
บัตรทอง เช็กสิทธิประโยชน์ CGM ช่วยผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 1 คุมน้ำตาลแม่นยำ
สปสช. ชูสิทธิประโยชน์อุปกรณ์ตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดแบบต่อเนื่อง CGM ภายใต้ระบบบัตรทอง 30 บาท ช่วยผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 1 และหญิงตั้งครรภ์ ติดตามค่าน้ำตาลผ่านแอปพลิเคชันมือถือตลอด 24 ชม. เตรียมศึกษาขยายผลครอบคลุมผู้ป่วยเบาหวานชนิดอื่นในอนาคต
KEY
POINTS
- สปสช. เพิ่มสิทธิประโยชน์บัตรทองให้ครอบคลุมเครื่องตรวจวัดระดับน้ำตาลแบบต่อเนื่อง (CGM) สำหรับผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 1 เพื่อช่วยให้ควบคุมระดับน้ำตาลได้แม่นยำและลดความเจ็บปวดจากการเจาะเลือด
- สิทธิประโยชน์นี้ยังครอบคลุมถึงหญิงตั้งครรภ์ที่เป็นเบาหวานทั้งชนิดที่ 1 และ 2 เพื่อลดความเสี่ยงต่อทั้งมารดาและทารกในครรภ์
- ผู้ป่วยที่มีข้อบ่งชี้สามารถเข้ารับบริการได้ตามการพิจารณาของแพทย์ในหน่วยบริการตามสิทธิ โดยอุปกรณ์จำเป็นต้องใช้งานร่วมกับสมาร์ตโฟน
- สปสช. มีแผนศึกษาเพื่อประเมินความเหมาะสมในการขยายสิทธิประโยชน์ CGM ไปยังผู้ป่วยเบาหวานกลุ่มอื่นที่จำเป็นต้องใช้อินซูลินในอนาคต
10 กันยายน 2569 นพ.กฤช ลี่ทองอิน ผู้ทรงคุณวุฒิ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า เบาหวานชนิดที่ 1 เป็นโรคที่ร่างกายไม่สามารถผลิตอินซูลินได้เพียงพอ ผู้ป่วยจึงต้องได้รับอินซูลินทดแทนอย่างต่อเนื่องและจำเป็นต้องติดตามระดับน้ำตาลอย่างใกล้ชิด เพื่อนำข้อมูลมาปรับปริมาณอินซูลินให้เหมาะสมกับการรับประทานอาหาร กิจกรรมในแต่ละวันและแผนการรักษาของแพทย์ซึ่งที่ผ่านมาผู้ป่วยต้องเจาะเลือดปลายนิ้ว เพื่อตรวจระดับน้ำตาลวันละประมาณ 4 ครั้ง สร้างความเจ็บปวดและเป็นภาระแก่ผู้ป่วยโดยเฉพาะเด็กและวัยรุ่นที่ต้องเจาะเลือดเป็นเวลานาน
ทั้งนี้ ปัจจุบันมีอุปกรณ์ตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดแบบต่อเนื่อง หรือ CGM (Continuous Glucose Monitoring) ซึ่งเครื่องติดตามค่าน้ำตาลในร่างกายจะมีเซนเซอร์ขนาดเล็กติดบริเวณหลังต้นแขนหรือบริเวณหน้าท้องซึ่งจะส่งข้อมูลระดับน้ำตาลเข้าสู่แอปพลิเคชันโทรศัพท์มือถือและระบบที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้ป่วยและทีมรักษาทราบแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำตาลตลอดวัน ไม่ใช่แค่ช่วงเวลาที่เจาะตรวจเลือดเท่านั้น
ทำให้มีข้อมูลระดับน้ำตาลที่ต่อเนื่องนำไปสู่การปรับใช้อินซูลิน อาหาร และกิจกรรมในชีวิตประจำวันได้เหมาะสมขึ้น ช่วยลดโอกาสเสี่ยงเกิดภาวะน้ำตาลต่ำหรือน้ำตาลสูงเกินไป รวมทั้งลดความทุกข์ทรมานจากการเจาะเลือดปลายนิ้ว ส่งผลให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
สปสช. บรรจุการใช้เครื่อง CGM เป็นสิทธิประโยชน์บัตรทอง 30 บาท
นพ.กฤช กล่าวต่อว่า จากข้อดีของการใช้เครื่อง CGM นี้ สปสช. จึงบรรจุเป็นสิทธิประโยชน์ภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ บัตรทอง 30 บาท สำหรับผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 1 โดยเริ่มมาตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2565 โดยให้บริการแก่ผู้ป่วยที่มีข้อบ่งชี้ในการใช้เครื่อง CGM ตามแนวทางของสมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย
จากข้อมูล สปสช. ณ เดือนสิงหาคม 2569 มีผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 1 ลงทะเบียนในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติแล้วจำนวน 6,458 ราย ในจำนวนนี้ได้รับบริการ CGM แล้ว 455 ราย หรือร้อยละ 7 ของผู้ป่วยที่ลงทะเบียนทั้งหมด รวมจำนวนรับบริการ 822 ครั้ง เบิกจ่ายค่าบริการจำนวน 8.15 ล้านบาท ทั้งนี้ มีแนวโน้มผู้รับบริการเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จาก 14 รายในปี 2566 เป็น 81 รายในปี 2567 และ 242 รายในปี 2568
นอกจากนี้ สปสช. ยังสนับสนุนบริการ CGM สำหรับหญิงตั้งครรภ์ที่เป็นเบาหวานมาก่อนการตั้งครรภ์ ทั้งผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 1 และชนิดที่ 2 เนื่องจากการควบคุมระดับน้ำตาลอย่างเหมาะสมมีความสำคัญต่อทั้งมารดาและทารกในครรภ์ ช่วยลดความเสี่ยงที่ทารกจะมีขนาดตัวใหญ่เกินไป ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะคลอดยากและภาวะแทรกซ้อนอื่น
"ในการรับบริการ CGM คุณหมอผู้ดูแลจะพิจารณาความเหมาะสมร่วมกับผู้ป่วย โดยคำนึงถึงความจำเป็นทางการแพทย์และความพร้อมในการใช้อุปกรณ์ เนื่องจาก CGM ต้องเชื่อมต่อกับโทรศัพท์มือถือและสัญญาณอินเทอร์เน็ต โรงพยาบาลสามารถจัดหาอุปกรณ์ที่ผ่านการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ให้ผู้ป่วย และเบิกจ่ายกับ สปสช. ตามอัตราที่กำหนด”
ทั้งนี้ สำหรับการพัฒนาสิทธิประโยชน์ CGM เป็นผลจากความร่วมมือระหว่าง สปสช. กับสมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ฯ และเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งได้ร่วมกันศึกษาข้อมูลวิชาการ กำหนดข้อบ่งชี้และแนวทางดูแลผู้ป่วย ตลอดจนประเมินความคุ้มค่าของเทคโนโลยี เพื่อให้ผู้ป่วยที่มีความจำเป็นสามารถเข้าถึงอุปกรณ์ได้อย่างเหมาะสมและปลอดภัย
ความร่วมมือดังกล่าวยังครอบคลุมการพัฒนาศักยภาพบุคลากรทางการแพทย์ ทั้งแพทย์ พยาบาล และทีมดูแลผู้ป่วย ให้สามารถสอนการใช้อุปกรณ์ ติดตามข้อมูล และให้คำแนะนำผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพ อันเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยขยายการเข้าถึงบริการ CGM ในหน่วยบริการทั่วประเทศ
"ข้อจำกัดสำคัญ คือ ผู้ป่วยบางราย โดยเฉพาะกลุ่มรายได้น้อยซึ่งอาจยังไม่มีสมาร์ตโฟนหรืออินเทอร์เน็ตที่เพียงพอ ในอนาคตอาจต้องอาศัยความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายหรือมูลนิธิ เพื่อสนับสนุนอุปกรณ์ที่จำเป็น และทำให้ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 1 ได้เข้าถึงเทคโนโลยีเพื่อการดูแลสุขภาพได้มากขึ้น" นพ.กฤช กล่าว
ศึกษา ประเมินความเหมาะสม เตรียมขยายสิทธิ CGM ไปยังผู้ป่วยเบาหวานกลุ่มอื่น
นพ.กฤช ยังระบุด้วยว่า สปสช. อยู่ระหว่างสนับสนุนการศึกษาข้อเสนอเพื่อประเมินความเหมาะสมในการขยายสิทธิ CGM ไปยังผู้ป่วยเบาหวานกลุ่มอื่นที่มีความจำเป็นต้องใช้อินซูลิน รวมถึงผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 โดยจะพิจารณาจากประสิทธิผลทางการแพทย์ ความคุ้มค่า และผลกระทบด้านงบประมาณ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงเทคโนโลยีที่จำเป็นตามความจำเป็นด้านสุขภาพอย่างเหมาะสม
ทั้งนี้ สปสช. ได้เปิดบริการ "ดูข้อมูลสุขภาพ" ผ่าน LINE OA สปสช. ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 โดยมีการนำร่องในกลุ่มผู้ป่วยเบาหวานสิทธิบัตรทองและสิทธิพนักงานส่วนท้องถิ่น ให้ตรวจสอบประวัติการรับบริการ รายการยาที่ได้รับ โรคร่วม และข้อมูลสุขภาพย้อนหลัง รวมทั้งรับคำแนะนำการดูแลสุขภาพแบบเฉพาะบุคคลผ่านระบบ Persona Health ของ สสส. โดยผู้ป่วยสามารถสมัครใช้บริการผ่าน LINE OA สปสช. ไลน์ไอดี @nhso และยืนยันตัวตนผ่าน ThaiD เพื่อมีข้อมูลประกอบการติดตามดูแลโรคเบาหวานของตนเองได้อย่างต่อเนื่อง โดยจะเป็นประโยชน์ต่อตัวของผู้ป่วยเอง







