
สธ. สำรองยารับศึกตะวันออกกลางได้ 3 เดือน จ่อดัน 'สมุนไพร 32 รายการ' เสริมทัพ
ปลัด สธ. เผย สถานการณ์ยา-เวชภัณฑ์ ที่จำเป็นใน ปท. ยังมีสำรองเพียงพอใช้ได้ต่อเนื่องอย่างน้อย 3 เดือน มีการติดตามปริมาณคงคลังทั้งยาและเวชภัณฑ์ที่จำเป็นทุกสัปดาห์ สั่งการ สสจ.ทั่วประเทศ เตรียมแผนความต่อเนื่องในการดำเนินการกรณีวิกฤตพลังงาน หากสถานการณ์ยืดเยื้อให้ใช้ยาสมุนไพรในบัญชียาหลักแห่งชาติด้านสมุนไพรทดแทน
KEY
POINTS
- กระทรวงสาธารณสุขสำรองยาและเวชภัณฑ์ที่จำเป็นเพียงพอสำหรับใช้งานอย่างน้อย 3 เดือน เพื่อรับมือผลกระทบจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง
- เตรียมแผนผลักดันยาสมุนไพรในบัญชียาหลักแห่งชาติ 32 รายการ มาใช้ทดแทนยาแผนปัจจุบันหากสถานการณ์ยืดเยื้อ
- อย. ได้จัดทำรายการยาและเวชภัณฑ์จำเป็น 63 รายการ เพื่อติดตามปริมาณคงคลังทุกสัปดาห์ พร้อมหาแหล่งวัตถุดิบสำรองเพื่อลดความเสี่ยง
18 มีนาคม 2569 นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลาง นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้กำชับเรื่องความมั่นคงทางยาและเวชภัณฑ์เพื่อไม่ให้กระทบต่อการบริการประชาชน โดยมอบหมายให้ อย. ติดตามดูแลระบบสำรองยาและเวชภัณฑ์ทั่วประเทศอย่างใกล้ชิด
ล่าสุด อย.รายงานว่า วัตถุดิบและยาสำเร็จรูป รวมถึงเวชภัณฑ์ที่จำเป็นสำหรับช่วยชีวิต การผ่าตัดและฉุกเฉิน ยังไม่มีปัญหาขาดแคลน และมีปริมาณสำรองเพียงพอใช้อย่างน้อย 3 เดือน โดยได้จัดทำกรอบรายการยาและเวชภัณฑ์ที่จำเป็น 63 รายการ ตามลำดับความสำคัญ เพื่อติดตามปริมาณคงคลังทุกสัปดาห์
พร้อมหาแหล่งวัตถุดิบยาและเวชภัณฑ์สำรองเพิ่มเติม เพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาแหล่งผลิตในพื้นที่ขัดแย้ง ทบทวนการกำหนดราคากลางยาจากการที่ต้นทุนราคายาเพิ่มสูงขึ้น รวมทั้งพิจารณาการใช้ภาชนะบรรจุชนิดอื่นทดแทนพลาสติก หรือหาวิธีฆ่าเชื้อ หากจำเป็นต้องใช้ภาชนะบรรจุซ้ำ เนื่องจากแหล่งผลิตวัตถุดิบพลาสติกส่วนใหญ่อยู่ในตะวันออกกลางและอำนวยความสะดวกในการนำเข้ายาและเวชภัณฑ์ที่จำเป็น ขณะเดียวกันได้ขอความร่วมมือหน่วยบริการทุกแห่งไม่สั่งซื้อยาและเวชภัณฑ์เกินความจำเป็น และเร่งชำระหนี้เวชภัณฑ์ค้างจ่าย เพื่อเพิ่มสภาพคล่องทางการเงินในระบบ
นพ.สมฤกษ์ กล่าวต่อว่า สำหรับการรับมือวิกฤตพลังงานที่อาจส่งผลกระทบต่อระบบไฟฟ้าและน้ำมันเชื้อเพลิงในสถานพยาบาล ได้กำชับทุกหน่วยงานดำเนินการตามมาตรการประหยัดพลังงาน และให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศประเมินความเสี่ยงและผลกระทบจากวิกฤติน้ำมัน พร้อมจัดทำแผนความต่อเนื่องในการดำเนินการ (BCP) กรณีวิกฤตพลังงานของจังหวัด ตลอดจนเร่งรัดการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อให้จัดบริการผู้ป่วยได้อย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ หากสถานการณ์ยืดเยื้อยาวนานจนส่งผลต่อยาแผนปัจจุบันให้พิจารณาใช้ยาสมุนไพรในบัญชียาหลักแห่งชาติด้านสมุนไพร 32 รายการทดแทนซึ่งครอบคลุมในหลายกลุ่มอาการ อาทิ
- กลุ่มอาการไข้หวัด เช่น ฟ้าทะลายโจร และ มะขามป้อม เป็นต้น
- กลุ่มอาการปวดกล้ามเนื้อ เช่น เถาวัลย์เปรียง และ ครีมไพล เป็นต้น
- กลุ่มอาการชาจากอัมพฤกษ์-อัมพาต เช่น น้ำมันกัญชา และ ตำรับยาทำลายพระสุเมรุ เป็นต้น
- กลุ่มอาการนอนไม่หลับ เช่น น้ำมันกัญชา และศุขไสยาศน์ เป็นต้น






