thansettakij
thansettakij
บัตรทอง เช็กสิทธิประโยชน์ CGM ช่วยผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 1 คุมน้ำตาลแม่นยำ

บัตรทอง เช็กสิทธิประโยชน์ CGM ช่วยผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 1 คุมน้ำตาลแม่นยำ

10 ก.ย. 69 | 08:35 น.
อัปเดตล่าสุด :10 ก.ย. 69 | 08:37 น.

สปสช. ชูสิทธิประโยชน์อุปกรณ์ตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดแบบต่อเนื่อง CGM ภายใต้ระบบบัตรทอง 30 บาท ช่วยผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 1 และหญิงตั้งครรภ์ ติดตามค่าน้ำตาลผ่านแอปพลิเคชันมือถือตลอด 24 ชม. เตรียมศึกษาขยายผลครอบคลุมผู้ป่วยเบาหวานชนิดอื่นในอนาคต

KEY

POINTS

  • สปสช. เพิ่มสิทธิประโยชน์บัตรทองให้ครอบคลุมเครื่องตรวจวัดระดับน้ำตาลแบบต่อเนื่อง (CGM) สำหรับผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 1 เพื่อช่วยให้ควบคุมระดับน้ำตาลได้แม่นยำและลดความเจ็บปวดจากการเจาะเลือด
  • สิทธิประโยชน์นี้ยังครอบคลุมถึงหญิงตั้งครรภ์ที่เป็นเบาหวานทั้งชนิดที่ 1 และ 2 เพื่อลดความเสี่ยงต่อทั้งมารดาและทารกในครรภ์
  • ผู้ป่วยที่มีข้อบ่งชี้สามารถเข้ารับบริการได้ตามการพิจารณาของแพทย์ในหน่วยบริการตามสิทธิ โดยอุปกรณ์จำเป็นต้องใช้งานร่วมกับสมาร์ตโฟน
  • สปสช. มีแผนศึกษาเพื่อประเมินความเหมาะสมในการขยายสิทธิประโยชน์ CGM ไปยังผู้ป่วยเบาหวานกลุ่มอื่นที่จำเป็นต้องใช้อินซูลินในอนาคต

10 กันยายน 2569 นพ.กฤช ลี่ทองอิน ผู้ทรงคุณวุฒิ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า เบาหวานชนิดที่ 1 เป็นโรคที่ร่างกายไม่สามารถผลิตอินซูลินได้เพียงพอ ผู้ป่วยจึงต้องได้รับอินซูลินทดแทนอย่างต่อเนื่องและจำเป็นต้องติดตามระดับน้ำตาลอย่างใกล้ชิด เพื่อนำข้อมูลมาปรับปริมาณอินซูลินให้เหมาะสมกับการรับประทานอาหาร กิจกรรมในแต่ละวันและแผนการรักษาของแพทย์ซึ่งที่ผ่านมาผู้ป่วยต้องเจาะเลือดปลายนิ้ว เพื่อตรวจระดับน้ำตาลวันละประมาณ 4 ครั้ง สร้างความเจ็บปวดและเป็นภาระแก่ผู้ป่วยโดยเฉพาะเด็กและวัยรุ่นที่ต้องเจาะเลือดเป็นเวลานาน 

ทั้งนี้ ปัจจุบันมีอุปกรณ์ตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดแบบต่อเนื่อง หรือ CGM (Continuous Glucose Monitoring) ซึ่งเครื่องติดตามค่าน้ำตาลในร่างกายจะมีเซนเซอร์ขนาดเล็กติดบริเวณหลังต้นแขนหรือบริเวณหน้าท้องซึ่งจะส่งข้อมูลระดับน้ำตาลเข้าสู่แอปพลิเคชันโทรศัพท์มือถือและระบบที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้ป่วยและทีมรักษาทราบแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำตาลตลอดวัน ไม่ใช่แค่ช่วงเวลาที่เจาะตรวจเลือดเท่านั้น

ทำให้มีข้อมูลระดับน้ำตาลที่ต่อเนื่องนำไปสู่การปรับใช้อินซูลิน อาหาร และกิจกรรมในชีวิตประจำวันได้เหมาะสมขึ้น ช่วยลดโอกาสเสี่ยงเกิดภาวะน้ำตาลต่ำหรือน้ำตาลสูงเกินไป รวมทั้งลดความทุกข์ทรมานจากการเจาะเลือดปลายนิ้ว ส่งผลให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

สปสช. บรรจุการใช้เครื่อง CGM เป็นสิทธิประโยชน์บัตรทอง 30 บาท

นพ.กฤช กล่าวต่อว่า จากข้อดีของการใช้เครื่อง CGM นี้ สปสช. จึงบรรจุเป็นสิทธิประโยชน์ภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ บัตรทอง 30 บาท สำหรับผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 1 โดยเริ่มมาตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2565 โดยให้บริการแก่ผู้ป่วยที่มีข้อบ่งชี้ในการใช้เครื่อง CGM ตามแนวทางของสมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย

จากข้อมูล สปสช. ณ เดือนสิงหาคม 2569 มีผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 1 ลงทะเบียนในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติแล้วจำนวน 6,458 ราย ในจำนวนนี้ได้รับบริการ CGM แล้ว 455 ราย หรือร้อยละ 7 ของผู้ป่วยที่ลงทะเบียนทั้งหมด รวมจำนวนรับบริการ 822 ครั้ง เบิกจ่ายค่าบริการจำนวน 8.15 ล้านบาท ทั้งนี้ มีแนวโน้มผู้รับบริการเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จาก 14 รายในปี 2566 เป็น 81 รายในปี 2567 และ 242 รายในปี 2568

นพ.กฤช ลี่ทองอิน ผู้ทรงคุณวุฒิ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)

นอกจากนี้ สปสช. ยังสนับสนุนบริการ CGM สำหรับหญิงตั้งครรภ์ที่เป็นเบาหวานมาก่อนการตั้งครรภ์ ทั้งผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 1 และชนิดที่ 2 เนื่องจากการควบคุมระดับน้ำตาลอย่างเหมาะสมมีความสำคัญต่อทั้งมารดาและทารกในครรภ์ ช่วยลดความเสี่ยงที่ทารกจะมีขนาดตัวใหญ่เกินไป ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะคลอดยากและภาวะแทรกซ้อนอื่น

"ในการรับบริการ CGM คุณหมอผู้ดูแลจะพิจารณาความเหมาะสมร่วมกับผู้ป่วย โดยคำนึงถึงความจำเป็นทางการแพทย์และความพร้อมในการใช้อุปกรณ์ เนื่องจาก CGM ต้องเชื่อมต่อกับโทรศัพท์มือถือและสัญญาณอินเทอร์เน็ต โรงพยาบาลสามารถจัดหาอุปกรณ์ที่ผ่านการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ให้ผู้ป่วย และเบิกจ่ายกับ สปสช. ตามอัตราที่กำหนด” 

ทั้งนี้ สำหรับการพัฒนาสิทธิประโยชน์ CGM เป็นผลจากความร่วมมือระหว่าง สปสช. กับสมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ฯ และเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งได้ร่วมกันศึกษาข้อมูลวิชาการ กำหนดข้อบ่งชี้และแนวทางดูแลผู้ป่วย ตลอดจนประเมินความคุ้มค่าของเทคโนโลยี เพื่อให้ผู้ป่วยที่มีความจำเป็นสามารถเข้าถึงอุปกรณ์ได้อย่างเหมาะสมและปลอดภัย

บัตรทอง เช็กสิทธิประโยชน์ CGM ช่วยผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 1 คุมน้ำตาลแม่นยำ

ความร่วมมือดังกล่าวยังครอบคลุมการพัฒนาศักยภาพบุคลากรทางการแพทย์ ทั้งแพทย์ พยาบาล และทีมดูแลผู้ป่วย ให้สามารถสอนการใช้อุปกรณ์ ติดตามข้อมูล และให้คำแนะนำผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพ อันเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยขยายการเข้าถึงบริการ CGM ในหน่วยบริการทั่วประเทศ

"ข้อจำกัดสำคัญ คือ ผู้ป่วยบางราย โดยเฉพาะกลุ่มรายได้น้อยซึ่งอาจยังไม่มีสมาร์ตโฟนหรืออินเทอร์เน็ตที่เพียงพอ ในอนาคตอาจต้องอาศัยความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายหรือมูลนิธิ เพื่อสนับสนุนอุปกรณ์ที่จำเป็น และทำให้ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 1 ได้เข้าถึงเทคโนโลยีเพื่อการดูแลสุขภาพได้มากขึ้น" นพ.กฤช กล่าว

ศึกษา ประเมินความเหมาะสม เตรียมขยายสิทธิ CGM ไปยังผู้ป่วยเบาหวานกลุ่มอื่น

นพ.กฤช ยังระบุด้วยว่า สปสช. อยู่ระหว่างสนับสนุนการศึกษาข้อเสนอเพื่อประเมินความเหมาะสมในการขยายสิทธิ CGM ไปยังผู้ป่วยเบาหวานกลุ่มอื่นที่มีความจำเป็นต้องใช้อินซูลิน รวมถึงผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 โดยจะพิจารณาจากประสิทธิผลทางการแพทย์ ความคุ้มค่า และผลกระทบด้านงบประมาณ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงเทคโนโลยีที่จำเป็นตามความจำเป็นด้านสุขภาพอย่างเหมาะสม

ทั้งนี้ สปสช. ได้เปิดบริการ "ดูข้อมูลสุขภาพ" ผ่าน LINE OA สปสช. ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 โดยมีการนำร่องในกลุ่มผู้ป่วยเบาหวานสิทธิบัตรทองและสิทธิพนักงานส่วนท้องถิ่น ให้ตรวจสอบประวัติการรับบริการ รายการยาที่ได้รับ โรคร่วม และข้อมูลสุขภาพย้อนหลัง รวมทั้งรับคำแนะนำการดูแลสุขภาพแบบเฉพาะบุคคลผ่านระบบ Persona Health ของ สสส. โดยผู้ป่วยสามารถสมัครใช้บริการผ่าน LINE OA สปสช. ไลน์ไอดี @nhso และยืนยันตัวตนผ่าน ThaiD เพื่อมีข้อมูลประกอบการติดตามดูแลโรคเบาหวานของตนเองได้อย่างต่อเนื่อง โดยจะเป็นประโยชน์ต่อตัวของผู้ป่วยเอง