
สปสช.ไฟเขียวกรอบงบบัตรทองปี 70 วงเงิน 2.89 แสนล้าน เตรียมเปิดรับฟังความเห็น
บอร์ด สปสช. เห็นชอบกรอบบริหารงบบัตรทอง ปีงบประมาณ 2570 หลัง ครม. อนุมัติจัดสรรวงเงินรวมเงินเดือนกว่า 2.89 แสนล้านบาทพร้อมมอบ สปสช. เปิดรับฟังความคิดเห็นทุกภาคส่วน
KEY
POINTS
- คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) มีมติเห็นชอบกรอบงบประมาณกองทุนบัตรทองปี 2570 วงเงิน 289,113.04 ล้านบาท
- การบริหารงบประมาณจะมุ่งเน้นหลักการ "Value for Money" เพื่อให้เกิดความคุ้มค่า มีประสิทธิภาพ และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อสุขภาพของประชาชน
- สปสช. เตรียมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนทั่วประเทศ เพื่อนำมาประกอบการจัดทำรายละเอียดแนวทางการบริหารงบประมาณให้สอดคล้องกับความต้องการจริง
15 มิถุนายน 2569 นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะประธานกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) ครั้งที่ 6/2569 เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2569 ว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบ "กรอบระยะเวลาและหลักการจัดทำข้อเสนอแนวทางการบริหารงบกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (งบขาลง) ปีงบประมาณ 2570" ตามที่เสนอ
ภายหลังคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติงบประมาณเพื่อดำเนินการกองทุนฯ รวมเงินเดือนเป็นวงเงินจำนวน 289,113.04 ล้านบาท (กรณีไม่รวมเงินเดือนเป็นวงเงิน 214,144.40 ล้านบาท) พร้อมมอบให้สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ดำเนินการจัดทำรายละเอียดและนำกลับมาเสนอต่อบอร์ด สปสช. พิจารณาตามขั้นตอนต่อไป
มุ่งบริหารจัดการภายใต้แนวคิด "Value for Money"
สำหรับงบประมาณกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือบัตรทอง 30 บาท เป็นกลไกสำคัญในการดูแลสุขภาพประชาชนทั่วประเทศ ดังนั้น การบริหารจัดการ จะต้องคำนึงถึงทั้งการเข้าถึงบริการที่จำเป็นของประชาชนในปัจจุบัน และความยั่งยืนของระบบในระยะยาว โดยบอร์ด สปสช. ได้กำหนดหลักการสำคัญให้การใช้จ่ายงบประมาณทุกส่วนเกิดประโยชน์สูงสุดต่อสุขภาพของประชาชน ภายใต้แนวคิด Value for Money หรือการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า มีประสิทธิภาพ และเกิดผลลัพธ์ด้านสุขภาพอย่างเป็นรูปธรรม
"บอร์ด สปสช. ให้ความสำคัญกับการสร้างสมดุลระหว่างการดูแลประชาชนให้เข้าถึงบริการสุขภาพที่มีคุณภาพ กับการรักษาเสถียรภาพทางการเงินการคลังของกองทุน เพื่อให้ระบบฯ สามารถดูแลประชาชนได้อย่างต่อเนื่องในอนาคต โดยเฉพาะการสนับสนุนบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค การดูแลระดับปฐมภูมิ และการลดบริการที่เกินความจำเป็นโดยไม่มีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ ซึ่งจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของประเทศในระยะยาว" นายพัฒนา รมว.สาธารณสุข กล่าว
นายพัฒนา กล่าวว่า แนวทางที่บอร์ด สปสช. เห็นชอบครั้งนี้ ยังมุ่งให้ความสำคัญกับการยกระดับประสิทธิภาพการบริหารจัดการกองทุน ผ่านการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยบริการและกองทุน การพัฒนาระบบกำกับติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ การตรวจจับความผิดปกติและการทุจริตได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงการบริหารจัดหายา วัคซีน และเวชภัณฑ์ทางการแพทย์อย่างคุ้มค่า เพื่อสร้างความมั่นคงด้านสุขภาพของประเทศและเพิ่มโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงบริการที่จำเป็นได้อย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ แนวทางการบริหารงบประมาณปี 2570 ยังให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการใช้ผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ที่ผลิตภายในประเทศ การบริหารจัดการยาสามัญอย่างเหมาะสม และการเตรียมความพร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ด้านสุขภาพและเศรษฐกิจโลก เพื่อให้กองทุนบัตรทองสามารถรองรับความต้องการด้านสุขภาพของประชาชนได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน
ลุยเปิดรับฟังความเห็นทุกภาคส่วนทั่วประเทศ
ด้าน นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ กล่าวว่า ภายหลังที่บอร์ด สปสช. เห็นชอบกรอบระยะเวลาและหลักการดังกล่าว สปสช. จะดำเนินการรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องตามที่ได้รับมอบ ทั้งจากหน่วยบริการ ภาคประชาชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เครือข่ายวิชาชีพ และหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ผ่านเวทีประชุมเชิงปฏิบัติการและการรับฟังความคิดเห็นตามที่กฎหมายกำหนด เพื่อให้การจัดทำแนวทางบริหารงบประมาณสอดคล้องกับสถานการณ์จริงและตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนมากที่สุด
"สปสช. จะนำข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วน รวมถึงความเห็นจากหน่วยงานต่าง ๆ ที่ ครม. มอบหมายให้พิจารณา มาประกอบการจัดทำรายละเอียดการบริหารงบกองทุนปี 2570 เพื่อให้เกิดความโปร่งใส เป็นธรรม สอดคล้องกับภารกิจของระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และสามารถใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อสุขภาพของประชาชน" เลขาธิการ สปสช. กล่าว
นพ.จเด็จ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในการนี้ สปสช. ได้กำหนดกรอบการดำเนินงานรับฟังความคิดเห็นและจัดทำรายละเอียดแนวทางบริหารงบประมาณกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ปีงบประมาณ 2570 ตลอดช่วงเดือนมิถุนายนถึงสิงหาคม 2569 ก่อนนำเสนอให้คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติพิจารณาอีกครั้ง และจัดทำประกาศบริหารจัดการกองทุนเพื่อใช้ในปีงบประมาณ 2570 ต่อไป







