินไป
ทั้งนี้ รายงานจาก Occupational Safety and Health Administration (OSHA) ปี 2566 ระบุว่า การตกจากที่สูงยังเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับหนึ่งในงานก่อสร้างอีกด้วย
คำแนะนำสำหรับผู้ปฏิบัติงานบนที่สูง
นายนันทชัยให้คำแนะนำว่า ในช่วงเวลาเร่งรีบที่พนักงานต้องเร่งซ่อมแซมป้ายหรือเสาสัญญาณในที่สูง ควรปฏิบัติตามมาตรการความปลอดภัยดังนี้:
- สวมใส่เข็มขัดนิรภัยตลอดเวลาที่ปฏิบัติงาน
- ทำการปิดกั้นบริเวณพื้นที่ทำงานเพื่อความปลอดภัยของผู้สัญจร
- ห้ามใช้งานเกินขีดความสามารถของเครื่องจักร
- ห้ามบังคับกระเช้าผ่านพื้นที่ที่มีผู้ปฏิบัติงานอยู่
"ก่อนขึ้นทำงานบนที่สูง พนักงานต้องมีความพร้อมทั้งการสวมหมวกนิรภัย สายรัดคาง แว่นตานิรภัย สายรัดเต็มตัว แต่งกายรัดกุม ใส่ถุงมือ พร้อมมีเชือกผูกรัดเครื่องมือ ถุงใส่อุปกรณ์ และรองเท้านิรภัย เพื่อความปลอดภัยทั้งของผู้ปฏิบัติงานเองและผู้ที่อาจจะสัญจรไปมาในบริเวณดังกล่าว"
เตือนภัยไฟฟ้าดูดและไฟฟ้ารั่ว
นอกจากอันตรายจากการทำงานบนที่สูงแล้ว ผู้อำนวยการ สสปท. ยังเตือนถึงอันตรายจากไฟฟ้าดูด ไฟฟ้ารั่ว หรือการซ่อมแซมอุปกรณ์ไฟฟ้าในสภาพที่ยังมีน้ำท่วมขัง โดยให้คำแนะนำสำหรับพนักงานและเจ้าหน้าที่ที่ต้องทำงานเกี่ยวกับระบบไฟฟ้า ดังนี้:
- สวมอุปกรณ์ป้องกันความปลอดภัยที่เหมาะสมเสมอ รวมถึงถุงมือที่เหมาะสม แว่นตานิรภัย และหน้ากากป้องกันใบหน้า
- ใช้โซ่หรือสายเคเบิลนิรภัยแบบมีสายดินเสมอเมื่อทำงานกับไฟฟ้าแรงสูง
- ระมัดระวังเมื่อทำงานใกล้สายไฟฟ้าแรงสูง และรักษาระยะห่างที่ปลอดภัย
- ปฏิบัติตามคำแนะนำด้านความปลอดภัยที่บริษัทหรือองค์กรกำหนดไว้
คำแนะนำสำหรับประชาชนทั่วไป
สำหรับประชาชนทั่วไปที่ต้องซ่อมแซมแก้ไขอุปกรณ์ไฟฟ้า
- ห้ามสัมผัสสายไฟหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าขณะที่มือเปียกหรือมือเปล่า เพราะอาจทำให้ผิวหนังไวต่อไฟฟ้า
- ควรใช้ถุงมือหรืออุปกรณ์ป้องกันเสมอเพื่อป้องกันไม่ให้ผิวหนังสัมผัสสายไฟหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าโดยตรง
- หลีกเลี่ยงการสวมเสื้อผ้าที่หลวมบริเวณหน้าอกและเอวเมื่อทำงานใกล้ไฟฟ้าหรือน้ำ
- ตรวจสอบให้แน่ใจว่าแรงดันไฟฟ้าบนกล่องวงจรเป็นแรงดันไฟฟ้าที่ถูกต้อง
- อย่าสัมผัสไฟฟ้าหากรู้สึกไม่สบาย มีบาดแผลเปิด หรือตั้งครรภ์
- ควรสวมถุงมือเมื่อทำงานใกล้เครื่องทำน้ำอุ่นหรือกล่องวงจรไฟฟ้า
- ติดตั้งอุปกรณ์ด้านความปลอดภัย เช่น สวิตช์นิรภัย เบรกเกอร์ หรือแท่งกราวด์ เพื่อความปลอดภัยของทุกคน
"การป้องกันอุบัติเหตุจากการทำงานเป็นหน้าที่ของทุกฝ่าย ทั้งนายจ้าง ลูกจ้าง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การยึดถือและปฏิบัติตามมาตรการความปลอดภัยอย่างเคร่งครัดจะช่วยลดความเสี่ยงและสร้างความปลอดภัยในการทำงาน"

