
สธ.จับมือ WHO ขับเคลื่อนสุขภาพดิจิทัล-AI-PHR ยกระดับระบบสุขภาพไทยสู่เวทีโลก
กระทรวงสาธารณสุข หารือ WHO ขยายความร่วมมือด้านสุขภาพดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ และ ข้อมูลสุขภาพส่วนบุคคล (PHR) มุ่งยกระดับระบบสุขภาพที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง พร้อมผลักดันบทบาทประเทศไทยในเวทีโลก
KEY
POINTS
- กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ร่วมมือกับองค์การอนามัยโลก (WHO) เพื่อขับเคลื่อนและพัฒนาระบบสุขภาพดิจิทัลของไทย
- มุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ และผลักดันระบบข้อมูลสุขภาพส่วนบุคคล (PHR) ให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลสุขภาพของตนเองได้
- มีเป้าหมายเพื่อยกระดับคุณภาพระบบบริการสุขภาพ ลดความเหลื่อมล้ำ และเสริมสร้างบทบาทของไทยในเวทีสุขภาพดิจิทัลระดับโลก
ดร. นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขมอบหมายให้ตนพร้อมด้วยผู้แทนจากสำนักสุขภาพดิจิทัล และกองการต่างประเทศ กระทรวงสาธารณสุข ประชุมร่วมกับองค์การอนามัยโลก Department of Data, Digital Health, Analytics and AI หรือ DDA นำโดย Dr. Alain Labrique ผู้อำนวยการแผนกขยายความร่วมมือด้านสุขภาพดิจิทัล การใช้ข้อมูลสุขภาพ การวิเคราะห์ข้อมูล และใช้ปัญญาประดิษฐ์ในระบบสุขภาพ ซึ่งเป็นการหารือต่อยอดความร่วมมือระหว่างประเทศไทยกับองค์การอนามัยโลก
สธ.เร่งพัฒนาระบบสุขภาพดิจิทัล
โดย Dr. Alain ได้กล่าวถึงความร่วมมือที่ผ่านมา ทั้งด้านการวิจัยและการพัฒนาบุคลากร รวมถึงความร่วมมือกับสถาบันต่าง ๆ ของไทย ขณะที่ฝ่ายไทยได้นำเสนอความก้าวหน้าในการขับเคลื่อน digital transformation ในกระทรวงสาธารณสุข โดยเฉพาะการพัฒนาระบบสุขภาพดิจิทัล การกำกับดูแลข้อมูล ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
ดร. นพ.โสภณ กล่าวต่อว่า ประเทศไทยให้ความสำคัญกับการพัฒนาสุขภาพดิจิทัลที่ตอบโจทย์ประชาชนและระบบบริการสุขภาพอย่างแท้จริง โดยเฉพาะการทำให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลสุขภาพของตนเอง หรือ Personal Health Records (PHR) ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของระบบสุขภาพที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง ช่วยสนับสนุนความต่อเนื่องของการดูแลรักษา ลดความซ้ำซ้อนของบริการ และเพิ่มประสิทธิภาพของระบบสุขภาพ ทั้งภายในประเทศและในบริบทระหว่างประเทศ
โดยได้หารือเกี่ยวกับข้อเสนอการผลักดันวาระ PHR ในระดับนานาชาติ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากข้อมูลสุขภาพของตนเองได้อย่างเหมาะสม รวมทั้งการรักษาพยาบาล การติดตามสุขภาพ และการเชื่อมโยงบริการสุขภาพข้ามระบบ ซึ่งองค์การอนามัยโลกพร้อมสนับสนุนประเทศไทยในการประสานงานกับประเทศต่าง ๆ และสนับสนุนด้านเทคนิคในการจัดทำร่างข้อเสนอที่เกี่ยวข้อง
พัฒนาสุขภาพดิจิทัลต้องร่วมมือระหว่างประเทศ
ดร. นพ.โสภณ กล่าวอีกว่า การพัฒนาสุขภาพดิจิทัลไม่ใช่เพียงการนำเทคโนโลยีมาใช้ แต่ต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างประเทศ มาตรฐานข้อมูลที่เชื่อมโยงกันได้ การกำกับดูแลที่เหมาะสม และการสร้างความเชื่อมั่นของประชาชน
ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางของประเทศไทยในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์เพื่อยกระดับบริการสุขภาพ ลดความเหลื่อมล้ำ และสนับสนุนหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าอย่างยั่งยืน
โดยที่ประชุมยังได้หารือถึงโอกาสความร่วมมือในอนาคต เช่น การใช้ระบบดิจิทัลเพื่อสนับสนุนการเฝ้าระวังและเตือนภัยด้านสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมถึงโอกาสในการแลกเปลี่ยนผู้เชี่ยวชาญระหว่างประเทศไทยกับองค์การอนามัยโลก เพื่อเสริมสร้างศักยภาพของบุคลากรและการพัฒนาระบบสุขภาพดิจิทัลในระยะยาว
ไทยเป็นหุ้นส่วนเชิงรุกด้านสุขภาพดิจิทัล
"ประเทศไทยได้เข้าร่วมเป็นสมาชิก Global Digital Health Partnership ซึ่งเป็นเวทีความร่วมมือระหว่างรัฐบาลด้านสุขภาพดิจิทัล เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์และแนวปฏิบัติที่ดีระหว่างประเทศ
การหารือครั้งนี้ สะท้อนบทบาทของประเทศไทยในการเป็นหุ้นส่วนเชิงรุกด้านสุขภาพดิจิทัลในระดับโลก และเป็นโอกาสในการนำประสบการณ์ของไทย เช่น ระบบบริการสุขภาพดิจิทัล การเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพ และการพัฒนาแพลตฟอร์มที่ประชาชนเข้าถึงได้ ไปแลกเปลี่ยนกับนานาชาติ" ดร. นพ.โสภณกล่าว







