KEY
POINTS
ข้อมูลจากศูนย์สื่อสารแก้ไขมลพิษทางอากาศ ระบุว่า วันที่ 16 มกราคม 2569 สถานการณ์ฝุ่น PM2.5 มีค่าเกินมาตรฐานใน 45 จังหวัดทั่วประเทศ โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีปริมาณฝุ่นสูงสุด วัดได้เกือบ 90 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
ขณะเดียวกันคุณภาพอากาศในหลายภูมิภาค ก็อยู่ในระดับสีส้มถึงสีแดงเช่นเดียวกัน ซึ่งมีผลกระทบต่อสุขภาพ ยกเว้นภาคใต้ที่ยังอยู่ในเกณฑ์ดี โดยได้แจ้งเตือนให้ประชาชนเฝ้าระวังสุขภาพ ลดกิจกรรมกลางแจ้ง และใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเอง โดยเฉพาะในพื้นที่สีแดง แน่นอนว่าในสถานการณ์นี้จะทำให้เกิดภูมิแพ้ได้ง่ายทุกชนิด ทั้งภูมิแพ้จมูก, หอบหืด, และผิวหนัง ฯลฯ
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ระบุว่า ฝุ่น PM2.5 เป็นฝุ่นขนาดเล็กมาก สามารถเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจและแทรกซึมสู่กระแสเลือดได้ลึก ทำให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพทั้งในคนทั่วไปและผู้ที่เป็นภูมิแพ้อยู่แล้ว โดยอาการแพ้ฝุ่น PM2.5 มักคล้ายกับการแพ้ฝุ่นทั่วไป แต่รุนแรงและยืดเยื้อกว่า อันตรายต่อระบบร่างกาย ดังนี้
1) ระบบทางเดินหายใจ
2) ระบบหัวใจและหลอดเลือด
3) ระบบสมอง
4) อาการแพ้ฝุ่น PM2.5 ทางผิวหนัง
อาการจะแตกต่างกันตามสภาพผิวแต่ละคน เช่น
อาการที่ควรพบแพทย์ทันที
อาการแพ้ PM2.5 ในผู้ที่มีโรคภูมิแพ้
ผลกระทบต่อโรคปอด
แม้รับ PM2.5 ไม่มากแต่เป็นเวลานาน ก็อาจทำให้ปอดอักเสบ ระคายเคืองเรื้อรัง และเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งปอด เนื่องจากฝุ่นสามารถพาเชื้อโรคและสารพิษเข้าสู่เนื้อปอดโดยตรง
วิธีป้องกันฝุ่น PM2.5