thansettakij
thansettakij
สั่ง สพฉ. สอบปมรถพยาบาลจอดขวางรถกู้ชีพเอราวัณ

สั่ง สพฉ. สอบปมรถพยาบาลจอดขวางรถกู้ชีพเอราวัณ เรียกเก็บค่าเสียเวลา 1 พันบาท

19 ส.ค. 69 | 07:02 น.
อัปเดตล่าสุด :19 ส.ค. 69 | 07:03 น.

'พัฒนา' รมว.สาธารณสุข สั่ง สพฉ. ตรวจสอบปมรถพยาบาลจอดขวางรถศูนย์เอราวัณเรียกเก็บเงินค่าเสียเวลา 1 พันบาทหลังญาติเรียกรับผู้ป่วยซ้อนกันพร้อมหาแนวทางป้องกันแก้ไข 

KEY

POINTS

  • รถพยาบาลเอกชนจอดขวางรถกู้ชีพของศูนย์เอราวัณ และเรียกเก็บเงินค่าเสียเวลา 1,000 บาทจากญาติผู้ป่วยฉุกเฉิน
  • รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขสั่งการให้สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ดังกล่าว
  • การตรวจสอบจะครอบคลุมถึงการปฏิบัติงานของรถพยาบาลเอกชน ความถูกต้องของการเรียกเก็บเงิน และกำหนดแนวทางป้องกันเหตุซ้ำรอย

19 สิงหาคม 2569 นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงกรณีมีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับรถพยาบาลเอกชนจอดขวางรถพยาบาลกู้ชีพขั้นสูง (ALS) ของศูนย์เอราวัณ กรุงเทพมหานคร และเรียกเก็บเงินจากญาติผู้ป่วย จำนวน 1,000 บาท ว่า ได้รับรายงานเบื้องต้นเกี่ยวกับเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 เวลาประมาณ 19.00 น. โดยผู้ป่วยหญิงสูงอายุ มีอาการเหนื่อย แน่นหน้าอก แน่นท้อง และหายใจไม่สะดวก

แจ้งสายด่วน 1669 ศูนย์เอราวัณ

ญาติโทรแจ้งสายด่วน 1669 ศูนย์เอราวัณ กรุงเทพมหานคร เพื่อขอความช่วยเหลือ ระหว่างนั้นญาติมีความกังวลจึงได้โทรติดต่อรถพยาบาลเอกชนเพิ่มเติม ก่อนที่ศูนย์เอราวัณจะแจ้งกลับว่าอยู่ระหว่างส่งรถเข้ารับผู้ป่วย ซึ่งเมื่อรถพยาบาล ALS ของศูนย์เอราวัณเดินทางถึงบ้านผู้ป่วยและเคลื่อนย้ายขึ้นรถเพื่อนำส่งโรงพยาบาล มีรถพยาบาลเอกชนเดินทางมาถึงและจอดขวางซอย ทำให้รถ ALS ไม่สามารถออกจากพื้นที่ได้ พร้อมเรียกเก็บเงิน "ค่าเสียเวลา" จำนวน 1,000 บาท ญาติผู้ป่วยเกรงว่าอาการผู้ป่วยจะทรุดลง จึงได้จ่ายเงินสดให้แก่รถพยาบาลเอกชนดังกล่าว

สั่งสพฉ.เร่งดำเนินการ 4เรื่อง

นายพัฒนา กล่าวต่อว่า เรื่องนี้เป็นเหตุการณ์ที่กระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบบการแพทย์ฉุกเฉิน โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ผู้ป่วยมีอาการฉุกเฉินและญาติอยู่ในภาวะวิตกกังวลสูง การจอดขวางรถพยาบาล ALS และเรียกเก็บเงินในลักษณะดังกล่าว อาจส่งผลต่อความปลอดภัยของผู้ป่วยได้ จึงสั่งการให้สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) เร่งดำเนินการ ดังนี้

1. ประสานศูนย์เอราวัณ กรุงเทพมหานคร เพื่อตรวจสอบข้อมูลการรับแจ้งเหตุ การสั่งการรถ และรายงานเหตุการณ์จากทีม ALS 

2. ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบรถพยาบาลเอกชนและบุคลากรที่ปฏิบัติงานในเหตุการณ์ดังกล่าว

3. ตรวจสอบการเรียกเก็บเงินจากญาติผู้ป่วยว่าเป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ และมาตรฐานบริการการแพทย์ฉุกเฉินหรือไม่

4. กำหนดแนวทางป้องกันเหตุซ้ำ โดยเฉพาะกรณีประชาชนเรียกทั้ง 1669 และรถพยาบาลเอกชนพร้อมกัน เพื่อไม่ให้เกิดการขัดขวางการช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉิน โดยให้รายงานผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยเร็ว พร้อมกำหนดข้อเสนอเชิงมาตรการต่อไป