thansettakij
thansettakij
แพทย์เตือนสูงวัย รีบอัปเกรดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ชี้สถิติป่วยพุ่ง 2.4 แสนราย

แพทย์เตือนสูงวัย รีบอัปเกรดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ชี้สถิติป่วยพุ่ง 2.4 แสนราย

ไข้หวัดใหญ่ระบาดปี 2569 ป่วยพุ่ง 2.4 แสนราย แพทย์ชี้สูงวัยเสี่ยงปอดอักเสบ-หัวใจวาย แนะทางรอด "วัคซีนขนาดสูง" (High Dose) กระตุ้นภูมิแกร่งกว่าเดิม 4 เท่า

KEY

POINTS

  • สถานการณ์ไข้หวัดใหญ่น่ากังวล โดยมีสถิติผู้ป่วยปี 2569 พุ่งสูงกว่า 2.4 แสนราย แพทย์จึงเตือนกลุ่มผู้สูงอายุเป็นพิเศษ
  • ผู้สูงอายุเป็นกลุ่มเสี่ยงสูงที่อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงจากไข้หวัดใหญ่ เช่น ปอดอักเสบ หัวใจวาย ซึ่งอาจอันตรายถึงชีวิต
  • แพทย์แนะนำให้ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปพิจารณาฉีด "วัคซีนไข้หวัดใหญ่ขนาดสูง" (High Dose) ซึ่งมีประสิทธิภาพกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ดีกว่าวัคซีนขนาดมาตรฐาน
  • ควรฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่เป็นประจำทุกปีก่อนเข้าสู่ฤดูระบาด (ฤดูฝน) เพื่อลดโอกาสติดเชื้อและลดความรุนแรงของโรค

ข้อมูลจากกรมควบคุมโรคตลอดปี 2568 ประเทศไทยพบผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่สะสม 1,183,823 ราย เสียชีวิต 125 ราย ขณะที่ของมูลปี 2569 วันที่ 27 กรกฎาคม พบผู้ป่วยแล้ว 247,215 ราย เสียชีวิต 25 ราย สะท้อนว่าเชื้อยังคงเป็นโจทย์สุขภาพที่ไม่ควรถูกมองข้ามในช่วงฤดู โดยเฉพาะผู้สูงอายุและผู้มีโรคประจำตัว

ไข้หวัดใหญ่ในผู้สูงอายุ เสี่ยงภาวะแทรกซ้อนถึงชีวิต

ศ.พญ.ศศิโสภิณ เกียรติบูรณกุล แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อ อุปนายกสมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทย กล่าวว่า จากข้อมูลการศึกษาในประเทศไทยพบว่า ผู้สูงอายุเป็นกลุ่มที่มีอัตราการเสียชีวิตจากไข้หวัดใหญ่สูง เนื่องจากไวรัสชนิดนี้ไม่ได้ส่งผลเพียงแค่อาการไข้หรือปวดเมื่อยตามร่างกายเท่านั้น แต่อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงถึงชีวิต ไม่ว่าจะเป็นปอดอักเสบ หัวใจวาย หรือต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลระยะยาว

โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง เช่น โรคหัวใจ โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และโรคปอดเรื้อรัง ซึ่งความเสี่ยงยิ่งทวีเป็นเท่าตัว

ดังนั้น หนึ่งในแนวทางป้องกันที่สำคัญและมีประสิทธิภาพ คือ การรับวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่เป็นประจำทุกปี เนื่องจากไวรัสไข้หวัดใหญ่มีการกลายพันธุ์อยู่ตลอดเวลา วัคซีนของปีที่แล้วอาจไม่สามารถปกป้องร่างกายได้อย่างเต็มประสิทธิภาพในปีนี้ ประกอบกับภูมิคุ้มกันที่ลดลงเมื่อเวลาผ่านไป

โดยช่วงเวลาที่เหมาะที่สุดคือก่อนเข้าฤดูระบาดใหญ่หรือในช่วงฤดูฝน เพื่อให้ร่างกายได้สร้างภูมิคุ้มกัน ลดโอกาสการติดเชื้อ และลดความรุนแรงของอาการ และสามารถป้องกันควบคู่ไปกับการสวมหน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อย ๆ และหลีกเลี่ยงสถานที่แออัด ซึ่งจะยิ่งช่วยลดความเสี่ยงได้มากขึ้น

ผู้สูงอายุภูมิคุ้มกันเสื่อมตามวัย ต้องใช้ “วัคซีนขนาดสูง”

สำหรับกลุ่มผู้สูงอายุ วัคซีนไข้หวัดใหญ่ขนาดมาตรฐาน หรือ Standard Dose อาจกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ไม่สูงเท่ากับประชาชนทั่วไป เนื่องจากเมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายจะเกิดภาวะภูมิคุ้มกันเสื่อมถอยตามวัย ส่งผลให้ตอบสนองต่อวัคซีนขนาดมาตรฐานลดน้อยลง

จึงเป็นเหตุผลสำคัญของการพัฒนา “วัคซีนไข้หวัดใหญ่ขนาดสูง” หรือ High Dose นวัตกรรมทางการแพทย์สำหรับผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปโดยเฉพาะ ซึ่งมีปริมาณสารก่อภูมิต้านทานหรือแอนติเจนสูงกว่าวัคซีนขนาดมาตรฐาน 4 เท่า เพื่อกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันที่เสื่อมถอยให้สามารถสร้างการตอบสนองที่แข็งแกร่งเพียงพอ

ศ.พญ.ศศิโสภิณ กล่าวว่า ผลการศึกษาทางคลินิกในกลุ่มผู้สูงอายุพบว่า วัคซีนไข้หวัดใหญ่ขนาดสูงสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการลดการติดเชื้อได้มากกว่าวัคซีนขนาดมาตรฐานร้อยละ 24.22 นอกจากนี้ ยังช่วยลดความเสี่ยงของการนอนโรงพยาบาลจากการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ร้อยละ 31.93 ลดความเสี่ยงการนอนโรงพยาบาลจากโรคหัวใจและหลอดเลือดร้อยละ 6.6 และลดอัตราการนอนโรงพยาบาลจากโรคหัวใจล้มเหลวร้อยละ 21.3 มากกว่าวัคซีนขนาดมาตรฐาน

ทั้งนี้ สมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทยยังแนะนำให้พิจารณาใช้วัคซีนไข้หวัดใหญ่ขนาดสูงในผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปด้วย

“สูงวัย-โรคร่วม” จุดเปราะบางที่ต้องเร่งป้องกัน

ด้าน ผศ. นพ.สิระ กอไพศาล อายุรแพทย์โรคต่อมไร้ท่อและเมแทบอลิซึม กล่าวว่า ในช่วงฤดูฝนที่ไข้หวัดใหญ่ระบาดในทุกปี เชื้อไข้หวัดใหญ่ไม่ได้ก่อให้เกิดเพียงการติดเชื้อทางเดินหายใจธรรมดาเท่านั้น แต่อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงถึงชีวิต เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคปอดอักเสบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มผู้สูงอายุ และผู้ป่วยโรคร่วมเรื้อรัง

"การรับวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ถือเป็นหนึ่งในมาตรการป้องกันที่มีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่มีหลายรูปแบบตามความเหมาะสมของแต่ละบุคคล โดยเฉพาะในกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป ที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคเบาหวาน ซึ่งร่างกายมีการสร้างภูมิคุ้มกันที่ลดน้อยลง การปรึกษาแพทย์เพื่อพิจารณาแนวทางการป้องกันไข้หวัดใหญ่ที่เหมาะสมกับภาวะสุขภาพและช่วงวัย จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้ได้รับการป้องกันที่เหมาะสมอย่างแท้จริง"

อย่ารอให้ป่วย ป้องกันก่อน ลดเสี่ยง ลดรุนแรง

ผศ. นพ.สิระ กล่าวว่า โรคไข้หวัดใหญ่จึงไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะผู้สูงอายุและผู้มีโรคประจำตัว การป้องกันล่วงหน้าถือเป็นเรื่องสำคัญ ทั้งการดูแลสุขภาพและปรึกษาแพทย์เพื่อพิจารณาแนวทางการป้องกันไข้หวัดใหญ่ที่เหมาะสม ซึ่งมีส่วนช่วยลดโอกาสการติดเชื้อ ลดความรุนแรงของโรค และป้องกันภาวะแทรกซ้อนอันตราย

ฆเตรียมความพร้อมล่วงหน้า ไม่ได้เป็นเพียงการปกป้องสุขภาพและคุณภาพชีวิตของคนในครอบครัว แต่ยังช่วยลดภาระต่อระบบสาธารณสุขในภาพรวม รวมทั้ง การตระหนักถึงความสำคัญของการป้องกันอย่างเหมาะสมตามช่วงวัย จะเป็นอีกก้าวสำคัญในการสร้างสังคมที่มีสุขภาพดี และลดความเสี่ยงจากไข้หวัดใหญ่ตลอดฤดูระบาด"