KEY
POINTS
ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า ตามที่มีข่าวการแพร่ระบาดของไวรัสนิปาห์ที่ต่างประเทศ ซึ่งเป็นโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน เกิดจากการสัมผัสมูลสัตว์หรือสารคัดหลั่งของพาหะนำโรค ได้แก่ ค้างคาวกินผลไม้ โดยเฉพาะค้างคาวแม่ไก่ รวมถึงสัตว์ที่รับเชื้อจากค้างคาว เช่น สุกร ม้า แมว แพะ และแกะ นอกจากนี้ ยังสามารถติดต่อจากคนสู่คนได้จากการสัมผัสสารคัดหลั่งของผู้ป่วย เช่น เลือดหรือน้ำลาย
โรคดังกล่าวเคยระบาดครั้งแรกในกลุ่มผู้เลี้ยงสุกรที่หมู่บ้านนิปาห์ ประเทศมาเลเซีย เมื่อปี พ.ศ. 2541 ซึ่งเป็นที่มาของชื่อไวรัส และปัจจุบันมีรายงานพบผู้ติดเชื้อในประเทศอินเดีย ขณะที่ประเทศไทยยังไม่พบรายงานผู้ติดเชื้อ
สำหรับอาการของผู้ติดเชื้อไวรัสนิปาห์ จะมีระยะฟักตัวประมาณ 4–14 วัน หรืออาจยาวนานถึง 1 เดือน ระยะแรกมีอาการคล้ายไข้หวัด ได้แก่ ไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ คลื่นไส้อาเจียน บางรายอาจมีอาการทางระบบทางเดินหายใจ หรือมีภาวะสมองอักเสบ และอาการทางระบบประสาท เช่น วิงเวียนศีรษะ เดินโซเซ ซึม สับสน ชัก ลูกตาเคลื่อนไหวผิดปกติ หรือแขนขากระตุก ซึ่งอาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้
ดร.นพ.สราวุฒิ กล่าวว่า กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดยสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข ซึ่งเป็นห้องปฏิบัติการอ้างอิงด้านชันสูตรโรคของประเทศ มีความพร้อมในการตรวจวินิจฉัยเชื้อไวรัสนิปาห์ด้วยวิธีตรวจสารพันธุกรรม Real-time RT-PCR มีความไวและความจำเพาะสูง
สามารถตรวจจากตัวอย่างหลากหลายชนิด เช่น เลือด สารคัดหลั่งจากคอและโพรงจมูก น้ำไขสันหลัง และปัสสาวะ โดยจะเก็บอย่างน้อย 2 ชนิดตัวอย่างขึ้นไป และสามารถรายงานผลภายใน 8 ชั่วโมงหลังได้รับตัวอย่าง
ปัจจุบันโรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ยังไม่มียารักษาและวัคซีนป้องกัน การรักษาเป็นการรักษาตามอาการ จึงขอแนะนำประชาชนป้องกันตนเองโดยหลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์รังโรคและสัตว์พาหะ ล้างผลไม้ให้สะอาดก่อนรับประทานทุกครั้ง และล้างมือด้วยสบู่หลังสัมผัสสัตว์ เนื้อสัตว์ หรือซากสัตว์ โดยเฉพาะค้างคาว สุกร ม้า แมว แพะ และแกะ
“โรงพยาบาลสามารถส่งตัวอย่างผู้ป่วยสงสัยติดเชื้อไวรัสนิปาห์ ซึ่งมีอาการไข้สูงร่วมกับประวัติสัมผัสสัตว์หรือรับประทานผลไม้ต้องสงสัย หรือผู้ที่เดินทางกลับมาจากพื้นที่ที่มีการระบาด ส่งตรวจและสอบถามรายละเอียดได้ที่ศูนย์รวมบริการกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ศูนย์ประสานงานตรวจวิเคราะห์และเฝ้าระวังโรคทางห้องปฏิบัติการ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ จังหวัดนนทบุรี”