
เปิดยุทธศาสตร์ InMode Global Summit 2026 ดันไทยฮับการแพทย์ความงามระดับโลก
งาน InMode Global Summit 2026 ก้าวสำคัญ "ฮับการแพทย์และความงามระดับโลก" พร้อมเจาะลึกกลยุทธ์ปักหมุดประเทศไทย ในเวทีสุขภาพความงามระดับโลก คาดเงินสะพัดกว่า 500 ล้านบาท
KEY
POINTS
- InMode เลือกไทยเป็นเจ้าภาพจัดงานประชุมแพทย์ระดับโลก InMode Global Summit 2026 ครั้งแรกในเอเชีย โดยระดมผู้เชี่ยวชาญกว่า 700 คนจาก 40 ประเทศ เพื่อผลักดันไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการแพทย์ความงาม
- คาดว่าการจัดงานจะสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจกว่า 500 ล้านบาท ตอกย้ำศักยภาพของไทยในการเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์และสุขภาพ (Medical & Wellness Tourism)
- เป็นเวทีสำคัญในการยกระดับแพทย์ไทยสู่ระดับสากล โดยเปิดโอกาสให้เป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ด้านการดูแลผิวของชาวเอเชีย พร้อมสนับสนุนการทำวิจัยร่วมกับนานาชาติ
"InMode" บริษัทเทคโนโลยีทางการแพทย์และความงามระดับโลก เลือกประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดงาน InMode Global Summit 2026 เป็นครั้งแรกในเอเชีย หลังจัดต่อเนื่องในยุโรป 5-6 ปี โดยระดมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญกว่า 700 คนจากมากกว่า 40 ประเทศทั่วโลก พร้อมทุ่มงบจัดงานเกือบ 100 ล้านบาท คาดสร้างเงินสะพัดในระบบเศรษฐกิจไทยกว่า 500 ล้านบาท ตอกย้ำศักยภาพไทยสู่จุดหมายปลายทาง Medical & Wellness Tourism และศูนย์กลางนวัตกรรมความงามของภูมิภาค
ทั้งนี้ งาน InMode Global Summit 2026 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 4-7 พฤศจิกายน 2569 ณ โรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค ภายใต้แนวคิด “Restoring Vitality – Where Aesthetics Meets Functional Life” เชื่อมโยงเครือข่ายแพทย์และผู้เชี่ยวชาญจากนานาประเทศ แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านเวชศาสตร์ความงาม การฟื้นฟูการทำงานของร่างกาย สุขภาพ และคุณภาพชีวิต โดยมีแพทย์ไทย 6 ท่านร่วมขึ้นเวทีถ่ายทอดประสบการณ์และแนวทางการรักษา
ชู 3 จุดแข็งไทย ดันฮับการแพทย์ความงามเอเชีย
Mr. Nadav Cham VP Marketing & Sales and Service of APAC กล่าวว่า ประเทศไทยมีศักยภาพโดดเด่นในอุตสาหกรรมเวชศาสตร์ความงามและธุรกิจสุขภาพ ด้วยองค์ประกอบสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ ความพร้อมของระบบการแพทย์ ความเชื่อมั่นระหว่างแพทย์กับผู้ป่วย และความเชี่ยวชาญทางคลินิกในการดูแลผิวของชาวเอเชีย
โดยประเทศไทยมีสถานพยาบาลมากกว่า 500 แห่ง และโรงพยาบาลและคลินิก 61 แห่งที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน Joint Commission International (JCI) อีกทั้งยังมีแผนยุทธศาสตร์ระดับชาติในการส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมการแพทย์ถึงปี 2034 สะท้อนความพร้อมในการรองรับผู้รับบริการจากทั่วโลก
ขณะเดียวกัน ผู้รับบริการให้ความสำคัญกับการเลือกแพทย์และความสัมพันธ์ระหว่างแพทย์กับผู้ป่วยเป็นอันดับแรก ก่อนพิจารณาเลือกใช้เทคโนโลยีหรือเครื่องมือทางการแพทย์ โดยความไว้วางใจและความพึงพอใจเป็นปัจจัยสำคัญต่อการกลับมาใช้บริการซ้ำและการแนะนำต่อ
และอีกจุดแข็งคือประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของแพทย์ไทยในการดูแลผิวของชาวเอเชีย โดยเฉพาะปัญหาเม็ดสีผิวและความปลอดภัยในการรักษา ซึ่งเป็นองค์ความรู้สำคัญต่อการพัฒนาแนวทางเวชปฏิบัติที่เหมาะสมกับผู้รับบริการในภูมิภาค
ดันแพทย์ไทยขึ้นเวทีโลก สร้างงานวิจัยต่อยอดระดับสากล
Mr. Nadav กล่าวว่า แนวทางสำคัญของการประชุมครั้งนี้ คือ การเปิดโอกาสให้แพทย์ไทยมีบทบาทเป็นผู้ถ่ายทอดองค์ความรู้ในฐานะวิทยากร ไม่ใช่เพียงผู้เข้าร่วมประชุม โดยจัดเวทีเสวนาให้แพทย์ไทยนำเสนอกรณีศึกษาและแนวทางการรักษาร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจากนานาประเทศ
พร้อมกันนี้ InMode ยังสนับสนุนการรวบรวมข้อมูลจากการรักษาจริงในหลายสถาบัน (Multicentre Real-World Data Collection) ตลอดจนการจัดทำบทคัดย่อผลงานวิจัยร่วมกัน เพื่อเผยแพร่ในวารสารวิชาการระดับนานาชาติ และสนับสนุนการพัฒนาแนวทางเวชปฏิบัติสากล
นอกจากนี้ ยังวางแนวทางความร่วมมือระยะยาวผ่านโครงการแลกเปลี่ยนและฝึกอบรมระยะสั้น (Short Fellowships) การให้คำปรึกษาและถ่ายทอดประสบการณ์ระหว่างผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงการจัดตั้งคณะทำงานต่อยอดความร่วมมือภายหลังการประชุม
“ความสำเร็จของการประชุมครั้งนี้ไม่ควรวัดจากจำนวนผู้เข้าร่วมงานเพียงอย่างเดียว แต่ควรวัดจากผลงานทางวิชาการที่ได้รับการตีพิมพ์ องค์ความรู้ที่ถูกนำไปถ่ายทอด และความร่วมมือที่ยังคงดำเนินต่อไปหลังจากการประชุมสิ้นสุดลง”
ทุ่มจัดงาน หนุน Medical Tourism
ด้าน Mr. Moshe Mizrahy CEO of InMode กล่าวว่า การนำองค์ความรู้ระดับโลกมาเชื่อมโยงกับการบริการสุขภาพในประเทศไทย ถือเป็นโอกาสสำคัญในการพัฒนาศักยภาพของอุตสาหกรรมสุขภาพ พร้อมเปิดโอกาสให้ธุรกิจไทยนำเสนอความเชี่ยวชาญ คุณภาพการบริการ และเอกลักษณ์การดูแลต้อนรับ ตั้งแต่คลินิกความงามไปจนถึงบริการเวลเนสและสปา เพื่อสร้างความสัมพันธ์และต่อยอดความร่วมมือในอนาคต
การจัดงานครั้งนี้คาดสร้างเงินสะพัดจากการจัดงานและกิจกรรมที่เกี่ยวเนื่องประมาณ 500 ล้านบาท กระจายประโยชน์ทางเศรษฐกิจไปยังธุรกิจหลายภาคส่วน ทั้งโรงแรม การเดินทาง อาหาร การจัดงาน และบริการสุขภาพ พร้อมเปิดพื้นที่ให้ประเทศไทยนำเสนอศักยภาพด้านการแพทย์ความงาม เวลเนส และสปาต่อเครือข่ายนานาชาติ
นางสาวพชร บุญเกียรติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินโหมด (ไทยแลนด์) จำกัด กล่าวว่า บริษัทลงทุนจัดงานครั้งนี้เกือบ 100 ล้านบาท โดยผู้เข้าร่วมจากทั่วโลกจะได้สัมผัสความพร้อมด้านการแพทย์ของไทย คุณภาพการบริการ อาหาร วัฒนธรรม และการต้อนรับ ซึ่งเป็นจุดแข็งของการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ (Medical Tourism)
ผู้เข้าร่วมงานยังมีโอกาสเดินทางท่องเที่ยวต่อไปยังจังหวัดต่าง ๆ เช่น ภูเก็ต เชียงใหม่ และกระบี่ เพิ่มโอกาสสร้างรายได้ให้ธุรกิจท่องเที่ยวและบริการสุขภาพ พร้อมขยายการรับรู้ประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางด้าน Medical & Wellness Tourism
InMode เดินหน้าลงทุนไทย ปั้นเครือข่ายแพทย์และคลินิกความงาม
นางสาวพชร กล่าวว่า ในช่วงปีที่ผ่านมา InMode ปรับกลยุทธ์สู่การลงทุนโดยตรงในประเทศไทย ทั้งการตั้งสำนักงานและจัดตั้งทีมงานระดับผู้นำตลาด เพื่อสร้างความใกล้ชิดกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ รับฟังปัญหา เข้าใจความหลากหลายของสภาพผิว และนำข้อมูลเชิงลึกไปพัฒนาเทคโนโลยี ตลอดจนโปรโตคอลการรักษาใหม่ ๆ ที่ตอบโจทย์คนไข้ได้อย่างตรงจุด
โดยบริษัทยังจัดตั้งคณะกรรมการที่ปรึกษา ดึงแพทย์ระดับแนวหน้าของไทยร่วมวิเคราะห์ข้อมูลด้านโปรโตคอล แนวทางการรักษา และเทรนด์ตลาด เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ให้ทั้งแพทย์และผู้รับบริการ ซึ่ง InMode Thailand จะเดินหน้าสนับสนุนการฝึกอบรม การวิจัยเชิงประจักษ์ การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ทางคลินิก และบริการหลังการขาย เพื่อเพิ่มความพร้อมของแพทย์ในการดูแลผู้รับบริการอย่างมีมาตรฐาน ทั้งด้านความปลอดภัย คุณภาพ และผลลัพธ์ที่วัดได้ พร้อมสนับสนุนคลินิกความงามและธุรกิจ Wellness ในประเทศไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน
Longevity & Wellness เทรนด์ใหม่ ดันไทยสู่เศรษฐกิจสุขภาพระยะยาว
อย่างไรก็ตาม ทิศทางสำคัญของอุตสาหกรรมที่นำเสนอในงาน Global Summit 2026 คือการขยายขอบเขตจากการรักษาโรคและความงามภายนอก สู่ Longevity & Wellness หรือการมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน โดยผู้บริโภคยุคใหม่ต้องการดูแลสุขภาพให้สามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพเมื่ออายุมากขึ้น ไม่เพียงมุ่งชะลอวัย แต่ต้องการแก่ลงอย่างมีสุขภาพดี สามารถใช้ชีวิตอย่างมีความสุขกับคนที่รักได้
แนวโน้มดังกล่าวเปิดโอกาสให้ธุรกิจการแพทย์ความงาม เวลเนส สปา และบริการสุขภาพพัฒนารูปแบบการดูแลที่ครอบคลุมมากขึ้น รวมถึงการขยายไลน์ผลิตภัณฑ์ความงามและไลฟ์สไตล์เพื่อรองรับตลาดความงามทั่วไปและธุรกิจโรงแรมในอนาคต
ดังนั้น การเลือกประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ InMode Global Summit 2026 จึงไม่เพียงเป็นเวทีประชุมทางการแพทย์ระดับโลก แต่ยังเป็นโอกาสในการยกระดับแพทย์ไทยสู่เครือข่ายวิชาการนานาชาติ สร้างความร่วมมือด้านนวัตกรรมและงานวิจัย ตลอดจนต่อยอดเศรษฐกิจสุขภาพและการท่องเที่ยวไทย โดยมี Longevity & Wellness เป็นทิศทางสำคัญของการเติบโตในอนาคต







