
PRINC จับมือ Siemens ดึงเทคโนโลยีปั้น "พิษณุเวช" Hub มะเร็งภาคเหนือ
PRINC Group จับมือ Siemens Healthineers ปักหมุด "พิษณุเวช พิษณุโลก" เป็น Hub มะเร็งภาคเหนือตอนล่าง พร้อมดึง AI และเทคโนโลยี Adaptive Radiation หนุนรับรายได้เต็มปี 2570
KEY
POINTS
- PRINC ร่วมมือกับ Siemens Healthineers เตรียมเปิดศูนย์มะเร็งและรังสีรักษาแห่งที่ 2 ที่โรงพยาบาลพิษณุเวชในปี 2570 เพื่อเป็นศูนย์กลางการรักษาในภาคเหนือตอนล่าง
- นำเทคโนโลยีการฉายรังสีสมัยใหม่ (Adaptive Radiation Therapy) และระบบวางแผนการรักษาจาก Siemens มาใช้เพื่อเพิ่มความแม่นยำและประสิทธิภาพ
- ใช้เทคโนโลยีเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างโรงพยาบาลในเครือข่าย เพื่อลดข้อจำกัดด้านบุคลากรและทำให้ผู้ป่วยในภูมิภาคเข้าถึงการรักษาโรคซับซ้อนได้ดียิ่งขึ้น
PRINC Group เดินหน้าขยายธุรกิจสู่การรักษาโรคซับซ้อน เตรียมเปิด “ศูนย์มะเร็งและรังสีรักษา” แห่งที่ 2 ที่โรงพยาบาลพิษณุเวช พิษณุโลก ในปี 2570 วางบทบาทเป็น Hub รองรับผู้ป่วยภาคเหนือตอนล่างและภาคกลางตอนบน เชื่อมเครือข่ายโรงพยาบาล 19 แห่ง พร้อมจับมือ Siemens Healthineers นำเทคโนโลยีและระบบวางแผนรักษามะเร็งเข้ามาเพิ่มศักยภาพ หวังดันศูนย์มะเร็งเป็น Growth Engine ใหม่ของกลุ่ม
นพ.วิชญเวทย์ รักษ์กุลชน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม PRINC Group กล่าวว่า ปัจจุบัน PRINC Group มีโรงพยาบาล 19 แห่ง ใน 15 จังหวัด โดยการพัฒนาศูนย์มะเร็งเป็นส่วนหนึ่งของโมเดล Hub & Spoke ที่ต้องการกระจายศักยภาพด้านการรักษาโรคซับซ้อนจากศูนย์กลางออกสู่ภูมิภาค ตั้งแต่การคัดกรอง การวินิจฉัยโดยแพทย์เฉพาะทาง ไปจนถึงการรักษาเฉพาะทาง
เพราะโครงสร้างความต้องการด้านสุขภาพกำลังเปลี่ยนจากการรักษาโรคทั่วไปที่ไม่ซับซ้อน หรือ Simple Diseases ไปสู่โรคที่มีความซับซ้อน หรือ Complex Diseases ส่งผลให้โรงพยาบาลต้องปรับรูปแบบบริการ โดยเพิ่มน้ำหนักไปยังโรคซับซ้อน โรงพยาบาลเฉพาะทาง และคลินิกเฉพาะทาง
ขณะเดียวกัน ต้นทุนด้านยาและเวชภัณฑ์ที่สูงขึ้นยังเป็นแรงกดดันที่ต้องบริหารควบคู่กับการลงทุน โดย PRINC ต้องการพัฒนาบริการที่ตอบโจทย์ทั้งการรักษาโรค การดูแลเชิงป้องกัน การรองรับสังคมสูงวัย รวมถึงบริการด้าน Longevity
ด้าน นายฆนัท ศิริสุวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม PRINC Group กล่าวว่า ศูนย์รังสีรักษาที่โรงพยาบาลพริ้นซ์ ศรีสะเกษ เปิดให้บริการแล้ว และผลการดำเนินงานปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง โดยคาดว่าจะเริ่มรับรู้รายได้และสร้างกระแสเงินสดได้ดีในปี 2570 ส่วนศูนย์มะเร็งและรังสีรักษาที่โรงพยาบาลพิษณุเวช พิษณุโลก คาดว่าจะเริ่มรับรู้รายได้เต็มรูปแบบตั้งแต่ช่วงต้นไตรมาส 1 ปี 2570
ทั้ง 2 ศูนย์ถือเป็น Strategic Investment ของ PRINC Group และวางเป้าหมายให้เป็น Growth Engine ของธุรกิจ โดยสามารถรองรับการส่งต่อผู้ป่วยจากโรงพยาบาลในเครือข่ายโดยรอบอีก 5 แห่ง เพิ่มปริมาณผู้ป่วยและรองรับการรักษาโรคซับซ้อนภายในเครือข่าย
“สิ่งที่ PRINC ให้ความสำคัญคือ การทำให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงการรักษาที่มีคุณภาพในราคาที่คุ้มค่า โดยมุ่งทั้งคุณภาพการรักษา การเข้าถึงบริการ และ Efficiency”
ดังนั้น การลงทุนด้านเทคโนโลยีจึงถูกนำมาใช้ควบคู่กับการพัฒนาศูนย์เฉพาะทาง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรักษาและบริหารต้นทุน โดยเฉพาะโรคมะเร็งที่ต้องใช้ทั้งเครื่องมือ บุคลากรเฉพาะทาง และระบบวางแผนการรักษาที่ซับซ้อน
Siemens Healthineers เชื่อมข้อมูล ลดข้อจำกัดบุคลากร
นพ.อธิวัฒน์ น้อยประสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านโครงการและภารกิจพิเศษ กล่าวว่า เทคโนโลยีของ Siemens Healthineers จะเข้ามาสนับสนุนการรักษามะเร็ง โดยเฉพาะการเชื่อมโยงข้อมูลและการวางแผนการรักษาผ่านระบบหลังบ้าน ทำให้บุคลากรจากแต่ละศูนย์สามารถเข้าถึงข้อมูลและแผนการรักษาที่เกี่ยวข้องได้
ตัวอย่างเช่น หากวางแผนรักษาที่โรงพยาบาลพริ้นซ์ ศรีสะเกษ แล้วเกิดข้อจำกัดในการดำเนินงาน ข้อมูลและแผนการรักษาสามารถส่งต่อไปยังอีกสาขา เพื่อให้บุคลากรดำเนินการต่อจากข้อมูลเดิมได้โดยไม่ต้องเริ่มกระบวนการใหม่
ระบบดังกล่าวยังช่วยลดข้อจำกัดด้านบุคลากรเฉพาะทาง โดยเฉพาะนักฟิสิกส์การแพทย์ หรือ Medical Physicist ซึ่งหากสาขาใดขาดบุคลากร สามารถให้บุคลากรจากส่วนกลางหรือสาขาอื่นเข้ามาช่วยวางแผนการรักษาผ่านแพลตฟอร์ม และส่งข้อมูลไปยังเครื่องฉายรังสีของสาขานั้นได้
พิษณุโลกใช้ Adaptive Radiation Therapy
สำหรับศูนย์มะเร็งและรังสีรักษา โรงพยาบาลพิษณุเวช พิษณุโลก จะติดตั้งเครื่องฉายรังสีรุ่นใหม่ที่รองรับโปรแกรม Adaptive Radiation Therapy ซึ่งสามารถปรับแผนการรักษาให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของก้อนมะเร็งระหว่างการรักษา
นพ.อธิวัฒน์ กล่าวว่า เทคโนโลยีนี้ยังช่วยเพิ่มความแม่นยำในการคำนวณโดสรังสี และสามารถกำหนดทิศทางและโฟกัสลำรังสีไปยังบริเวณก้อนมะเร็งได้เฉพาะเจาะจง เพื่อลดผลกระทบต่ออวัยวะและเนื้อเยื่อโดยรอบ พร้อมระบบ AI ช่วยรวบรวมและประมวลผลข้อมูล พร้อมแจ้งเตือนข้อมูลที่อาจตกหล่น เพื่อสนับสนุนแพทย์ในการประเมินข้อมูลประกอบการตัดสินใจรักษา
โดยโครงสร้างข้อมูล ระบบทำงานผ่าน Cloud และ Data Center ของ Siemens โดยสามารถเชื่อมโยงกับระบบอื่นที่ใช้มาตรฐานรองรับเดียวกันได้ ภายใต้เงื่อนไขและโครงสร้างทางเทคนิคที่กำหนด
วาง 3 โจทย์ Access–Affordability–Quality
นายคริส โพเรย์ กรรมการผู้จัดการ ซีเมนส์ เฮลธิเนียร์ส ประเทศไทย กล่าวว่า ความร่วมมือกับ PRINC Group จะมุ่งขยายโอกาสเข้าถึงบริการตรวจวินิจฉัยและรักษาโรคมะเร็ง โดยเฉพาะพื้นที่ภูมิภาคที่ต้องการบริการทางการแพทย์เฉพาะทางเพิ่มขึ้น ซึ่งแนวทางของ PRINC Group สอดคล้องกับเป้าหมายของ Siemens Healthineers ใน 3 ด้าน ได้แก่
- Accessibility การเข้าถึงบริการ
- Affordability ความสามารถในการเข้าถึงบริการด้านราคา และ
- Quality คุณภาพการรักษา โดยเฉพาะการพัฒนาบริการในเมืองรอง เช่น ศรีสะเกษ สกลนคร และอุตรดิตถ์
"ความร่วมมือไม่ได้จำกัดเฉพาะการติดตั้งเครื่องมือทางการแพทย์ แต่ Siemens Healthineers ยังส่งทีมผู้เชี่ยวชาญจากสหรัฐอเมริกาและประเทศต่าง ๆ เข้ามาสนับสนุนการวางแผนจัดตั้งศูนย์มะเร็ง เพื่อให้การลงทุนด้านเทคโนโลยีเชื่อมโยงกับระบบบริการและกระบวนการรักษา"
นายคริส กล่าวว่า ระบบสุขภาพของไทยกำลังเผชิญ 3 ความท้าทายหลัก ได้แก่ สังคมสูงวัย โรคเรื้อรังที่เพิ่มขึ้น และภาระโรคมะเร็ง ขณะที่บริการรักษาขั้นสูงยังมีข้อจำกัดในบางพื้นที่นอกเมืองใหญ่ ทำให้การนำบริการเฉพาะทางเข้าใกล้ผู้ป่วยมีความสำคัญมากขึ้น
ดังนั้น Siemens Healthineers มองว่า ระบบอุตสาหกรรมการแพทย์และ Medical Tourism ไทยต้องพัฒนาต่อเนื่อง และนำเทคโนโลยีทางการแพทย์ขั้นสูงมาใช้เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะเทคโนโลยีด้านการสร้างภาพ เช่น MRI Scanner และ Photon Counting CT
ส่วนของเทคโนโลยีรักษามะเร็ง บริษัทก็ได้พัฒนาโซลูชันครอบคลุม Patient Pathway ตั้งแต่ Screening เช่น MRI, Photon Counting CT, Mammography และ X-ray ต่อด้วย Planning ผ่าน CT Simulator ไปจนถึง Treatment ด้วย Linear Accelerator หรือ Varian รวมถึงการติดตามผลหลังการรักษา
อย่างไรก็ตาม Siemens Healthineers จะเข้ามาสนับสนุน PRINC ทั้งเทคโนโลยี ระบบข้อมูล การวางแผนการรักษา และการพัฒนาบุคลากร ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่ PRINC Group ต้องใช้รองรับการขยายบริการโรคซับซ้อนในระดับภูมิภาคต่อไปในอนาคต







