
ส่องแนวคิดแพลตฟอร์ม Longevity 5.0 เขย่าตลาด Medical Tourism ไทย
ชี้ไทยก้าวสู่ยุค Longevity 5.0 เปิดแพลตฟอร์ม ‘คลินิกอายุยืนแห่งอนาคต’ ด้วยนวัตกรรม AI Cloud เชื่อมต่อการดูแลสุขภาพจากคลินิกสู่ที่พักอาศัย มั่นใจดันไทยเป็น Hub โลก
KEY
POINTS
- Zeroage.life เปิดตัว "Longevity 5.0 Cloud" แพลตฟอร์ม AI แห่งแรกในไทย เพื่อยกระดับบริการสำหรับ "คลินิกอายุยืนแห่งอนาคต"
- ตั้งเป้าเข้ามาแทนที่ตลาด Medical Tourism แบบเดิมประมาณ 10-30% ภายใน 5 ปี โดยใช้ไทยเป็นฐานยุทธศาสตร์หลักในภูมิภาคเอเชีย
- ใช้แนวคิด "Continuum of Longevity Experiences" (CLE) เชื่อมโยงบริการสุขภาพผ่านระบบคลาวด์และ AI ทำให้แพทย์สามารถดูแลคนไข้ได้จากระยะไกลทั่วโลก
กระแสธุรกิจ “อายุยืน” (Longevity) กำลังขยับจากการรักษาสุขภาพเชิงป้องกันสู่การใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) บริหารจัดการข้อมูลสุขภาพแบบครบวงจร ดังนั้น Zeroage.life หน่วยธุรกิจด้าน Longevity 5.0 ภายใต้ Borderless Healthcare Group จึงเปิดตัว Longevity 5.0 Cloud แพลตฟอร์ม AI แห่งแรกในประเทศไทย ที่ออกแบบเพื่อยกระดับ “Longevity Clinic-of-the-Future” หรือคลินิกอายุยืนแห่งอนาคต
มั่นใจอีก 5 ปี รุกตลาดแทนที่ Medical Tourism
โดย ดร. เว่ย เชียง หยู (Dr Wei Siang Yu) ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการของ Borderless Healthcare Group บริษัทเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ากับอุตสาหกรรมการแพทย์ กล่าวว่า แพลตฟอร์ม Longevity 5.0 จะช่วยยกระดับการบริหารจัดการด้านอายุยืนในสถานบริการต่าง ๆ ตั้งแต่คลินิก รีสอร์ต ไปจนถึงที่พักอาศัย
“เราใช้งบประมาณในการพัฒนาและใช้เงินลงทุนในการพัฒนา Cloud และ AI ไปแล้วมากกว่า 10 ล้านเหรียญสหรัฐ ตั้งเป้าหมายในไทยคือสนับสนุนคลินิก 5-10 แห่งในปี 2569 นี้ และกำลังเจรจากับรีสอร์ตในภูเก็ตและผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ขายลิขสิทธิ์ (Licensing) แบบ B2B
โดยค่าธรรมเนียมลิขสิทธิ์รายปีมั่นใจว่าไทยจะสามารถครองส่วนแบ่งตลาด Longevity โลกได้ เนื่องจากมีต้นทุนที่ถูกกว่าและโครงสร้างพื้นฐานที่ดีกว่าประเทศเพื่อนบ้าน และประเมินว่าตลาดนี้จะเข้ามาแทนที่ Medical Tourism แบบเดิมประมาณ 10-30% ในอีก 5 ปีข้างหน้า”
ทั้งนี้ ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ (Medical Tourism Hub) ที่เติบโตเต็มที่แล้ว และกำลังก้าวเข้าสู่ยุค Longevity 5.0 โดยมีความร่วมมือบูรณาการเกี่ยวกับเทคโนโลยี Cloud Computing, AI และผู้เชี่ยวชาญระดับโลกมาทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญในไทย
ช่วยให้แพทย์ไทยสามารถดูแลคนไข้ได้ทุกที่ทั่วโลก แม้คนไข้จะเดินทางกลับประเทศไปแล้ว เช่น อเมริกา สิงคโปร์ หรือฮ่องกง แต่การส่งออกบริการด้าน Longevity จะยังคงเน้นข้อมูลเป็นศูนย์กลางและมีความเฉพาะตัว (Personalized) เพื่อการมีชีวิตที่ยืนยาวขึ้นอย่างมีสุขภาพที่ดีขึ้นและดีกว่าเดิม
ไทย Hub บริการทางการแพทย์
นอกจากประเทศไทยจะเป็น Medical Tourism Hub ยังเป็นศูนย์กลางสำหรับกลุ่ม LGBTQ ซึ่งมีประชากรกว่า 6 ล้านคน และพร้อมต้อนรับต่างชาติในกลุ่มนี้กว่า 550 ล้านคนทั่วโลก ดังนั้น การเชื่อมโยงระหว่างบริการต่างๆ ระหว่า คลินิก-บ้าน-รีสอร์ต ตลอดจนแพทย์ที่สามารถดูแลคนไข้ผ่านระบบ Cloud ได้อย่างราบรื่น ขณะที่โครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีและ AI ก็จะช่วยพัฒนาศักยภาพให้ดียิ่งขึ้น
ดร. เว่ย กล่าวว่า แพลตฟอร์มนี้ถูกออกแบบมาภายใต้แนวคิด "Continuum of Longevity Experiences" (CLE) เพื่อสร้างประสบการณ์การดูแลสุขภาพแบบไร้รอยทั้งการเชื่อมต่อระหว่าง Wellcare และ Sickcare, การทำงานร่วมกันผ่านระบบ Cloud และขยายขอบเขตบริการได้ทุกที่ทุกเวลา ตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างกัน
อย่างไรก็ตาม Zeroage.life วางตำแหน่งให้ประเทศไทยเป็นฐานยุทธศาสตร์สำคัญในภูมิภาคเอเชีย เพื่อดึงดูดทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ซึ่งแพลตฟอร์มนี้พร้อมสนับสนุนทั้งแพทย์เวชปฏิบัติทั่วไปและแพทย์เฉพาะทางให้ก้าวทันวิชาศาสตร์อายุยืนสมัยใหม่ เพื่อส่งมอบการดูแลสุขภาพแห่งอนาคต







