thansettakij
thansettakij
'บำรุงราษฎร์' ผนึก 5 พันธมิตร เปิดระบบนิเวศ Longevity Ecosystem พลิกโฉมสุขภาพคนไทย

'บำรุงราษฎร์' ผนึก 5 พันธมิตร เปิดระบบนิเวศ Longevity Ecosystem พลิกโฉมสุขภาพคนไทย

26 ม.ค. 2569 | 09:21 น.
อัปเดตล่าสุด :03 ก.พ. 2569 | 07:33 น.

"บำรุงราษฎร์" ผนึก 5 พันธมิตร เปิดตัวระบบนิเวศการมีอายุยืนยาว Longevity Ecosystem ยกระดับนวัตกรรมสุขภาพจากโรงพยาบาลสู่ชีวิตประจำวัน ตอบโจทย์คนยุคใหม่ที่ไม่ยอมป่วย

KEY

POINTS

  • โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์เปิดตัว “Longevity Ecosystem” ผ่านศูนย์ไวทัลไลฟ์ เพื่อปรับธุรกิจจากการ "รักษาเมื่อป่วย" ไปสู่ "การป้องกันก่อนเกิดโรค" ตามกระแสสุขภาพโลก
  • สร้างเครือข่ายความร่วมมือกับพันธมิตรจาก 5 กลุ่มอุตสาหกรรมหลัก เช่น การท่องเที่ยว การเงิน และเทคโนโลยี เพื่อผสานการดูแลสุขภาพเข้ากับชีวิตประจำวันของผู้บริโภค
  • ตั้งเป้าสร้างมูลค่าธุรกิจ 1-2 พันล้านบาทในระยะแรก และคาดว่ารายได้และการเติบโตกว่า 50% จะมาจากความร่วมมือในระบบนิเวศนี้

ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนผ่านของระบบสุขภาพโลกจาก “การรักษาเมื่อป่วย” สู่ “การป้องกันก่อนเกิดโรค” โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล ผ่านศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ (VitalLife Scientific Wellness Center) ประกาศเดินเกมเชิงรุก เปิดตัว “Longevity Ecosystem” หรือระบบนิเวศด้านการมีอายุยืนยาวแบบบูรณาการ เชื่อมพันธมิตรจากหลากหลายอุตสาหกรรม หวังขยายบทบาทการดูแลสุขภาพจากโรงพยาบาลสู่ชีวิตประจำวัน และจับโอกาสตลาดเวชศาสตร์การมีอายุยืนที่กำลังเติบโตเร็วที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

ดร.อาทิรัตน์ จารุกิจพิพัฒน์ Chief Executive Officer โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ และ Executive Advisor ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ กล่าวว่า โมเดล Longevity Ecosystem เป็นกรอบความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ที่ดึงพันธมิตรจากภาคการท่องเที่ยว การเงิน ไลฟ์สไตล์ เทคโนโลยี และการศึกษา (สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง) เข้ามาร่วมกันออกแบบการดูแลสุขภาพแบบต่อเนื่อง ตั้งแต่การประเมินเชิงการแพทย์ไปจนถึงการตัดสินใจในชีวิตประจำวันของผู้บริโภค

แนวคิดดังกล่าวสะท้อนการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของความต้องการด้านสุขภาพ โดยผู้บริโภคจำนวนมากไม่ต้องการรอให้เจ็บป่วยก่อนเข้าระบบรักษาอีกต่อไป แต่ต้องการเครื่องมือและระบบสนับสนุนให้สามารถรักษาสุขภาพที่ดีได้อย่างยั่งยืน

ตลอดกว่า 4 ทศวรรษ บำรุงราษฎร์สร้างชื่อจากการเป็นโรงพยาบาลระดับโลกและผู้บุกเบิกการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ในเอเชีย แต่ในช่วง 25 ปีที่ผ่านมาได้ขยายบทบาทสู่การป้องกันโรคผ่านการก่อตั้งไวทัลไลฟ์ ซึ่งนับเป็นศูนย์เวลเนสเชิงการแพทย์แห่งแรกของเอเชีย และพัฒนาต่อเนื่องสู่ศาสตร์เวชศาสตร์การมีอายุยืน (Longevity Medicine)

การเดินหน้าสร้าง Longevity Ecosystem ครั้งนี้ไม่ได้มุ่งเพียงขยายบริการด้านสุขภาพ แต่ตั้งเป้าเป็นกลไกกระตุ้นการเกิดอุปสงค์ใหม่และนวัตกรรมในตลาดเวลเนสและการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน ซึ่งกำลังเป็นเมกะเทรนด์ของโลก

ดร.อาทิรัตน์ จารุกิจพิพัฒน์

ในเชิงเป้าหมายทางธุรกิจ บริษัทตั้งเป้าการเติบโตแบบก้าวกระโดดโดยคาดว่ามูลค่าทางธุรกิจจากระบบนิเวศดังกล่าวจะขยายตัวในระดับ 1–2 พันล้านบาทในระยะเริ่มต้น และมีเป้าหมายเติบโตใน Double Digit อย่างต่อเนื่องในช่วง 3–5 ปีข้างหน้า โดยหัวใจของกลยุทธ์อยู่ที่การสร้างเครือข่ายพันธมิตรเชิงลึกมากกว่า 5 กลุ่มหลักพร้อมตั้งเป้าให้รายได้และการเติบโตมากกว่า 50% มาจากความร่วมมือในระบบนิเวศ แทนการพึ่งพาการขยายบริการภายในองค์กรเพียงลำพัง สะท้อนการปรับโมเดลธุรกิจจากการเติบโตแบบเส้นตรง ไปสู่การเติบโตผ่านแพลตฟอร์มและเครือข่าย

ซึ่งเทรนด์เวลเนสโลกในปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่แค่บริการทางการแพทย์ แต่ขยายตัวสู่ไลฟ์สไตล์ในชีวิตประจำวันอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นกระแสอาหารสุขภาพ ผลิตภัณฑ์เสริมสุขภาพ การดูแลภาพลักษณ์และสมรรถภาพร่างกาย ไปจนถึงพฤติกรรมการบริโภคใหม่ เช่น ปาร์ตี้กาแฟ หรือคอมมูนิตี้ที่ขับเคลื่อนด้วยสุขภาพและสังคม ซึ่งล้วนเป็นจุดเชื่อมต่อสำคัญของศาสตร์การมีอายุยืน

ข้อมูลจาก Global Wellness Economy ระบุว่า มูลค่าเศรษฐกิจสุขภาพโลกอยู่ที่ราว 6.8 ล้านล้านดอลลาร์ สหรัฐ ราว 2.1 แสนล้านบาทในปี 2567 และมีแนวโน้มเพิ่มเป็น 10 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ราว 3 แสนล้านล้านบาท ภายในปี 2572 ขณะที่เอเชียแปซิฟิกเป็นภูมิภาคที่เติบโตเร็วที่สุด ด้วยอัตราการขยายตัวมากกว่า 11% ต่อปี สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคกว่า 60% ที่ให้ความสำคัญกับการมีสุขภาพดีในวัยสูงอายุ

นางสาวนภัส เปาโรหิตย์

ด้าน นางสาวนภัส เปาโรหิตย์ Chief Marketing Officer โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กล่าวว่า ระบบนิเวศดังกล่าวถูกออกแบบให้ทำงานร่วมกับพันธมิตร 5 กลุ่มหลัก ได้แก่ การท่องเที่ยว การเงิน ไลฟ์สไตล์ สถาบันการศึกษาและวิจัย รวมถึงเทคโนโลยีและดิจิทัล โดยเป้าหมายไม่ใช่เพียงการขยายฐานลูกค้า แต่เป็นการฝังการดูแลสุขภาพเข้าไปในกิจกรรมที่ผู้บริโภคทำอยู่แล้วในชีวิตประจำวัน

โมเดลนี้ยังสอดรับกับแนวคิด “Collaboration Economy” ซึ่งข้อมูลชี้ว่า เกือบ 1 ใน 3 ของยอดขายทั่วโลกเกิดจากการทำงานร่วมกันในระบบนิเวศธุรกิจ และองค์กรจำนวนมากสามารถสร้างรายได้ 30–60% ผ่านพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ ซึ่งมีอัตราความสำเร็จสูงกว่าช่องทางการตลาดแบบเดิม

ผศ.นพ. พลกฤต ทีฆคีรีกุล

ขณะที่ ผศ.นพ. พลกฤต ทีฆคีรีกุล Chief Executive Officer ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ และ Chief Science Officer โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กล่าวว่า ความท้าทายสำคัญของศาสตร์การมีอายุยืนไม่ได้อยู่ที่องค์ความรู้ทางการแพทย์ แต่คือการทำให้ผู้คนเปลี่ยนคำแนะนำทางสุขภาพให้กลายเป็นพฤติกรรมจริง

ข้อมูลจาก World Economic Forum ระบุว่า งบประมาณด้านสุขภาพทั่วโลกกว่า 97% ถูกใช้ไปกับการรักษาโรค ขณะที่การป้องกันมีสัดส่วนเพียง 3% การสร้างระบบนิเวศที่เชื่อมโยงการแพทย์กับบริการในชีวิตประจำวันจึงถูกมองว่าเป็นกุญแจสำคัญในการขยับสมดุลของระบบสุขภาพในระยะยาว

ทั้งนี้ ตลาดไลฟ์สไตล์เพื่อการมีอายุยืนยาวทั่วโลกคาดว่าจะขยายตัวจาก 5.82 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ราว 1.8 ล้านล้านบาทในปี 2568 เป็น 1.84 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ราว 5.7 ล้านล้านบาท ในปี 2576 โดยเอเชียแปซิฟิกยังถูกมองเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ จากทั้งอัตราการเติบโตและความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานด้านการแพทย์และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของไทย

การเปิดตัว Longevity Ecosystem ครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงการขยายบริการของไวทัลไลฟ์ แต่เป็นสัญญาณของการปรับบทบาทธุรกิจสุขภาพ จากผู้ให้บริการทางการแพทย์ สู่การเป็นส่วนหนึ่งของระบบเศรษฐกิจและวิถีชีวิตของผู้บริโภคในระยะยาว