
เด็กไทยอ้วนพุ่ง งานวันเด็ก 2569 เลิกแจกหวาน หันตั้งโจทย์ “อร่อยได้ ต้องมีคุณค่า”
เมื่อเด็กไทยบริโภคน้ำตาลเกินเกณฑ์ งานวันเด็กจึงไม่ใช่แค่เรื่องความสนุก แต่เป็นจุดเริ่มต้นการเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน ผ่านเมนูที่อร่อยและมีคุณค่าทางโภชนาการ
KEY
POINTS
- งานวันเด็กปี 2569 ปรับแนวคิดใหม่เพื่อแก้ปัญหาภาวะโรคอ้วนในเด็กไทยที่มีสถิติสูงขึ้น
- ยกเลิกการแจกขนมหวานและอาหารที่ไม่มีประโยชน์ โดยเปลี่ยนมาใช้แนวคิด “อร่อยได้ ต้องมีคุณค่า”
- ส่งเสริมเมนูอาหารทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพและน่าสนใจ เช่น ข้าวปั้น แซนด์วิชโฮลวีต และโยเกิร์ตผลไม้สด เพื่อปลูกฝังนิสัยการกินที่ดี
วันเด็กแห่งชาติปี 2569 ไม่ได้เป็นเพียงวันแห่งความสนุกของเด็ก ๆ อีกต่อไป แต่กำลังถูกมองใหม่ในฐานะ “พื้นที่เรียนรู้” ที่เริ่มต้นจากเรื่องใกล้ตัวที่สุดอย่าง อาหารการกิน ท่ามกลางกระแสผู้ปกครองยุคใหม่ที่หันมาใส่ใจโภชนาการมากขึ้น ทั้งการลดหวาน ลดมัน และมองหาเมนูที่ให้คุณค่าทางอาหารมากกว่าความอิ่มเพียงชั่วคราว งานวันเด็กจึงไม่ควรจบลงแค่ขนมสีสันสดใสหรือของหวานจัดจ้านเหมือนที่ผ่านมา
การเลือก เมนูอาหารงานวันเด็ก 2569 ให้เหมาะสม จึงไม่ใช่แค่เรื่องสุขภาพเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการกินในระยะยาว และการสื่อสารคุณค่าที่ผู้จัดงาน โรงเรียน ชุมชน รวมถึงแบรนด์อาหาร สามารถร่วมกันส่งต่อให้เด็ก ๆ ได้ตั้งแต่วันนี้
วันเด็ก 2569 กับโจทย์ใหม่ “อร่อยได้ ต้องมีคุณค่า”
ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขในปี 2568 ระบุว่า เด็กเล็กอายุ 1–5 ปี มีภาวะน้ำหนักเกินและอ้วนถึงร้อยละ 10.6 ขณะที่เด็กวัยเรียนอยู่ที่ร้อยละ 15.4 สูงเป็นอันดับ 3 ในกลุ่มประเทศอาเซียน ส่วนคนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป มีภาวะโรคอ้วนสูงถึงร้อยละ 42.4 ตัวเลขเหล่านี้ทำให้ภาครัฐผลักดันแนวคิด “เปลี่ยนระบบใหญ่ เพื่อชีวิตเล็ก ๆ ที่ดีขึ้น” เพื่อลดความเสี่ยงโรคอ้วนและโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs)
ในบริบทนี้ งานวันเด็กจึงเป็นโอกาสสำคัญในการปลูกฝังรสนิยมการกินที่ดีตั้งแต่วัยเยาว์ แนะนำอาหารที่อร่อยได้โดยไม่ต้องหวานหรือมันเกินไป พร้อมสร้างภาพจำใหม่ว่าอาหารสุขภาพก็สนุกและน่ากินได้ ทั้งหมดนี้เริ่มต้นได้จากการออกแบบเมนูอย่างตั้งใจ
1. เมนูเสริมสมองและสมาธิ เด็กกินง่าย ได้ประโยชน์จริง
กลุ่มเมนูนี้เหมาะกับเด็กวัยอนุบาลถึงประถม ซึ่งอยู่ในช่วงเรียนรู้และใช้พลังงานสูง
- ข้าวปั้นทูน่าไข่ต้ม เมนูทำง่าย พกสะดวก ให้โปรตีนคุณภาพจากปลาและไข่ พร้อมกรดไขมันที่ช่วยพัฒนาสมอง เด็กสามารถหยิบกินได้เอง ช่วยลดเศษอาหารเหลือทิ้ง
- แซนด์วิชโฮลวีตไก่อบ ใช้ขนมปังโฮลวีตแทนแป้งขัดสี เพิ่มใยอาหาร ทำให้อิ่มนาน ไม่ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งเร็ว เหมาะกับกิจกรรมที่เด็กต้องเคลื่อนไหวทั้งวัน
- ข้าวไข่เจียวผักรวมสีสัน เพิ่มแครอต ข้าวโพด หรือผักโขม ช่วยเสริมวิตามินและไฟเบอร์ โดยยังคงรสชาติที่เด็กคุ้นเคยและยอมรับได้ง่าย
2. เมนูเสริมการเจริญเติบโต กระดูกแข็งแรง กล้ามเนื้อพร้อมใช้งาน
วัยเรียนคือช่วงสำคัญของการสะสมมวลกระดูกและกล้ามเนื้อ เมนูในงานวันเด็กจึงควรมีแหล่งแคลเซียมและโปรตีนที่เหมาะสม
- นมสดพาสเจอร์ไรส์ หรือนมจืดไขมันต่ำ เป็นแหล่งแคลเซียมที่ปลอดภัย ได้ประโยชน์เต็มที่โดยไม่เพิ่มน้ำตาลส่วนเกิน
- เต้าหู้ไข่ทอดแบบใช้น้ำมันน้อย เนื้อสัมผัสนุ่ม เด็กกินง่าย ให้โปรตีนจากพืช ย่อยง่าย เหมาะกับเด็กที่ไม่ชอบเนื้อสัตว์
- ซุปผักใสไก่สับ เมนูเบา ๆ แต่ได้สารอาหารครบ ทั้งโปรตีน วิตามิน และน้ำ ช่วยลดความเสี่ยงขาดน้ำในวันที่เด็กทำกิจกรรมกลางแจ้ง
3. ของว่างสุขภาพ แทนขนมหวานสีจัด
ของว่างยังคงเป็นหัวใจของงานวันเด็ก แต่สามารถปรับสูตรให้ดีต่อสุขภาพมากขึ้น โดยไม่ลดความสนุก
- โยเกิร์ตรสธรรมชาติใส่ผลไม้สดช่วยระบบขับถ่าย เพิ่มจุลินทรีย์ดี และดูน่ากินจากสีสันของผลไม้ตามฤดูกาล
- วุ้นน้ำผลไม้แท้ ไม่เติมน้ำตาล ใช้ความหวานจากผลไม้แทนไซรัป ให้ความสดชื่น เด็กกินได้ ผู้ปกครองสบายใจ
- แพนเค้กกล้วยหอมโฮลวีต หวานธรรมชาติจากกล้วย ให้พลังงานพอดี เหมาะเป็นของว่างช่วงเช้าหรือช่วงกิจกรรม
4. เมนูอาหารกล่องงานวันเด็ก แจกง่าย คุมงบได้
สำหรับโรงเรียน หน่วยงานรัฐ หรือองค์กรที่ต้องจัดเลี้ยงเด็กจำนวนมาก อาหารกล่องยังเป็นทางเลือกหลัก แต่สามารถออกแบบให้มีคุณค่าได้ ตัวอย่างอาหารกล่อง
- ข้าวสวยหรือข้าวกล้อง
- ไก่อบหรือไก่นึ่งซอสหวานน้อย
- ไข่ต้ม 1 ฟอง
- ผลไม้สดตามฤดูกาล
- น้ำดื่มหรือนมจืด
เมนูลักษณะนี้ช่วยควบคุมต้นทุนได้ดี เด็กอิ่มครบ 5 หมู่ และลดปัญหาอาหารเหลือทิ้ง เหมาะกับงานวันเด็กในทุกระดับ

