thansettakij
thansettakij
กรมวิทย์ เปิดผลตรวจ 'เนื้อสัตว์แปรรูป' พบ 'ไนเทรต–ไนไทรต์' พุ่งเกือบ 50 เท่า

กรมวิทย์ เปิดผลตรวจ 'เนื้อสัตว์แปรรูป' พบ 'ไนเทรต–ไนไทรต์' พุ่งเกือบ 50 เท่า

21 พ.ค. 69 | 06:40 น.
อัปเดตล่าสุด :21 พ.ค. 69 | 06:46 น.

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เผยผลเฝ้าระวังเนื้อสัตว์แปรรูป พบ ไนเทรต–ไนไทรต์ บางผลิตภัณฑ์ในระดับสูงเกือบ 50 เท่า แนะประชาชนบริโภคอย่างพอเหมาะ ลดความเสี่ยงสะสมสารก่อมะเร็งระยะยาว

KEY

POINTS

  • กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ตรวจพบสาร "ไนเทรตและไนไทรต์" ในผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์แปรรูปหลายชนิดเกินกว่าค่ามาตรฐานที่กฎหมายกำหนด
  • พบกรณีที่น่ากังวลใน "เมนูเนื้อสัตว์ปรุงสำเร็จ" ซึ่งมีปริมาณไนไทรต์สูงกว่ามาตรฐานเกือบ 50 เท่า ส่งผลให้ผู้บริโภคเกิดอาการผิดปกติหลังรับประทาน
  • สารดังกล่าวเป็นวัตถุกันเสียที่หากได้รับในปริมาณสูง หรือนำไปปรุงด้วยความร้อนสูงจนไหม้เกรียม อาจก่อให้เกิดสารก่อมะเร็งและเป็นอันตรายต่อร่างกายได้

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยผลการเฝ้าระวังความปลอดภัยผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์แปรรูปยอดนิยมในช่วง 3 ปี ระหว่าง พ.ศ. 2567-2569 พบการปนเปื้อน "ไนเทรตและไนไทรต์" หรือ เกลือถนอมอาหาร ในหลายผลิตภัณฑ์ โดยบางตัวอย่างตรวจพบเกินค่ามาตรฐานที่กฎหมายกำหนด เสี่ยงสะสมในร่างกายและเปลี่ยนเป็นสารก่อมะเร็งได้ โดยเฉพาะอาหารยอดนิยมของเด็กและอาหารพื้นบ้านที่วางจำหน่ายทั่วไป พร้อมเตือนผู้ประกอบการควบคุมการใช้วัตถุเจือปนอาหารอย่างเคร่งครัด ขณะที่ประชาชนควรเลือกรับประทานอาหารให้หลากหลาย ลดการบริโภคอาหารแปรรูปซ้ำๆ และหลีกเลี่ยงการปรุงด้วยความร้อนสูงจนไหม้เกรียม

ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า ในอุตสาหกรรมอาหารมีการใช้ "เกลือถนอมอาหาร" ได้แก่ โซเดียม และโพแทสเซียมไนเทรต (Nitrate) หรือไนไทรต์ (Nitrite)ใช้ในผลิตภัณฑ์แปรรูปเนื้อสัตว์ เช่น กุนเชียง ไส้กรอก แหนม และหมูยอ เพื่อช่วยคงสีชมพูแดงของเนื้อสัตว์และยับยั้งการเจริญของเชื้อแบคทีเรียอันตราย เช่น Clostridium botulinum 

อย่างไรก็ตาม หากได้รับในปริมาณสูง อาจทำให้ร่างกายขาดออกซิเจน มีอาการตัวเขียวคล้ำ หายใจหอบ เวียนศีรษะ หัวใจเต้นผิดปกติ และอาจรุนแรงถึงเสียชีวิตได้

นอกจากนี้หากนำอาหารที่มีไนเทรตหรือไนไทรต์ไปผ่านความร้อนสูง เช่น ปิ้ง ย่าง หรือทอดจนไหม้เกรียม สารดังกล่าวอาจทำปฏิกิริยากับโปรตีนเกิดเป็น "ไนโตรซามีน" (Nitrosamine) ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง

ทั้งนี้ ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 468) พ.ศ. 2568 กำหนดให้ใช้ไนเทรตได้ไม่เกิน 200 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม และไนไทรต์ไม่เกิน 80 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม

ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์

อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการเฝ้าระวังผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์แปรรูปในช่วงปี 2567-2569 พบว่า กลุ่มไส้กรอก โบโลน่า และแฮมมีอัตราการตรวจพบไนเทรตและไนไทรต์สูงที่สุด โดยพบไนเทรตถึงร้อยละ 61 และไนไทรต์ ร้อยละ 55 แต่ส่วนใหญ่จะยังอยู่ในเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด 

เมนูเนื้อสัตว์ปรุงสำเร็จ ตรวจพบไนไทรต์สูงกว่าค่ามาตรฐาน

ส่วนกลุ่มแหนม หมูยอ ไส้กรอกอีสาน และกุนเชียง แม้จะมีสัดส่วนการตรวจพบไนเทรตเพียงร้อยละ 38 และไนไทรต์ร้อยละ 12 แต่กลับเป็นกลุ่มที่พบการตกค้างเกินค่ามาตรฐานถึง 4 ตัวอย่าง (ไนเทรต 1 ตัวอย่าง และไนไทรต์3 ตัวอย่าง) ซึ่งส่วนใหญ่มักผลิตโดยผู้ประกอบการรายย่อยที่ขาดการควบคุมสูตรการผลิตที่แม่นยำ 

ทั้งนี้ ล่าสุดพบประเด็นที่น่ากังวลจากการตรวจสอบ "เมนูเนื้อสัตว์ปรุงสำเร็จพร้อมบริโภค" ซึ่งตรวจพบปริมาณไนไทรต์สูงถึง 3,880 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม สูงกว่าค่ามาตรฐานที่กฎหมายกำหนดเกือบ 50 เท่า โดยมีรายงานผู้บริโภคเกิดอาการผิดปกติหลังรับประทาน อาทิ หน้ามืด วิงเวียน มือชา กล้ามเนื้อกระตุก และบางรายถึงขั้นหมดสติ 

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จึงขอแนะนำประชาชนให้เพิ่มความระมัดระวังในการเลือกบริโภคเนื้อสัตว์แปรรูป โดยหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีสีชมพูหรือสีแดงเข้มผิดปกติ ลดการรับประทานซ้ำบ่อยครั้งและควรเลือกรับประทานอาหารให้หลากหลาย เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากการสะสมของสารก่อมะเร็งในระยะยาว พร้อมกันนี้ ขอความร่วมมือผู้ประกอบการทุกภาคส่วนให้ใช้วัตถุเจือปนอาหารตามเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดอย่างเคร่งครัด เพื่อสร้างความปลอดภัยแก่ผู้บริโภคทุกกลุ่ม โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน