thansettakij
thansettakij
เจาะกลยุทธ์ “ฉมาเฮิร์บ” ชูสมุนไพรออร์แกนิคไทย ปักหมุดรับเทรนด์เวลเนสโลก

เจาะกลยุทธ์ “ฉมาเฮิร์บ” ชูสมุนไพรออร์แกนิคไทย ปักหมุดรับเทรนด์เวลเนสโลก

18 ก.ค. 69 | 06:45 น.
อัปเดตล่าสุด :18 ก.ค. 69 | 06:48 น.

สมุนไพรไทยโตแรง “ฉมา แอ็สเซ็ท” ส่งแบรนด์ "ฉมาเฮิร์บ" ขานรับนโยบายภาครัฐ ผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจสุขภาพโลก

KEY

POINTS

  • "ฉมาเฮิร์บ" ชูจุดแข็งด้านสมุนไพรไทยออร์แกนิค โดยควบคุมการผลิตครบวงจรตั้งแต่ฟาร์มเกษตรอินทรีย์กว่า 100 ไร่ จนถึงโรงงานที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสากล
  • วางกลยุทธ์เพื่อตอบรับเทรนด์ Wellness ที่กำลังเติบโต โดยตลาดในไทยมีมูลค่าสูงถึง 1.45 ล้านล้านบาท และผู้บริโภคหันมาสนใจผลิตภัณฑ์สุขภาพที่มีมาตรฐานมากขึ้น
  • ขยายช่องทางการจัดจำหน่ายเชิงรุกสู่โมเดิร์นเทรด ร้านยา และแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ เช่น King Power, ICONSIAM เพื่อเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคในประเทศและนักท่องเที่ยวต่างชาติ
     

บริษัท ฉมา แอ็สเซ็ท จำกัด ประสบความสำเร็จครั้งสำคัญหลังส่งผลิตภัณฑ์แบรนด์ "ฉมาเฮิร์บ" ผ่านการคัดเลือกรับรางวัล The Selection Choice Awards 2025 ถึง 8 รายการ ตอกย้ำการเติบโตอย่างยั่งยืนท่ามกลางมูลค่าตลาด Wellness ไทยที่พุ่งสูงกว่า 1.45 ล้านล้านบาทในปี 2567

ถอดสูตรสำเร็จ 10 ปี สมุนไพรไทย

ความสำเร็จของแบรนด์ "ฉมาเฮิร์บ" (Chama Herbs) ภายใต้การบริหารงานของ นางสาวปรินดา ตั้งพิรุฬห์ธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฉมา แอ็สเซ็ท จำกัด เกิดจากการวางรากฐานธุรกิจสมุนไพรไทยออร์แกนิคอย่างเป็นระบบมานานกว่า 10 ปี โดยเริ่มพัฒนาตั้งแต่การบริหารจัดการซัพพลายเชนขั้นต้นน้ำในฟาร์มสมุนไพรออร์แกนิคขนาดพื้นที่กว่า 100 ไร่ ซึ่งมีการควบคุมกระบวนการเพาะปลูกและการเก็บเกี่ยวอย่างเข้มงวด ก่อนจะส่งต่อไปยังกระบวนการแปรรูปและผลิตในโรงงานที่ได้มาตรฐานอุตสาหกรรม

นางสาวปรินดา ตั้งพิรุฬห์ธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฉมา แอ็สเซ็ท จำกัด กล่าวว่า การควบคุมกระบวนการผลิตอย่างครบวงจรส่งผลให้ฟาร์มและผลิตภัณฑ์ของฉมาเฮิร์บได้รับการรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ระดับสากลที่สำคัญ ประกอบด้วย IFOAM, EU, USDA และ COR ครอบคลุมรายการสินค้าเกือบ 100 SKUs

ในกลุ่มยาสมุนไพร อาหารเสริม และเครื่องสำอาง ซึ่งทุกผลิตภัณฑ์ผ่านการคิดค้นและพัฒนาร่วมกับทีมแพทย์แผนไทย พร้อมทั้งผลิตในโรงงานที่ได้รับมาตรฐาน Basic GMP เพื่อสร้างความมั่นใจในด้านความปลอดภัยและประสิทธิภาพตามหลักวิทยาศาสตร์ให้แก่ผู้บริโภค

ปรินดา ตั้งพิรุฬห์ธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฉมา แอ็สเซ็ท จำกัด

Wellness Economy โอกาสสมุนไพรไทย

บริบทของตลาดสุขภาพและการแพทย์ในปัจจุบันกลายเป็นปัจจัยบวกที่ส่งเสริมการเติบโตของอุตสาหกรรมสมุนไพรไทยอย่างมีนัยสำคัญ รายงานข้อมูลจากสถาบัน Global Wellness Institute (GWI) ระบุว่า ตลาดเวลเนส (Wellness Market) ของประเทศไทยในปี 2567 มีมูลค่ารวมสูงถึง 1.45 ล้านล้านบาท โดยมีอัตราการขยายตัวเฉลี่ยขยายตัวอยู่ที่ 10.1% ต่อปี ซึ่งตัวเลขการเติบโตดังกล่าวส่งผลให้ประเทศไทยได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในอันดับที่ 7 ของโลกในแง่ของอัตราการเติบโตของตลาด Wellness

ตัวเลขทางเศรษฐกิจนี้ชี้ให้เห็นว่า พฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่เปลี่ยนผ่านจากการมองอุตสาหกรรมสมุนไพรเป็นเพียงทางเลือก มาสู่การเป็นทางหลักในการดูแลสุขภาพ โดยผู้บริโภคมีแนวโน้มที่จะคัดสรรเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่มีมาตรฐานรับรองและมีกระบวนการผลิตที่ตรวจสอบได้

แนวโน้มดังกล่าวสอดรับกับนโยบายของกระทรวงสาธารณสุขไทยที่กำลังขับเคลื่อนการยกระดับเศรษฐกิจสุขภาพ มุ่งเน้นการพัฒนาประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางทางการแพทย์และเวลเนส (Medical & Wellness Hub) ในระดับภูมิภาค ผ่านการผลักดันอุตสาหกรรมสมุนไพรไทย ภูมิปัญญาไทย และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ

ปรินดา ตั้งพิรุฬห์ธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฉมา แอ็สเซ็ท จำกัด นำทัพแบรนด์ ฉมาเฮิร์บได้รับการรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ระดับสากลที่สำคัญ

รุกโมเดิร์นเทรด - แหล่งท่องเที่ยว

เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของตลาดที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว ฉมา แอ็สเซ็ท ได้วางกลยุทธ์การกระจายสินค้าผ่านการผสมผสานช่องทางการจัดจำหน่ายทั้งรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อให้สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างครอบคลุม

ในขณะที่ช่องทางออฟไลน์ แบรนด์ได้รุกเข้าสู่โมเดิร์นเทรด ร้านขายยาชั้นนำ และแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ได้แก่ ร้านขายยา Pure Big C, Asiatique, ICONSIAM, Gourmet Market, สารพัดไทย, ร้านยา D-Chain, วิลล่า มาร์เก็ต, King Power สาขาสุวรรณภูมิและสาขารางน้ำ เพื่อรองรับกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ รวมถึงร้าน Chama Thaiwellness ท่าเตียน ซึ่งการขยายช่องทางจำหน่ายเหล่านี้เป็นการตอกย้ำความพร้อมของแบรนด์ในการแข่งขันทั้งในตลาดในประเทศและระดับสากล