
เจาะสูตรอายุยืน 100 ปี เพิ่ม Healthspan ลดเสี่ยงโรคเรื้อรัง
เวที THE 100 YEAR LIFE เปิดแนวคิดการออกแบบสุขภาพระยะยาว มุ่งเพิ่มจำนวนปีที่ร่างกายแข็งแรง ควบคู่การป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด ผ่านการปรับโภชนาการ การนอน การออกกำลังกาย และการดูแลสุขภาพกายใจ
KEY
POINTS
- เน้นการเพิ่ม "Healthspan" หรือช่วงเวลาที่ร่างกายมีสุขภาพดีและแข็งแรง มากกว่าการมีอายุยืนยาว (Lifespan) เพื่อลดช่วงเวลาแห่งความเจ็บป่วยในช่วงท้ายของชีวิต
- ปัจจัยเสี่ยงโรคหัวใจและโรคเรื้อรังไม่ได้มีแค่คอเลสเตอรอล แต่รวมถึงการอักเสบเรื้อรัง การบริโภคน้ำตาลและอาหารแปรรูปมากเกินไป
- การปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตเป็นหัวใจสำคัญในการยืดอายุสุขภาพ โดยเน้นการกินอาหารจริง (Real Food) ที่แปรรูปน้อย นอนหลับให้เพียงพอ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และจัดการความเครียด
อายุยืนไม่เท่ากับสุขภาพดี เปิดแนวคิด Healthspan ยืดช่วงเวลาที่ร่างกายแข็งแรง ลดช่องว่าง 10 ปีสุดท้ายของชีวิตที่อาจต้องอยู่กับความเจ็บป่วย พร้อมถอดรหัสความเสี่ยงโรคหัวใจ ตั้งแต่การอักเสบเรื้อรัง อาหารแปรรูป ไปจนถึงการปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต
ผศ.ดร.นพ.มาศ ไม้ประเสริฐ คณบดีวิทยาลัยการแพทย์แบบบูรณาการ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เปิดเผยในงาน Nation Forum 2027 เวที THE 100 YEAR LIFE โดยนำประสบการณ์จากการศึกษาและปฏิบัติด้านการแพทย์ชะลอวัยและฟื้นฟูสุขภาพมากกว่า 30 ปี มาถ่ายทอดแนวทางดูแลหัวใจและหลอดเลือด เพื่อให้คนมีอายุยืนยาวควบคู่กับการมีคุณภาพชีวิตที่ดี
Healthspan สำคัญกว่าอายุขัย ลดช่วงเจ็บป่วยก่อนเสียชีวิต
ผศ.ดร.นพ.มาศ กล่าวว่า ปัจจุบันคนเรามีอายุขัยเฉลี่ยประมาณ 73 ปี ซึ่งเรียกว่า Lifespan แต่สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือ Healthspan หรือช่วงเวลาที่ร่างกายยังแข็งแรง สามารถช่วยเหลือตัวเอง เดินทาง รับประทานอาหาร และใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข
ปัญหาสำคัญคือ แม้เทคโนโลยีทางการแพทย์จะช่วยให้คนมีอายุยืนขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะมีสุขภาพแข็งแรงตลอดช่วงชีวิต โดยเฉพาะช่วงประมาณ 10 ปีสุดท้ายที่อาจต้องเผชิญกับโรคเรื้อรังและข้อจำกัดในการใช้ชีวิต
“บางครั้งเราไม่ตายเพราะการแพทย์ช่วยยื้อไว้ แต่ไม่ได้ใส่คุณภาพชีวิตให้เรา ตรงนี้ต่างหากที่เป็นปัญหาของระบบสาธารณสุข”
ดังนั้น เป้าหมายของการดูแลสุขภาพจึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มจำนวนปีที่มีชีวิต แต่ต้องทำให้ช่วงเวลาที่ร่างกายแข็งแรงยาวนานขึ้น และลดระยะเวลาที่ต้องเผชิญกับความเจ็บป่วยก่อนเสียชีวิตให้สั้นที่สุด “อายุยืนเป็นเพียงจำนวนปี แต่สุขภาพที่ดีคือคุณภาพของทุกๆ ปี เราสามารถเริ่มออกแบบสุขภาพและดีไซน์อนาคตของเราได้ตั้งแต่วันนี้”
เปิดมุมมองใหม่คอเลสเตอรอล ไม่ใช่คำตอบเดียวของโรคหัวใจ
สำหรับความเข้าใจเกี่ยวกับโรคหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งในอดีตมักเชื่อมโยงกับการบริโภคอาหารไขมันสูง คอเลสเตอรอล ไข่แดง น้ำมันหมู และอาหารทะเล ผศ.ดร.นพ.มาศ กล่าวว่า ความรู้ทางการแพทย์และงานวิจัยที่เปลี่ยนแปลงไปทำให้ต้องพิจารณาปัจจัยเสี่ยงอย่างรอบด้านมากขึ้น ไม่ควรใช้ระดับคอเลสเตอรอลเพียงตัวเดียวเป็นตัวชี้วัดความเสี่ยงทั้งหมด
“คนที่เป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ 50% ถึง 75% มีระดับไขมันในเลือดปกติ ดังนั้น ถึงแม้ว่าเราจะมีไขมันในเลือดปกติ ก็อย่าเพิ่งวางใจ เพราะโรคเสื่อมไม่ได้มีปัจจัยเดียว”
นอกจากนี้ ยังมีข้อถกเถียงเกี่ยวกับบทบาทของคอเลสเตอรอลจากอาหาร โดยเฉพาะไข่แดง ซึ่งเคยถูกมองว่าเป็นอาหารที่ควรหลีกเลี่ยงเพื่อลดความเสี่ยงโรคหัวใจ อย่างไรก็ตาม ผลต่อระดับไขมันในเลือดแตกต่างกันได้ในแต่ละบุคคล จึงไม่ควรสรุปว่าอาหารที่มีคอเลสเตอรอลทุกชนิดจะเพิ่มความเสี่ยงในระดับเดียวกัน
ขณะเดียวกัน ควรให้ความสำคัญกับไขมันทรานส์ที่พบในอาหารบางประเภท เช่น ผลิตภัณฑ์ที่ใช้เนยเทียมและครีมเทียม รวมถึงอาหารแปรรูป ตลอดจนการบริโภคน้ำตาลและแป้งขัดสีมากเกินไป ซึ่งอาจส่งผลต่อสุขภาพเมตาบอลิซึมและเพิ่มความเสี่ยงโรคเรื้อรัง
ผศ.ดร.นพ.มาศ ยังกล่าวถึงประวัติศาสตร์การศึกษาด้านโภชนาการว่า ในช่วงทศวรรษ 1960 Sugar Research Foundation ซึ่งเป็นองค์กรที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมน้ำตาล สนับสนุนงานวิจัยที่มีการเบี่ยงเบนความสนใจจากบทบาทของน้ำตาลไปสู่ไขมันในฐานะปัจจัยเสี่ยงโรคหัวใจ
ส่งผลต่อแนวทางการสื่อสารเรื่องอาหารและความเข้าใจของผู้บริโภคในเวลาต่อมา ทั้งนี้ การประเมินความเสี่ยงโรคหัวใจจำเป็นต้องพิจารณาปัจจัยร่วม ทั้งระดับไขมันในเลือด ความดันโลหิต น้ำตาลในเลือด การสูบบุหรี่ พันธุกรรม และพฤติกรรมการใช้ชีวิต ไม่ใช่อาศัยผลตรวจเพียงรายการเดียว
ชี้การอักเสบเรื้อรัง ปัจจัยสำคัญที่ต้องเฝ้าระวัง
อีกประเด็นที่ต้องให้ความสำคัญคือ การอักเสบเรื้อรัง (Chronic Inflammation) และภาวะเครียดออกซิเดชัน (Oxidative Stress) ซึ่งเกี่ยวข้องกับความเสียหายของเซลล์และกระบวนการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ
ผศ.ดร.นพ.มาศ อธิบายว่า การเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจไม่ได้มีเพียงกลไกการสะสมของไขมัน แต่ยังเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของผนังหลอดเลือดและกระบวนการอักเสบ โดยปัจจัยที่เกี่ยวข้องมีทั้งความเครียด พฤติกรรมการใช้ชีวิต การบริโภคอาหารที่มีน้ำตาลสูง และอาหารแปรรูป กระบวนการเสื่อมของหลอดเลือดสามารถสะสมได้เป็นเวลานาน ก่อนที่อาการจะปรากฏชัดในวัยกลางคน โดยเฉพาะช่วงอายุ 40–50 ปี จึงไม่ควรรอให้เกิดโรคหรือมีอาการผิดปกติก่อนจึงเริ่มดูแลสุขภาพ
อีกหนึ่งความเสี่ยงที่มักถูกมองข้ามคือสุขภาพช่องปาก โดยเฉพาะโรคเหงือกอักเสบและโรคปริทันต์ ซึ่งอาจสัมพันธ์กับการอักเสบทั่วร่างกาย ผู้ที่มีอาการเลือดออกตามไรฟันหรือเหงือกอักเสบเรื้อรังจึงควรเข้ารับการตรวจและดูแลอย่างเหมาะสม
“เรามัวแต่กังวลเรื่องคอเลสเตอรอล แต่กลับมองข้ามการอักเสบเล็กๆ ในชีวิตประจำวัน”
สำหรับผู้ที่ต้องการประเมินความเสี่ยงโรคหัวใจเพิ่มเติม ปัจจุบันมีการตรวจหลายรูปแบบที่แพทย์อาจพิจารณาตามประวัติและความเสี่ยงของแต่ละคน เช่น hs-CRP ซึ่งใช้ประเมินระดับการอักเสบในร่างกาย การตรวจ CT Calcium Scoring เพื่อประเมินการสะสมของแคลเซียมในหลอดเลือดหัวใจ และการตรวจ Gut Microbiome เพื่อศึกษาองค์ประกอบของจุลินทรีย์ในลำไส้ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ อย่างไรก็ตาม การตรวจเหล่านี้มีข้อบ่งชี้และข้อจำกัดแตกต่างกัน ไม่จำเป็นต้องตรวจทุกชนิดในทุกคน โดยควรให้แพทย์เป็นผู้ประเมินความเหมาะสม
แนะปรับพฤติกรรม เน้นอาหารจริง นอนพอ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
ในด้านการดูแลสุขภาพ ผศ.ดร.นพ.มาศ แนะนำให้เริ่มจากการปรับวิถีชีวิต ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการดูแลหัวใจและหลอดเลือดในระยะยาว โดยเน้นการรับประทานอาหารที่ผ่านการแปรรูปน้อย ควบคู่กับการนอนหลับ การออกกำลังกาย และการจัดการความเครียด
หลักการเลือกรับประทานอาหารควรเน้น Real Food หรืออาหารที่มีการแปรรูปน้อยที่สุด โดยสามารถมองเห็นวัตถุดิบได้ชัดเจน เช่น ปลาเป็นปลา ผักเป็นผัก ลดการบริโภคน้ำตาลส่วนเกิน อาหารแปรรูป และอาหารที่มีโซเดียมสูง โดยเฉพาะอาหารไทยที่มีการใช้เครื่องปรุงรส เช่น น้ำปลา ซีอิ๊ว และซอสปรุงรส ซึ่งหากบริโภคมากเกินไปอาจส่งผลต่อความดันโลหิต
นอกจากนี้ ควรรับประทานผักและผลไม้ให้เพียงพอเพื่อให้ได้รับแร่ธาตุที่จำเป็น เช่น โพแทสเซียมและแมกนีเซียม ส่วนการใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารควรพิจารณาตามความจำเป็นและคำแนะนำของบุคลากรทางการแพทย์ สำหรับการพักผ่อน ควรนอนหลับอย่างมีคุณภาพประมาณ 7–8 ชั่วโมงต่อคืน ควบคู่กับการออกกำลังกายทั้งแบบแอโรบิกและการฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ รวมถึงลดพฤติกรรมที่เคลื่อนไหวร่างกายน้อย หรือ ต้องนั่งเป็นเวลานาน
ด้านสุขภาพจิตและสังคม ควรจัดการความเครียด งดสูบบุหรี่ จำกัดการดื่มแอลกอฮอล์ และให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ที่ดีกับคนรอบข้าง ตลอดจนการมีเป้าหมายและความหมายในชีวิต ซึ่งเป็นองค์ประกอบหนึ่งของสุขภาวะโดยรวม
เตือนอย่ายึดติดตัวเลขสมาร์ทวอทช์ จนกลายเป็นความเครียด
ขณะเดียวกัน แม้อุปกรณ์ติดตามสุขภาพ เช่น สมาร์ทวอทช์ และเครื่องมือตรวจวัดต่างๆ จะช่วยให้ติดตามข้อมูลร่างกายได้สะดวกขึ้น แต่ไม่ควรยึดติดกับตัวเลขมากจนกลายเป็นความเครียด หรือใช้ข้อมูลจากอุปกรณ์เพียงอย่างเดียวตัดสินว่าตนเองมีสุขภาพดีหรือไม่
“เครื่องมือและอุปกรณ์ติดตามสุขภาพเป็นแค่ตัวช่วย อย่าไปยึดเป็นสาระจนเกิดความเครียด สุดท้ายแล้ว รู้อะไรก็ตาม หากไม่เริ่มลงมือทำก็ไม่มีประโยชน์”
ผศ.ดร.นพ.มาศ สรุปว่า การออกแบบสุขภาพในระยะยาวไม่จำเป็นต้องเริ่มจากเทคโนโลยีราคาแพงหรือการตรวจสุขภาพที่ซับซ้อนเสมอไป แต่เริ่มได้จากการปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวันอย่างต่อเนื่อง ทั้งการกิน การนอน การออกกำลังกาย และการดูแลสุขภาพกายใจ เพื่อเพิ่มช่วงเวลาที่มีสุขภาพดีให้ยาวนานที่สุด ไม่ใช่เพียงเพิ่มจำนวนปีของชีวิตเท่านั้น



