‘มะเร็งปอด’ ในไทยยังวิกฤต ชี้สถิติทำไมผู้หญิงป่วยมากกว่าผู้ชาย

25 ม.ค. 2569 | 02:39 น.
อัปเดตล่าสุด :25 ม.ค. 2569 | 02:54 น.

สถาบันมะเร็งฯ เผยผู้หญิงเสี่ยงมะเร็งปอดสูงกว่าผู้ชาย คาดปี 2574 ป่วยก้าวกระโดดแม้ไม่สูบบุหรี่ ชี้ฝุ่นพิษสะสมอาจลุกลามถึงมะเร็งเต้านม-โรค NCDs

KEY

POINTS

  • แม้ว่ามะเร็งปอดจะพบมากเป็นอันดับ 3 ทั้งในชายและหญิง แต่สถิติชี้ว่าผู้หญิงมีแนวโน้มป่วยสูงกว่าผู้ชาย ซึ่งมีอัตราลดลง
  • สาเหตุหลักในผู้ชายคือการสูบบุหรี่ ขณะที่ผู้หญิงป่วยเพิ่มขึ้นจากปัจจัยแวดล้อม เช่น ควันบุหรี่มือสอง ควันธูป และฝุ่น PM2.5
  • ปอดของผู้หญิงมีขนาดเล็กกว่าและทนทานต่อสารก่อมะเร็งได้น้อยกว่าผู้ชาย ทำให้มีความเสี่ยงสูงขึ้นเมื่อเผชิญมลภาวะ
  • คาดการณ์ว่าผลกระทบจากฝุ่น PM2.5 จะทำให้ผู้ป่วยมะเร็งปอดในกลุ่มผู้หญิงและคนรุ่นใหม่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดตั้งแต่ปี 2574 เป็นต้นไป

นายแพทย์สมชาย ธนะสิทธิชัย ผู้อำนวยการ สถาบันมะเร็งแห่งชาติ เปิดเผย “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า โรคมะเร็งยังคงเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ของคนไทย พบยอดผู้เสียชีวิตรวมโรคมะเร็งทุกประเภทประมาณ 8-9 หมื่นคนต่อปี และมีผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้นปีละประมาณ 1.4 แสนราย

ข้อมูลและสถิติของโรคมะเร็งที่พบได้บ่อยทั้งชายและหญิงคือมะเร็งปอด ในเพศชายพบบ่อยเป็นอันดับ 3 รองจากมะเร็งตับและท่อน้ำดี และมะเร็งลำไส้ใหญ่ เช่นเดียวกันกับเพศหญิงที่พบเป็นอันดับ 3 รองจาก มะเร็งเต้านม และมะเร็งลำไส้ใหญ่ แต่แนวโน้มผู้ป่วยในเพศหญิงจะสูงกว่าเพศชาย

สำหรับเพศชาย การสูบบุหรี่ยังคงเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดมะเร็งปอด ทั้งจากบุหรี่ธรรมดาและบุหรี่ไฟฟ้า หากสูบทั้ง 2 อย่างจะมีโอกาสเป็นมะเร็งปอดสูงกว่าคนที่สูบเพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง โดยการรณรงค์ลดการสูบบุหรี่อย่างจริงจัง ทำให้แนวโน้มเพศชายที่ป่วยมะเร็งปอดมีอัตราลดลง

‘มะเร็งปอด’ ในไทยยังวิกฤต ชี้สถิติทำไมผู้หญิงป่วยมากกว่าผู้ชาย

ขณะที่เพศหญิงหญิง กลับมีแนวโน้มป่วยมะเร็งปอดในอัตราที่สูงขึ้น ด้วยสาเหตุสำคัญคือ การได้รับควันบุหรี่รวมถึงสภาพแวดล้อม ได้รับควันธูป หรืออยู่ในสภาวะที่มีฝุ่นพิษ เช่น PM 2.5 ที่ออกฤทธิ์คล้ายบุหรี่ แม้ผู้ชายจะอยู่ในสภาพแวดล้อมแบบเดียวกันแต่ปอดของผู้หญิงกับผู้ชายสามารถขับของเสียและมีความต้านทานต่อการก่อมะเร็งแตกต่างกัน

"ปอดของผู้หญิงมีขนาดเล็กกว่าผู้ชาย ทำให้ความทนทานต่อสารก่อมะเร็งน้อยกว่าและกำจัดของเสียได้ยากกว่า และการเกิดมะเร็งปอดมีระยะเวลา ใช้เวลาสะสมในร่างกายนานนับสิบปี น่ากังวลเมื่อการสะสมของมลพิษทางอากาศ (PM 2.5) ที่เริ่มสูงเกินมาตรฐานมาตั้งแต่ปี 2559 จะเริ่มส่งผลกระทบชัดเจนในกลุ่มผู้หญิงและคนอายุน้อยภายใต้กรอบเวลา 15 ปีนับจากที่เริ่มมีปัญหา"

นายแพทย์สมชาย กล่าวว่า ผู้หญิงและคนรุ่นใหม่ที่ไม่ได้สูบบุหรี่จะยังคงป่วยด้วยมะเร็งปอดเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และน่ากังวลกว่าในอดีตเพราะมลพิษ ซึ่งจะเห็นการป่วยเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดดในช่วงปี 2574 เป็นต้นไป 

แน่นอนว่าผลกระทบจาก PM 2.5 จะไม่ได้ส่งผลแค่เพียงมะเร็งปอดเท่านั้น แต่ยังเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้พบมะเร็งเต้านมเพิ่มขึ้น รวมถึงโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) อื่นๆ เช่น โรคหัวใจและโรคหลอดเลือดสมองด้วย 

ทั้งนี้ อัตราการรอดชีวิตสำหรับผู้ป่วยมะเร็งปอดระยะที่ 1 ในประเทศไทยประมาณ 5 ปี ในสัดส่วน 65% ซึ่งถือว่ายังไม่ดีนักเมื่อเทียบกับมะเร็งชนิดอื่น เนื่องจากส่วนใหญ่มักตรวจพบในระยะแพร่กระจายแล้ว ดังนั้น การพยายามผลักดันมาตรการป้องกัน เช่น การสร้างพื้นที่ปลอดภัยจากฝุ่นละอองในประเทศไทย ถือว่าเป็นอีกหนึ่งเรื่องสำคัญที่สุด