thansettakij
thansettakij
พญาไท-เปาโล ปรับแผนสู้วิกฤต ด้วยแนวคิด ‘สุขภาพดีไม่ต้องรอเศรษฐกิจ’

พญาไท-เปาโล ปรับแผนสู้วิกฤต ด้วยแนวคิด ‘สุขภาพดีไม่ต้องรอเศรษฐกิจ’

04 เม.ย. 69 | 10:00 น.
อัปเดตล่าสุด :04 เม.ย. 69 | 10:12 น.

เครือพญาไท-เปาโล ปรับแผนสู้ศึกเศรษฐกิจ-วิกฤตตะวันออกกลาง ชี้คนไทยชะลอรักษาโรคจนเสี่ยงป่วยหนัก ชูแนวคิด "สุขภาพดีไม่ต้องรอเศรษฐกิจ"

KEY

POINTS

  • เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล ได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจที่ทำให้จำนวนผู้ป่วยลดลง จึงต้องปรับแผนและกลยุทธ์เพื่อรับมือ
  • ชูแนวคิด "สุขภาพดีไปต่อ ไม่ต้องรอเศรษฐกิจ" โดยออกแบบบริการและแพ็กเกจที่ช่วยลดความกังวลด้านค่าใช้จ่าย เพื่อให้คนเข้าถึงการรักษาได้ง่ายขึ้น
  • ปรับกลยุทธ์ให้โรงพยาบาลแต่ละแห่งในเครือมีความแตกต่างกันเพื่อรองรับลูกค้าหลากหลายกลุ่ม เช่น การดูแลโรคซับซ้อน หรือการรักษาโรคทั่วไปในราคาที่เข้าถึงง่าย
  • นำเทคโนโลยี Big Data และ AI มาใช้วิเคราะห์ข้อมูลเพื่อสร้างโปรโมชั่นที่ตรงจุด และบริหารจัดการต้นทุนภายในเครือเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ

นพ.ธนารักษ์ สถาพรวรศักดิ์ ผู้อำนวยการฝ่ายแพทย์กลุ่ม PMC และผู้อำนวยการฝ่ายแพทย์ รพ.พญาไท 2 กล่าวว่า ปัจจุบันผู้คนหันมาให้ความสนใจในเรื่องสุขภาพมาพขึ้น เทรนด์ Wellness และ Longevity ก็มีแนวโน้มการเติบโตดี แต่ปัญหาจากวิกฤตตะวันออกกลาง ทำให้ผู้ป่วย OPD ลดลง คนเริ่มชะลอการรักษาโรคและเข้ารับบริการน้อยลงอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้ได้รับการรักษาที่ไม่ถูกต้อง อาการป่วยรุนแรงและเสียค่าใช้จ่ายมากขึ้น กลายเป็นภาระระยะยาว โดยเฉพาะผู้ป่วยโรค NCDs 

โดยไตรมาส 1 เครือโรงพยาบาลพญาไท–เปาโล ถือว่าได้รับผลกระทบจนต้องปรับแผนงานระยะสั้นและระยะยาว ปรับตัวเลขเป้าหมายตามปัจจัยเสี่ยง พร้อมวางกลยุทธ์ของโรงพยาบาลในเครือแต่ละแห่งให้มีความแตกต่าง เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคเข้าถึงการรักษาได้ง่ายขึ้น สามารถรองรับลูกค้าได้หลากหลายมากขึ้น เพราะกลุ่มผู้ป่วยที่จ่ายเงินเอง (Self-pay) ปรับตัวลดลงขณะที่กลุ่มประกันแม้ลูกค้าองค์กรยังเติบโต

“โรงพยาบาลในเครือของเราปรับการดูแลผู้ใช้บริการให้ครอบคลุมทุกระดับ ให้แต่ละโรงพยาบาลแตกต่างกัน รัดเข็มขัดเรื่องค่าใช้จ่ายมากขึ้น เพราะไม่รู้ว่าสถานการณ์นี้จะจบลงเมื่อไหร่ และส่วนใหญ่จะยังคงจับกลุ่มลูกค้าระดับ B+ ขึ้นไป โดยคงคุณภาพและมาตรฐานไว้เช่นเดิม เช่น โรงพยาบาลพญาไทย 2 ดูแลกลุ่มโรคที่ซับซ้อน-โรคยาก,โรงพยาบาลพญาไท พหลโยธิน จะเป็นคนไข้อีกกลุ่ม ที่ป่วยด้วยโรคที่ไม่ซับซ้อนมากนัก พร้อมปรับราคาลดลง”

พญาไท-เปาโล ปรับแผนสู้วิกฤต ด้วยแนวคิด ‘สุขภาพดีไม่ต้องรอเศรษฐกิจ’

ส่วนการวิเคราะห์ไตรมาส 2 เบื้องต้น ต้องติดตามสถานการณ์ตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด และปรับตัวตามสถานการณ์ต่อเนื่อง ช่วยเหลือเรื่องราคาเพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงได้ พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม พยายามตรึงราคาให้ได้มากที่สุด ซึ่งตอนนี้ต้นทุนค่าใช้จ่ายยังไม่ขยับ และยังคงโฟกัสไปที่ลูกค้าคนไทยเป็นหลัก พร้อมทำการตลาดทุกช่องทาง มองหาการขยายตลาดต่างประเทศที่มี Value ค่าใช้จ่ายสูง และตลาดใหม่ที่น่าสนใจ เช่น บังคลาเทศ, แอฟริกา-เอธิโอเปีย เป็นต้น

นพ.ธนารักษ์ กล่าวว่า แม้เศรษฐกิจใสช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาจะชะลอตัว แต่ผลประกอบการในเครือยังไปได้ดี แต่เมื่อเกิดสถานการณ์จากตะวันออกกลาง ลูกค้าชาวต่างชาติก็เดินทางลำบาก ต้นทุนพลังงานก็พุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทุกคนต่างตกใจและชะลอการใช้จ่ายด้านสุขภาพ 

ดังนั้น ในปี 2569 จึงถือว่าเป็นปีที่ท้าทายอย่างมาก ซึ่งเครือโรงพยาบาลพญาไท–เปาโล จะยังคงดันการเติบโตเต็มกำลัง ยกตัวอย่าง รพ.พญาไท 2 ด้วยสัดส่วนผู้ใช้บริการปัจจุบันยังเป็นคนไทยกว่า 80% อีก 20% จะเป็นชาวต่างชาติ ยังคงตั้งเป้าการเติบโตไว้ 2 ดิจิต

พญาไท-เปาโล ปรับแผนสู้วิกฤต ด้วยแนวคิด ‘สุขภาพดีไม่ต้องรอเศรษฐกิจ’

ด้าน นพ.พิษณุ สุนทรปิยะพันธ์ ผู้อำนวยการฝ่ายแพทย์ รพ.พญาไท พหลโยธิน กล่าวว่า เครือโรงพยาบาลพญาไทย–เปาโล จะใช้แนวคิด “สุขภาพดีไปต่อ ไม่ต้องรอเศรษฐกิจ” ออกแบบบริการและแพ็กเกจที่ช่วยลดความกังวลด้านค่าใช้จ่าย และเพิ่มการเข้าถึงบริการในมาตรฐานเดียวกับโรงพยาบาลเอกชน

มุ่งเป็น “Partner for Life” ดูแลผู้ป่วยทุกช่วงวัย ตั้งแต่การป้องกันโรค ตรวจสุขภาพ วัคซีน ไปจนถึงการรักษาโรคทั่วไปและโรคซับซ้อน พร้อมแนวคิด Value-based Healthcare ที่เน้นผลลัพธ์และความคุ้มค่าเฉพาะบุคคล นำระบบดูแลต่อเนื่อง เช่น Telecare มาใช้ เพื่อรองรับผู้ป่วยในต่างจังหวัดและต่างประเทศ ให้สามารถติดตามการรักษาได้ต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ยังใช้ Big Data มาวิเคราะห์พฤติกรรมและ Pain Point ของคนไข้ เพื่อออกแบบโปรโมชั่นที่ตอบโจทย์ เช่น แพ็กเกจผ่าตัดราคาเดียว (Single Price) จัดแคมเปญต่างๆ เพื่อลดความกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายส่วนเกิน ทั้งมุ่งเน้นสนับสนุนผู้ใช้บริการตรวจป้องกันโรค (Check-up) ไปจนถึงการรักษาในบทบาทของ Partner for Life ตลอดจนบริหารจัดการภายใน ใช้ระบบ Supply Chain Management ร่วมกันในเครือเพื่อลดต้นทุน และนำเทคโนโลยี AI มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและลดภาระงานของบุคลากรด้วย