
เปิบ 'เมนูดิบ' อันตราย แฝงโรค ‘พยาธิใบไม้ตับ’ ต้นเหตุโรคมะเร็งท่อน้ำดี
กรมควบคุมโรค ระบุภัยเงียบ "พยาธิใบไม้ตับ" จากปลาน้ำจืดดิบ แฝงตัวในร่างกายได้นาน 30 ปี ก่อนลุกลามเป็น "มะเร็งท่อน้ำดี" โรคร้ายที่คร่าชีวิตคนไทยจำนวนมาก
KEY
POINTS
- การรับประทานปลาน้ำจืดปรุงไม่สุกหรือดิบ เป็นสาเหตุหลักของการติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับ
- พยาธิใบไม้ตับจะเข้าไปอาศัยในท่อน้ำดี ทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรัง ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่นำไปสู่โรคมะเร็งท่อน้ำดี
- ผู้ติดเชื้อในระยะแรกมักไม่แสดงอาการ ทำให้ไม่รู้ตัวว่าพยาธิกำลังสร้างความเสียหายอย่างต่อเนื่องภายในร่างกาย
การกินดิบอาจเปิดทางให้ “พยาธิใบไม้ตับ” เข้าสู่ร่างกายอย่างไม่รู้ตัว ซึ่งเป็นภัยเงียบแทบไม่แสดงอาการในระยะแรก แต่กลับค่อย ๆ ทำลายท่อน้ำดีทีละน้อย จนกลายเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่ “มะเร็งท่อน้ำดี” โรคร้ายที่คร่าชีวิตคนไทยจำนวนมาก โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ติดเชื้อเรื้อรังไม่รักษากลายเป็นมะเร็ง
ข้อมูลจากกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า “พยาธิใบไม้ตับ” เป็นพยาธิขนาดเล็กที่อาศัยอยู่ในท่อน้ำดีของมนุษย์ ส่วนใหญ่เกิดจากการติดเชื้อเมื่อรับประทานปลาน้ำจืดเกล็ดขาวที่มีตัวอ่อนพยาธิและปรุงไม่สุก เช่น
- อาหารประเภทก้อยปลา
- ลาบปลา
- ปลาส้ม
- ปลาแช่ดิบ
เมื่อเข้าสู่ร่างกาย โดยตัวอ่อนจะเคลื่อนผ่านระบบทางเดินอาหารไปยังท่อน้ำดี ก่อนเจริญเติบโตเป็นตัวเต็มวัยและอาศัยอยู่ภายในร่างกายได้เป็นเวลาหลายปี
โดยพยาธิใบไม้ตับสามารถอาศัยอยู่ในท่อน้ำดีได้นาน 20–30 ปี การอาศัยอยู่ของพยาธิเป็นเวลานานทำให้เกิด การอักเสบเรื้อรังของท่อน้ำดี หากการติดเชื้อดำเนินต่อเนื่องและไม่ได้รับการรักษา จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิด “มะเร็งท่อน้ำดี”
ผู้ติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับจะไม่แสดงอาการ
สิ่งที่น่ากังวลคือ ผู้ติดเชื้อจำนวนไม่น้อยแทบไม่แสดงอาการในระยะแรก ทำให้หลายคนใช้ชีวิตตามปกติโดยไม่รู้ว่าพยาธิกำลังสร้างความเสียหายอย่างต่อเนื่อง ภายในท่อน้ำดี การอักเสบเรื้อรังที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ ส่งผลให้เนื้อเยื่อถูกทำลาย และเมื่อเวลาผ่านไป ความเสียหายเหล่านี้อาจพัฒนาไปสู่โรคมะเร็งท่อน้ำดี ซึ่งเป็นหนึ่งในมะเร็งที่พบมากในประเทศไทย
สำหรับวงจรของพยาธิใบไม้ตับ เริ่มจากไข่พยาธิที่ปนเปื้อนมากับอุจจาระของผู้ติดเชื้อ เมื่อไข่ลงสู่แหล่งน้ำ จะเข้าสู่หอยน้ำจืดซึ่งเป็นพาหะตัวกลาง ก่อนพัฒนาเป็นตัวอ่อนและเข้าสู่ปลาน้ำจืดเกล็ดขาว เมื่อมนุษย์รับประทานปลาเหล่านี้โดยไม่ผ่านการปรุงสุก วงจรการแพร่เชื้อก็จะเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง
การป้องกันโรคพยาธิใบไม้ตับป้องกันได้
ทั้งนี้ การป้องกันจึงไม่ใช่เพียงการรักษาสุขอนามัยส่วนบุคคล แต่ต้องตัดวงจรของโรคตั้งแต่ต้นทาง โดยหลีกเลี่ยงการรับประทานปลาน้ำจืดดิบหรือสุก ๆ ดิบ ๆ ปรุงอาหารให้สุกทุกครั้ง ใช้ส้วมที่ถูกสุขลักษณะเพื่อป้องกันการปนเปื้อนของไข่พยาธิสู่สิ่งแวดล้อม และเข้ารับการตรวจคัดกรองเมื่ออาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงหรือมีประวัติรับประทานอาหารที่อาจก่อให้เกิดการติดเชื้อ
กรมควบคุมโรคย้ำว่า พยาธิใบไม้ตับเป็นโรคที่สามารถป้องกันได้ หากประชาชนปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคและตระหนักถึงความเสี่ยง เพราะการงดกินปลาดิบเพียงมื้อเดียว อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการลดโอกาสเกิดโรคร้ายที่ต้องแลกด้วยชีวิตในอนาคต







