
1 ตุลาคม ‘วันผู้สูงอายุสากล’ หนุนคนไทยสร้าง Healthspan ควบคู่ Lifespan
1 ตุลาคม ‘วันผู้สูงอายุสากล’ ศิริราชพยาบาลชวนสังคมปรับมุมมอง สร้าง Healthspan หรือช่วงชีวิตที่มีสุขภาพดี ควบคู่ Lifespan ผ่านการป้องกันโรค NCDs ภาวะเสื่อมตามวัย
การเพิ่มขึ้นของประชากรสูงวัยในปัจจุบันทำให้โจทย์ด้านการแพทย์เปลี่ยนจากการยืดอายุขัย มาเป็นการรักษาความสามารถในการพึ่งพาตนเองอย่างอิสระ ศิริราชพยาบาลจึงเสนอแนวทางดูแลสุขภาพเชิงป้องกันเพื่อสร้างภูมิคุ้มกัน ลดภาระจากโรคติดเชื้อรุนแรง และส่งเสริมคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุอย่างยั่งยืน
เปลี่ยนผ่านสู่ Healthspan: หัวใจของการสูงวัยอย่างมีคุณภาพ
ศ. นพ.วีรศักดิ์ เมืองไพศาล หัวหน้าสาขาวิชาเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ระบุเนื่องในวันผู้สูงอายุสากล (1 ตุลาคม) ว่า เป้าหมายของการดูแลผู้สูงอายุในปัจจุบันต้องข้ามผ่านเพียง "Lifespan" หรือจำนวนปีที่มีชีวิต ไปสู่ "Healthspan" ซึ่งหมายถึงจำนวนปีที่ดำรงชีวิตด้วยสุขภาพที่แข็งแรงและช่วยเหลือตนเองได้
การบรรลุเป้าหมาย Healthspan ต้องอาศัยการดูแลที่ครอบคลุม 3 มิติหลัก ได้แก่:
- มิติด้านร่างกาย: การบริโภคอาหารที่เหมาะสม การออกกำลังกายสม่ำเสมอเพื่อรักษามวลกล้ามเนื้อ การดูแลการนอนหลับ การมองเห็น การได้ยิน สุขภาพช่องปาก การป้องกันการหกล้ม และการตรวจสุขภาพประจำปี
- มิติด้านจิตใจ: การประเมินความจำ อารมณ์ ความเครียด ภาวะซึมเศร้า การทำกิจกรรมกระตุ้นสมอง และการมีเป้าหมายในชีวิต
- มิติด้านสังคม: การมีส่วนร่วมในกิจกรรม ชุมชน และปฏิสัมพันธ์กับครอบครัวเพื่อป้องกันการแยกตัวและภาวะโดดเดี่ยว
4 กลุ่มโรคและภาวะสุขภาพที่ต้องเฝ้าระวัง
โครงสร้างสุขภาพของผู้สูงอายุเผชิญความเสี่ยงสำคัญ 4 กลุ่มที่กระทบต่อการพึ่งพาตนเอง:
- โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs): เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง โรคหัวใจ และโรคหลอดเลือดสมอง ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่บั่นทอนสุขภาพระยะยาว
- ภาวะเสื่อมตามวัย: เช่น ภาวะสมองเสื่อม ข้อเข่าเสื่อม และกระดูกพรุน
- กลุ่มอาการสูงอายุ (Geriatric Syndromes): เช่น ภาวะสูญเสียกล้ามเนื้อ ภาวะขาดสารอาหาร และปัญหาการทรงตัว ซึ่งส่งผลต่อการทำกิจกรรมในชีวิตประจำวัน
- โรคติดเชื้อในผู้สูงอายุ: การลดลงของระบบภูมิคุ้มกันตามวัย (Immunosenescence) ทำให้ผู้สูงอายุเสี่ยงต่อการติดเชื้อรุนแรงและเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ง่าย ตัวอย่างเช่น เชื้อไวรัส RSV ที่ก่อให้เกิดภาวะปอดอักเสบ โรคงูสวัดที่ส่งผลให้เกิดอาการปวดแสบปวดร้อนตามเส้นประสาทเรื้อรัง ตลอดจนโรคไอกรน ไข้หวัดใหญ่ และการติดเชื้อนิวโมคอคคัส
Adult Immunization: ยุทธศาสตร์เชิงป้องกันเพื่อการพึ่งพาตนเอง
การสร้างเสริมภูมิคุ้มกันในผู้ใหญ่ (Adult Immunization) ถือเป็นกุญแจสำคัญในการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน เนื่องจากภูมิคุ้มกันจากวัคซีนในวัยเด็กอาจลดลงตามเวลา ประกอบกับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นจากโรคประจำตัว
เป้าหมายหลักของการรับวัคซีนในผู้สูงอายุ เช่น วัคซีนไข้หวัดใหญ่ RSV COVID-19 นิวโมคอคคัส และงูสวัด ไม่ใช่เพียงการป้องกันการติดเชื้อ แต่คือการลดโอกาสเกิดโรครุนแรง ลดภาวะแทรกซ้อน ลดการนอนโรงพยาบาล และลดอัตราการเสียชีวิต การเตรียมตัวสูงวัยอย่างมีคุณภาพจึงควรเริ่มตั้งแต่วัยก่อน 60 ปี โดยดูแลทั้งร่างกาย จิตใจ และรับวัคซีนตามข้อบ่งชี้ เพื่อรักษาความสามารถในการใช้ชีวิตอย่างเป็นอิสระและมีความหมายในระยะยาว






