
พบไข้หวัดนก H5N1 ติดจากแมวสู่คนรายแรกในสหรัฐฯ ชี้ต้นเหตุจาก ‘อาหารดิบ’
สหรัฐฯ เผยรายงาน พบบุคลากรทางการแพทย์ติดเชื้อไข้หวัดนก H5N1 จากแมวบ้านเป็นครั้งแรก หลังแมวป่วยหนักจากการกินนมและเนื้อดิบ
KEY
POINTS
- สหรัฐฯ ยืนยันพบหลักฐานการติดเชื้อไข้หวัดนก H5N1 จากแมวสู่คนเป็นครั้งแรก โดยผู้ติดเชื้อเป็นสัตวแพทย์ที่ไม่แสดงอาการ
- สาเหตุหลักเกิดจากแมวกินอาหารดิบ เช่น นมดิบและเนื้อดิบ ที่มีการปนเปื้อนเชื้อ H5N1 ซึ่งทำให้แมวป่วยและตายจำนวนมาก
- สัตวแพทย์ติดเชื้อไม่ได้สวมอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) จึงติดเชื้อขณะสัมผัสใกล้ชิดกับแมวที่ป่วยในระหว่างการปฏิบัติหน้าที่
ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDC) แห่งสหรัฐอเมริกา ได้เผยแพร่บทความรายงานเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2569 ระบุข้อมูลอย่างเป็นทางการ เกี่ยวกับการพบหลักฐานการติดเชื้อไข้หวัดนกสายพันธุ์ H5N1 จากแมวสู่คน ในช่วงระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2567 ถึง เดือนมกราคม 2568
โดยพบแมวบ้านจำนวน 19 ตัว ในลอสแอนเจลิส เคาน์ตี ป่วยหนักด้วยอาการทางระบบทางเดินหายใจ ตับ และระบบประสาทรุนแรง ในจำนวนนี้มีแมวตายหรือต้องถูกการุณยฆาตถึง 14 ตัว และจากการตรวจสอบพบว่าแมว 9 ตัวมีผลตรวจเชื้อไข้หวัดนกสายพันธุ์ H5N1 มีผลเชื้อเป็นบวก
จากการติดตามผู้สัมผัสใกล้ชิดแมวที่ติดเชื้อทั้งหมด 139 คน (รวมเจ้าของสัตว์และบุคลากรทางสัตวแพทย์) และได้ตรวจเลือดในกลุ่มอาสาสมัครรวม 25 คน พบว่า มีบุคลากรทางการแพทย์(สัตวแพทย์) 1 ราย ติดเชื้อ H5N1 แม้ว่าจะไม่แสดงอาการป่วยใดๆ เลยก็ตาม
ข้อมูลจากเจ้าของแมวทั้งหมดระบุสาเหตุตรงกันว่า ได้ให้แมวกินผลิตภัณฑ์จากสัตว์แบบดิบ เช่น นมดิบ (Raw milk) เนื้อสัตว์ดิบ หรืออาหารสัตว์แบบดิบ (Raw pet food) ซึ่งผลิตภัณฑ์บางส่วนนั้นตรวจพบเชื้อ H5N1 ปนเปื้อนอยู่ ส่วนบุคลากรทางการแพทย์สัตว์ที่ติดเชื้อรายตามที่ถูกระบุไว้ข้างต้น ได้สัมผัสใกล้ชิดกับแมวที่ป่วยในระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ โดย ม่ได้สวมอุปกรณ์ป้องกันดวงตาหรือหน้ากากอนามัย (PPE)
ซึ่งในช่วงแรกผลตรวจของแมวจากห้องปฏิบัติการระบุเพียงว่าเป็นเชื้อ "ไข้หวัดใหญ่ชนิดเอที่ไม่สามารถระบุสายพันธุ์ย่อยได้" (Unsubtypeable Influenza A) ดังนั้น จึงทำให้เจ้าหน้าที่สัตวแพทย์ไม่ทราบถึงความเสี่ยงของการเป็นโรคจากสัตว์สู่คน จนกระทั่งได้รับการยืนยันสายพันธุ์โดยหน่วยงานสาธารณสุขในภายหลัง
เหตุการณ์นี้ถือเป็น หลักฐานทางเซรุ่มวิทยาครั้งแรกที่บ่งชี้ถึงความเป็นไปได้ในการแพร่เชื้อไข้หวัดนก H5N1 จากแมวบ้านสู่คน เป็นข้อยืนยันได้ว่าการให้สัตว์เลี้ยงกินเนื้อดิบหรือนมดิบ ช่วยความเสี่ยงอย่างมากในการติดเชื้อ H5N1 และอาจนำไปสู่การแพร่กระจายสู่คนได้
ด้านบุคลากรทางการแภทย์หรือสัตวแพทย์ ต้องสวมอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) อย่างเคร่งครัด เมื่อต้องดูแลสัตว์ที่มีอาการเข้าข่ายป่วยเป็นโรค ส่วนเจ้าของสัตว์ควรหลีกเลี่ยงการให้สัตว์เลี้ยงกินผลิตภัณฑ์ดิบจากสัตว์ทุกชนิดและหากแมวมีอาการผิดปกติทางระบบหายใจหรือระบบประสาท ควรรีบปรึกษาสัตวแพทย์ และแจ้งประวัติการกินอาหารด้วย
การตรวจพบหลักฐานด้านการติดเชื้อไข้หวัดนกสายพันธุ์ H5N1 จากแมวสู่คนครั้งนี้ มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเฝ้าระวังทางสาธารณสุข เนื่องจากเกิดขึ้นในช่วงที่มีการระบาดของไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล (H3N2) ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงในการผสมข้ามสายพันธุ์ของไวรัส จนเกิดเป็นสายพันธุ์ใหม่ที่แพร่ระบาดระหว่างคนสู่คนได้
เรียบเรียงข้อมูลจาก : ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDC) แห่งสหรัฐอเมริกา







