thansettakij
thansettakij
เปิดยุทธศาสตร์ สาธารณสุขไทย หลัง ครม. อัดงบเฉียด 3 หมื่นล้าน ปั้นไทยสู่ Medical Hub 

เปิดยุทธศาสตร์ สาธารณสุขไทย หลัง ครม. อัดงบเฉียด 3 หมื่นล้าน ปั้นไทยสู่ Medical Hub 

29 เม.ย. 69 | 08:30 น.
อัปเดตล่าสุด :29 เม.ย. 69 | 09:43 น.

รัฐบาลเดินหน้าขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์สาธารณสุขไทย อนุมัติงบเกือบ 3 หมื่นล้านบาท เพิ่มขีดความสามารถประเทศรอบด้าน มุ่งยกระดับการรักษาโรคซับซ้อนพร้อมแก้ปัญหาบุคลากรทางการแพทย์ขาดแคลน ดันไทยขึ้นแท่น Medical Hub

KEY

POINTS

  • ครม. อนุมัติงบประมาณผูกพันข้ามปีเกือบ 3 หมื่นล้านบาท เพื่อผลักดันยุทธศาสตร์สาธารณสุข ปั้นประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ (Medical Hub)
  • มุ่งยกระดับการรักษาโรคซับซ้อน โดยเฉพาะโรคมะเร็ง ด้วยการจัดหาครุภัณฑ์และเทคโนโลยีขั้นสูง เช่น เครื่องฉายรังสีอนุภาคโปรตอน ให้กับโรงพยาบาลศิริราช และโรงพยาบาลศรีนครินทร์ ม.ขอนแก่น
  • กระจายศูนย์การแพทย์ชั้นเลิศและนวัตกรรมสู่ภูมิภาคเศรษฐกิจสำคัญ เช่น โครงการศูนย์นวัตกรรมฯ ม.บูรพา ในพื้นที่ EEC และศูนย์สุขภาพอันดามัน ม.สงขลานครินทร์ ที่ภูเก็ต
  • แก้ไขปัญหาขาดแคลนแพทย์ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน โดยอนุมัติโครงการจัดตั้งคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนครพนม เพื่อผลิตแพทย์ให้กลับไปทำงานในภูมิลำเนา

ท่ามกลางการขยายตัวของสังคมสูงวัยและอุบัติการณ์ของโรคซับซ้อนที่เพิ่มสูงขึ้น ล่าสุดรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี โดยมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2569 ได้อนุมัติงบประมาณผูกพันข้ามปีวงเงินรวมกว่า 25,738 ล้านบาทตั้งแต่ปีงบประมาณ 2570 เป็นต้นไป

นับเป็นการวางรากฐานเรื่องของทุนสุขภาพครั้งใหญ่เพื่อเปลี่ยนโฉมหน้าการแพทย์ไทยให้ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมพร้อมสร้างขีดความสามารถใหม่ให้ประเทศ ซึ่งหากพิจารณาถึงความสอดคล้องเชิงยุทธศาสตร์จะพบว่า โครงการทั้งหมดเพื่อมุ่งไปสู่เป้าหมายหลักในการสร้างความมั่งคั่งทางสุขภาพควบคู่ไปกับความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ 

เริ่มจากการยกระดับขีดความสามารถการรักษาที่เน้นความเป็นเลิศทางเทคโนโลยีในระดับสากล ปักหมุดประเทศไทยให้เป็น "ศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ" หรือ Medical Hub โดยได้อนุมัติแผนความต้องการครุภัณฑ์ โครงการสถาบันการแพทย์ศิริราชระดับนานาชาติ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล วงเงินรวม 8,430 ล้านบาท แบ่งเป็น เงินงบประมาณ 6,744 ล้านบาท และเงินนอกงบประมาณ 1,686 ล้านบาท ดำเนินการระหว่างปีงบประมาณ 2570–2574 ในลักษณะก่อหนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณ
เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในปี 2575

เปิดยุทธศาสตร์ สาธารณสุขไทย หลัง ครม. อัดงบเฉียด 3 หมื่นล้าน ปั้นไทยสู่ Medical Hub 

โครงการนี้มีเป้าหมายให้ "สถาบันการแพทย์ศิริราชระดับนานาชาติ" เป็นสถาบันการแพทย์ภาครัฐต้นแบบของประเทศและเป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ (Medical Hub) ที่ให้บริการด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ระดับเหนือตติยภูมิเทียบเท่ามาตรฐานสากล

โดยการจัดหาครุภัณฑ์ทางการแพทย์ขั้นสูง จำนวน 42 รายการ โดยเฉพาะครุภัณฑ์สำหรับศูนย์รังสีรักษาชนิดอนุภาค อาทิ เครื่องฉายรังสีชนิดลำแสงอนุภาคโปรตอน หรือ Proton Therapy และเครื่องบำบัดรักษามะเร็งด้วยเทคนิคการจับนิวตรอนโบรอน หรือ BNCT ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่มีความซับซ้อนที่ต้องใช้เวลาผลิตและติดตั้ง 4–5 ปี จึงจำเป็นต้องวางแผนจัดซื้อและติดตั้งล่วงหน้าให้สอดคล้องกับการก่อสร้างอาคาร

รวมถึงครุภัณฑ์การแพทย์ขั้นสูงอื่น ๆ เพื่อรองรับศูนย์บริการรักษาระดับสูงและศูนย์การรักษาด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง เช่น เครื่องฉายรังสีพร้อมระบบภาพนำวิถี เครื่องตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าพร้อมระบบจำลองภาพ และเครื่องเอกซเรย์เต้านมแบบดิจิทัลพร้อมระบบเจาะชิ้นเนื้อ แผนครุภัณฑ์ดังกล่าวจะทำให้ประชาชนโดยเฉพาะผู้ป่วยโรคมะเร็งเข้าถึงการรักษาด้วยเทคโนโลยีรังสีอนุภาคที่มีความแม่นยำสูง เพิ่มโอกาสการรักษา ลดผลกระทบต่ออวัยวะข้างเคียง และยกระดับคุณภาพบริการทางการแพทย์ของประเทศ

นอกจากนี้ครม.ได้มีมติเห็นชอบ "โครงการศูนย์รักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งด้วยอนุภาคโปรตอน ศูนย์กลางการแพทย์ขั้นเลิศ โรงพยาบาลศรีนครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น" วงเงินรวม 3,000 ล้านบาท แบ่งเป็น เงินงบประมาณ 1,820 ล้านบาทและเงินนอกงบประมาณ 1,180 ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินการ 4 ปี ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2570–2573 

สาระสำคัญ คือ การจัดตั้งศูนย์รักษามะเร็งด้วยอนุภาคโปรตอนซึ่งเป็นเทคโนโลยีรังสีรักษาขั้นสูงที่มีความแม่นยำสามารถทำลายเซลล์มะเร็งได้อย่างจำเพาะและลดผลกระทบต่ออวัยวะข้างเคียง เหมาะกับผู้ป่วยมะเร็งบางกลุ่มที่ต้องการความละเอียดสูงในการรักษา โดยโครงการนี้จะตั้งอยู่ภายในพื้นที่ศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยขอนแก่น พื้นที่ประมาณ 4.9 ไร่ ก่อสร้างอาคารบริการสูง 6 ชั้นพร้อมชั้นหลังคา พื้นที่ใช้สอยประมาณ 9,979 ตารางเมตร และจัดหาเครื่องเร่งอนุภาคโปรตอน รวมถึงระบบวางแผนการรักษา ระบบจัดการข้อมูลด้านมะเร็งวิทยา และอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้อง

สำหรับโครงการนี้มีกำหนดเริ่มให้บริการรักษาผู้ป่วยด้วยเครื่องเร่งอนุภาคโปรตอนในปี 2574 ซึ่งคาดว่า จะรองรับผู้ป่วยฉายรังสีและผู้ป่วยติดตามผลการรักษาได้ประมาณ 6,000 รายต่อปี สำหรับศูนย์ดังกล่าวจะเป็นศูนย์ฝึกอบรมบุคลากรทางการแพทย์ด้านรังสีรักษา ฟิสิกส์การแพทย์ และเทคโนโลยีอนุภาคโปรตอน รวมถึงเป็นฐานการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมการรักษามะเร็งของประเทศอีกด้วย

เปิดยุทธศาสตร์ สาธารณสุขไทย หลัง ครม. อัดงบเฉียด 3 หมื่นล้าน ปั้นไทยสู่ Medical Hub   

จากยุทธศาสตร์ดังกล่าวยังมุ่งเน้นกระจายความเจริญและนวัตกรรมทางการแพทย์ไปยังพื้นที่เศรษฐกิจและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนและประชาชนในพื้นที่ โดยในวันเดียวกันนั้น ครม.ได้มีมติเห็นชอบ "โครงการศูนย์นวัตกรรมทางการแพทย์ชั้นเลิศบูรพาทิศ มหาวิทยาลัยบูรพา" วงเงินรวม 5,374.85 ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินการ 6 ปี ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2570–2575 เพื่อยกระดับศักยภาพบริการทางการแพทย์ การผลิตบุคลากร และนวัตกรรมสุขภาพในพื้นที่ภาคตะวันออกและเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC

มีเป้าหมายสำคัญเพื่อพัฒนาโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยบูรพาให้เป็น "ศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ระดับตติยภูมิ" รองรับผู้ป่วยที่มีความซับซ้อนเพิ่มขีดความสามารถการรักษาเฉพาะทาง และสนับสนุนการเป็นศูนย์กลางการแพทย์ครบวงจรของพื้นที่ EEC ซึ่งมีประชากร แรงงานและชาวต่างชาติเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง 

โดยโครงการนี้จะมีการก่อสร้างอาคารใหม่ 3 อาคาร และปรับปรุงอาคารเดิม 1 อาคาร ได้แก่ อาคารศูนย์การเรียนรู้และปฏิบัติการทางการแพทย์ อาคารสนับสนุนทางการแพทย์ อาคารอเนกประสงค์ และการปรับปรุงอาคารศรีนครินทร์ เพื่อรองรับบริการผู้ป่วยนอก ผู้ป่วยใน ศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ ห้องเรียน ห้องปฏิบัติการ ห้องประชุม หอพักนิสิต และพื้นที่สนับสนุนการเรียนรู้ โครงการนี้จะช่วยเพิ่มศักยภาพโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยบูรพาไปสู่โรงพยาบาลขนาด 500 เตียงและต่อยอดสู่ 800 เตียงในอนาคต รองรับการเพิ่มจำนวนนิสิตแพทย์ การฝึกอบรมแพทย์เฉพาะทาง แพทย์ประจำบ้าน และบุคลากรทางการแพทย์ในสาขาที่จำเป็นต่อพื้นที่ 

ทั้งยังได้มีมติเห็นชอบ โครงการศูนย์สุขภาพอันดามัน มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ในจังหวัดภูเก็ต วงเงินรวม 6,431.74 ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินการ 4 ปี ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2570–2573 เพื่อยกระดับระบบบริการสุขภาพในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตและกลุ่มจังหวัดอันดามัน โครงการนี้มีเป้าหมายสำคัญเพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข ลดภาระการส่งต่อผู้ป่วยโรคซับซ้อนไปยังพื้นที่อื่น และเพิ่มศักยภาพการให้บริการทางการแพทย์แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่อันดามัน ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญของประเทศ ประกอบด้วย 5 กิจกรรมหลัก ได้แก่ วิทยาลัยสุขภาพอันดามัน โรงพยาบาลการแพทย์แผนไทยสงขลานครินทร์ ภูเก็ต ศูนย์บริการเทคนิคการแพทย์สงขลานครินทร์ ภูเก็ต ศูนย์ทันตกรรมดิจิทัลสงขลานครินทร์ ภูเก็ต และโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ ภูเก็ต ซึ่งจะเป็นโรงพยาบาลเฉพาะทางระดับตติยภูมิ รองรับการรักษาโรคซับซ้อน การแพทย์แม่นยำ การแพทย์ทางไกล และการผลิตบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ

สำหรับโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ ภูเก็ต จะมีการก่อสร้างอาคารโรงพยาบาล วงเงิน 4,845.14 ล้านบาท โดยใช้เงินงบประมาณ 2,907.09 ล้านบาท และเงินนอกงบประมาณ 1,938.06 ล้านบาท พร้อมจัดหาครุภัณฑ์และเครื่องมือแพทย์ โดยคาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการได้ในปี 2573

ทั้งสองโครงการดังกล่าวมีทิศทางเดียวกันในการพัฒนาโรงพยาบาลเฉพาะทางขนาดใหญ่และการแพทย์แม่นยำเพื่อรองรับโรคที่ซับซ้อนและการขยายตัวของประชากรในเขตอุตสาหกรรมและกลุ่มจังหวัดท่องเที่ยวอันดามัน การขยายศักยภาพโรงพยาบาลสู่ระดับ 500-800 เตียง และการสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมที่เชื่อมโยงกับภาคอุตสาหกรรมสุขภาพ จะช่วยลดภาระการส่งต่อผู้ป่วยและสร้างรากฐานระบบสาธารณสุขที่แข็งแกร่งรองรับยุทธศาสตร์เศรษฐกิจใหม่ของประเทศได้อย่างยั่งยืน

พร้อมกันนี้เพื่อแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างด้านบุคลากรและการกระจายตัวของแพทย์อย่างเป็นระบบ ครม.ได้มีมติเห็นชอบ "โครงการจัดตั้งคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนครพนม" วงเงินรวม 2,502 ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินการ 10 ปี ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2570–2579 เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนแพทย์ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน

มีเป้าหมายผลิตแพทย์จากพื้นที่ให้กลับไปทำงานดูแลประชาชนในบ้านเกิด โดยจะเริ่มรับนักศึกษาแพทย์รุ่นแรกในปีการศึกษา 2571 และภายในปี 2579 คาดว่าจะสามารถผลิตแพทย์เพิ่มให้พื้นที่ได้ไม่น้อยกว่า 71 คน พร้อมมีนักศึกษาแพทย์ที่อยู่ระหว่างการศึกษา 216 คน รวมทั้งยกระดับโรงพยาบาลนครพนม โรงพยาบาลเลย และโรงพยาบาลยโสธร ให้เป็น ศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก 

เปิดยุทธศาสตร์ สาธารณสุขไทย หลัง ครม. อัดงบเฉียด 3 หมื่นล้าน ปั้นไทยสู่ Medical Hub