thansettakij
thansettakij
บอร์ดสปสช. รับลูก 757 ข้อเสนอ ต่อยอด 'บัตรทอง' ตอบโจทย์คนไข้-คนทำงาน

บอร์ดสปสช. รับลูก 757 ข้อเสนอ ต่อยอด 'บัตรทอง' ตอบโจทย์คนไข้-คนทำงาน

10 ส.ค. 69 | 03:46 น.
อัปเดตล่าสุด :10 ส.ค. 69 | 03:47 น.

บอร์ด สปสช. รับทราบผลการรับฟังความคิดเห็นปี 69 รวม 757 ประเด็น จากทุกภาคส่วนทั่วประเทศ พร้อมส่งต่อข้อเสนอที่เกี่ยวข้องให้กลไกที่รับผิดชอบพิจารณา นำเสียงสะท้อนจากพื้นที่สู่การพัฒนาระบบบัตรทอง ตอบโจทย์ประชาชนและหน่วยบริการมากขึ้น

KEY

POINTS

  • บอร์ด สปสช. มีมติรับทราบข้อเสนอ 757 ประเด็น จากการรับฟังความคิดเห็นจากผู้ป่วยและผู้ให้บริการ เพื่อนำไปพัฒนาระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง)
  • ประเด็นข้อเสนอที่สำคัญครอบคลุมการปรับปรุงระบบงบประมาณและการจ่ายชดเชย, การดูแลผู้สูงอายุและผู้พิการ, การป้องกันโรคเรื้อรัง และการพัฒนาระบบบริการปฐมภูมิ
  • ข้อเสนอทั้งหมดจะถูกส่งต่อไปยังคณะอนุกรรมการที่เกี่ยวข้องและ สปสช. เพื่อพิจารณาดำเนินการแก้ไขปัญหาให้ตรงจุด เพิ่มคุณภาพบริการและทำให้ประชาชนเข้าถึงการรักษาได้ดียิ่งขึ้น

10 สิงหาคม 2569 นพ.อมร ลีลารัศมี ประธานคณะอนุกรรมการสื่อสารสังคมและรับฟังความคิดเห็นจากผู้ให้บริการและผู้รับบริการ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2569 ซึ่งมีนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข เป็นประธาน ได้มีมติรับทราบผลการรับฟังตามมาตรา 18 (13) แห่ง พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545 พร้อมมอบ สปสช. เสนอผลต่อคณะกรรมการควบคุมคุณภาพฯ และคณะอนุกรรมการที่เกี่ยวข้อง โดยรับรองมติให้ดำเนินการได้ทันที

"การรับฟังไม่ได้จบเพียงการรวบรวมความคิดเห็นแต่เปิดโอกาสให้ผู้ใช้สิทธิและคนทำงานในระบบได้บอกว่าเรื่องใดควรปรับหรือเร่งพัฒนา ทุกข้อเสนอจะได้รับการจัดระบบและส่งต่อไปยังผู้รับผิดชอบอย่างชัดเจน" นพ.อมรกล่าว

ประธานคณะอนุกรรมการสื่อสารสังคมฯ กล่าวต่อว่า การรับฟังดำเนินต่อเนื่องตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 ถึงมิถุนายน 2569 ผ่านเวทีระดับเขต การประชุมกลุ่มเฉพาะ การลงพื้นที่ และช่องทางออนไลน์ โดยผู้ให้บริการเสนอความเห็นมากที่สุด 316 ประเด็น รองลงมาคือผู้รับบริการ 281 ประเด็น และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 87 ประเด็น

เรื่องที่ได้รับการพูดถึงมากที่สุด คือ ระบบงบประมาณและการจ่ายชดเชย เช่น ปรับอัตราจ่ายให้สอดคล้องกับต้นทุนจริง โอนงบให้รวดเร็วและต่อเนื่อง ลดขั้นตอนการเบิกจ่าย มีระบบติดตามงบแบบเรียลไทม์และไม่เปลี่ยนหลักเกณฑ์ระหว่างปี เพื่อให้หน่วยบริการวางแผนดูแลประชาชนได้ต่อเนื่อง

ด้านผู้สูงอายุ คนพิการ และผู้มีภาวะพึ่งพิง มีข้อเสนอให้เพิ่มค่าตอบแทนผู้ดูแล เพิ่มงบรองรับสังคมสูงวัย และเพิ่มการเข้าถึงผ้าอ้อมกับอุปกรณ์ช่วยเหลือคนพิการ ส่วนการป้องกันโรคเรื้อรัง เสนอให้ขยายการคัดกรองเบาหวาน ความดัน โรคไต และมะเร็ง พร้อมส่งเสริมการปรับพฤติกรรมสุขภาพ

นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข เป็นประธานการประชุม บอร์ด สปสช.

สำหรับบริการปฐมภูมิและ 30 บาทรักษาทุกที่ มีข้อเสนอให้เชื่อมระบบส่งต่อ ลดขั้นตอนการใช้ใบส่งตัว ขยายบริการทางไกล และเพิ่มศักยภาพ รพ.สต. คลินิกชุมชนอบอุ่น ร้านยา และหน่วยบริการนวัตกรรม นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอให้เชื่อมฐานข้อมูลสุขภาพ เพิ่มช่องทางร้องเรียนออนไลน์ และเพิ่มความยืดหยุ่นให้กองทุนสุขภาพท้องถิ่น

375 ประเด็นส่งให้อนุกรรมการฯ พิจารณา 

ทั้งนี้ หลังกลั่นกรองข้อเสนอ 757 ประเด็นแบ่งเป็น 2 ส่วน โดย 382 ประเด็นเข้าสู่กระบวนการจัดการ เป็นเรื่องที่ดำเนินการแล้ว 152 ประเด็น ข้อเสนอซ้ำที่นำมายุบรวม 164 ประเด็น และเรื่องนอกอำนาจ สปสช. ที่ส่งต่อให้หน่วยงานอื่น 66 ประเด็น ส่วนอีก 375 ประเด็น ส่งให้คณะอนุกรรมการและกลไกที่เกี่ยวข้องพิจารณา

นพ.อมร ลีลารัศมี ปธ.อนุกก.สื่อสารสังคมและรับฟังความคิดเห็นจากผู้ให้บริการและผู้รับบริการ ตัวอย่างเช่น เรื่องอัตราจ่ายและหลักเกณฑ์เบิกจ่าย ส่งให้คณะอนุกรรมการด้านบริหารกองทุน 58 ประเด็น เรื่องกองทุนสุขภาพท้องถิ่น ส่งให้คณะอนุกรรมการด้านระบบหลักประกันสุขภาพระดับท้องถิ่น 44 ประเด็น เรื่องบริการปฐมภูมิและการป้องกันโรค ส่งให้คณะอนุกรรมการด้านปฐมภูมิและ P&P 40 ประเด็น และเรื่องเพิ่มหรือปรับสิทธิประโยชน์ ส่งให้คณะอนุกรรมการกำหนดประเภทและขอบเขตบริการ 40 ประเด็น ขณะที่ สปสช. รับไปดำเนินการโดยตรง 97 ประเด็น

"เมื่อข้อเสนอถูกส่งถึงผู้รับผิดชอบตรงเรื่อง การแก้ไขปัญหาจะเดินหน้าได้ชัดเจนขึ้น เป้าหมายคือให้ประชาชนเข้าถึงบริการได้ง่าย มีคุณภาพและเป็นธรรม และช่วยให้หน่วยบริการดูแลประชาชนได้ต่อเนื่อง" นพ.อมร กล่าว