
คุมเข้ม‘ทริกเกอร์ฟันด์’พบ 200 กองพลาดเป้า
ก.ล.ต. ปรับเกณฑ์ ทริกเกอร์ฟันด์ เข้มโฆษณา เปิดเผยข้อมูลต้องชัดทั้งค่าธรรมเนียม ไม่มีการรับประกันผลตอบแทน นักลงทุนเข้าใจเรื่องความเสี่ยง มีผลใช้บังคับ 1 ต.ค.59 เผยมี 200 กอง ทำผลตอบแทนไม่ถึงเป้า ฟากบลจ.กัดฟันพูด ไม่กระทบ ปฏิบัติตามกฎตลอด
นายรพี สุจริตกุล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต. )เปิดเผยว่าก.ล.ต. ได้ปรับปรุงเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการโฆษณาและการเปิดเผยข้อมูลกองทุนรวมประเภททริกเกอร์ฟันด์ให้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น เพื่อให้ผู้ลงทุนได้รับข้อมูลที่จำเป็นต่อการตัดสินใจลงทุนอย่างถูกต้องและครบถ้วนมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2559 เป็นต้นไป
การปรับปรุงเกณฑ์ในครั้งนี้ ต้องการให้ชื่อกองทุนและคำเตือนในโฆษณามีความชัดเจนว่าไม่มีการรับประกันผลตอบแทนและผู้ลงทุนไม่สามารถขายคืนหน่วยลงทุนก่อนระยะเวลาที่กำหนดได้ นอกจากนี้ กรณีที่มีการโฆษณาเกี่ยวกับความสำเร็จของทริกเกอร์ฟันด์ บลจ. จะต้องมีการระบุข้อมูลเกี่ยวกับผลการดำเนินงานของทริกเกอร์ฟันด์อื่นซึ่งอยู่หรือเคยอยู่ภายใต้การจัดการไว้ด้วย อาทิ จำนวนกองทุนที่ถึงเป้าหมายภายในกำหนดเวลา จำนวนกองทุนที่ถึงเป้าหมายแต่เกินกำหนดเวลา หรือจำนวนกองทุนที่ไม่ถึงเป้าหมาย ทั้งนี้ เพื่อให้ผู้ลงทุนได้มีข้อมูลภาพรวมก่อนการตัดสินใจลงทุน
นอกจากนี้ยังกำหนดให้บลจ. ต้องเปิดเผยค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ที่เรียกเก็บจากทริกเกอร์ฟันด์ให้ชัดเจนเพิ่มเติม โดยเฉพาะส่วนที่แตกต่างจากกองทุนรวมที่มีนโยบายการลงทุนแบบเดียวกัน อาทิ การเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการจัดตั้งกองทุน การเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในการจัดการกองทุนเต็มระยะเวลาที่กำหนดแม้กองทุนจะถึงเป้าหมายก่อนกำหนด หรือการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืนในกรณีที่กองทุนสามารถทำได้ตามเป้าหมาย โดยจะต้องเปิดเผยกลยุทธ์การบริหารกองทุนที่แตกต่างจากกองทุนรวมอื่นที่มีนโยบายการลงทุนเดียวกันของ บลจ.ด้วย
ทั้งนี้จากข้อมูลของก.ล.ต.พบว่าจำนวนกองทุนรวมประเภททริกเกอร์ฟันด์ในครึ่งปีแรก 2559 มีทริกเกอร์ฟันด์เปิดขายใหม่จำนวน 12 กองทุน คิดเป็นมูลค่า 1,426 ล้านบาท ลดลงจากครึ่งปีแรก 2558 ที่มีทริกเกอร์ฟันด์ออกใหม่จำนวน 71 กองทุน คิดเป็นมูลค่า 3.33หมื่นล้านบาท และปัจจุบันมีทริกเกอร์ฟันด์จำนวนมากกว่า 200 กองทุนที่ยังทำผลตอบแทนไม่ถึงเป้าหมาย
"ทริกเกอร์ฟันด์เป็นทางเลือกที่ได้รับความสนใจจากผู้ลงทุน การปรับเกณฑ์ในครั้งนี้จะช่วยให้ผู้ลงทุนมีข้อมูลประกอบก่อนตัดสินใจลงทุนในทริกเกอร์ฟันด์ได้ดียิ่งขึ้น" นายรพีกล่าว
นายธีรนาถ รุจิเมธาภาส กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน(บลจ.) ทิสโก้ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่ออกทริกเกอร์ฟันด์มากที่สุด กล่าวกับ"ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ตามปกติบลจ.ทิสโก้ฯ ก็ปฏิบัติตามเกณฑ์ของก.ล.ต. อยู่แล้วโดยไม่ได้มีเจตนาแอบแฝงอะไร อีกทั้งการออกเกณฑ์ดังกล่าว บลจ. กับ ก.ล.ต. ก็ได้มีการหารือ และสอบถามความเห็นกันมาแล้วก่อนที่จะมีการปรับเกณฑ์ดังกล่าว
ประเด็นที่ ก.ล.ต.เป็นห่วงก็คือเรื่องของการระบุเปอร์เซ็นต์ (%) ซึ่งเป็นเป้าหมายผลตอบแทนของกองทุน ซึ่งอาจจะทำให้ผู้ลงทุนเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนว่าเป็นการการันตีผลตอบแทน ซึ่งประเด็นดังกล่าวก็ไม่ได้เป็นจุดขายของบลจ.ทิสโก้ฯอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นจึงไม่ได้มีความกังวล หรือได้รับผลกระทบแต่อย่างใด โดยพนักงานขายของบลจ.ทิสโก้ฯ จะมีการแบ่งแยกลูกค้ากันอย่างชัดเจนในแต่ละกองทุน ดังนั้นจึงไม่เคยมีปัญหากับลูกค้าในประเด็นเรื่องการร้องเรียน
สำหรับกองทุนรวมประเภททริกเกอร์ฟันด์ของ บลจ.ทิสโก้ฯ ในปีนี้มีการออกทั้งหมด 8 กอง โดยสามารถทำได้ตามเป้าหมายของกองแล้ว 5 กอง และยังเหลือกองที่ยังไม่ถึงเป้าหมายอีก 3 กอง ส่วนจะออกทริกเกอร์ฟันด์เพิ่มเติมขึ้นหรือไม่ขึ้นอยู่กับแนวโน้มของตลาดหุ้นว่าจะมีการปรับฐานหรือไม่ หากเห็นว่าเป็นช่วงจังหวะเวลาที่เหมาะสมก็อาจจะออก โดยหากมีการออกเพิ่มเติมบริษัทก็มีแฟนพันธุ์แท้ที่รอลงทุนอยู่แล้ว
นายวิน พรหมแพทย์ ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บลจ.ซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิลฯ กล่าวว่า ในส่วนของซีไอเอ็มบีไม่ได้รับกระทบ เนื่องจากไม่ได้มีการออกกองทุนประเภทดังกล่าวนี้มานานแล้ว ขณะที่ในปัจจุบันและในอนาคตก็ยังไม่มีแผนที่จะออก อย่างไรก็ตามในภาพรวมเชื่อว่าการปรับหลักเกณฑ์ของ ก.ล.ต. น่าจะเป็นเรื่องที่ดี หากมีการโฆษณาประชาสัมพันธ์ที่ชัดเจนต่อนักลงทุน โดยน่าจะทำให้เกิดความเป็นธรรมมากขึ้น
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,194 วันที่ 22 - 24 กันยายน พ.ศ. 2559
นายรพี สุจริตกุล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต. )เปิดเผยว่าก.ล.ต. ได้ปรับปรุงเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการโฆษณาและการเปิดเผยข้อมูลกองทุนรวมประเภททริกเกอร์ฟันด์ให้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น เพื่อให้ผู้ลงทุนได้รับข้อมูลที่จำเป็นต่อการตัดสินใจลงทุนอย่างถูกต้องและครบถ้วนมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2559 เป็นต้นไป
การปรับปรุงเกณฑ์ในครั้งนี้ ต้องการให้ชื่อกองทุนและคำเตือนในโฆษณามีความชัดเจนว่าไม่มีการรับประกันผลตอบแทนและผู้ลงทุนไม่สามารถขายคืนหน่วยลงทุนก่อนระยะเวลาที่กำหนดได้ นอกจากนี้ กรณีที่มีการโฆษณาเกี่ยวกับความสำเร็จของทริกเกอร์ฟันด์ บลจ. จะต้องมีการระบุข้อมูลเกี่ยวกับผลการดำเนินงานของทริกเกอร์ฟันด์อื่นซึ่งอยู่หรือเคยอยู่ภายใต้การจัดการไว้ด้วย อาทิ จำนวนกองทุนที่ถึงเป้าหมายภายในกำหนดเวลา จำนวนกองทุนที่ถึงเป้าหมายแต่เกินกำหนดเวลา หรือจำนวนกองทุนที่ไม่ถึงเป้าหมาย ทั้งนี้ เพื่อให้ผู้ลงทุนได้มีข้อมูลภาพรวมก่อนการตัดสินใจลงทุน
นอกจากนี้ยังกำหนดให้บลจ. ต้องเปิดเผยค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ที่เรียกเก็บจากทริกเกอร์ฟันด์ให้ชัดเจนเพิ่มเติม โดยเฉพาะส่วนที่แตกต่างจากกองทุนรวมที่มีนโยบายการลงทุนแบบเดียวกัน อาทิ การเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการจัดตั้งกองทุน การเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในการจัดการกองทุนเต็มระยะเวลาที่กำหนดแม้กองทุนจะถึงเป้าหมายก่อนกำหนด หรือการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืนในกรณีที่กองทุนสามารถทำได้ตามเป้าหมาย โดยจะต้องเปิดเผยกลยุทธ์การบริหารกองทุนที่แตกต่างจากกองทุนรวมอื่นที่มีนโยบายการลงทุนเดียวกันของ บลจ.ด้วย
ทั้งนี้จากข้อมูลของก.ล.ต.พบว่าจำนวนกองทุนรวมประเภททริกเกอร์ฟันด์ในครึ่งปีแรก 2559 มีทริกเกอร์ฟันด์เปิดขายใหม่จำนวน 12 กองทุน คิดเป็นมูลค่า 1,426 ล้านบาท ลดลงจากครึ่งปีแรก 2558 ที่มีทริกเกอร์ฟันด์ออกใหม่จำนวน 71 กองทุน คิดเป็นมูลค่า 3.33หมื่นล้านบาท และปัจจุบันมีทริกเกอร์ฟันด์จำนวนมากกว่า 200 กองทุนที่ยังทำผลตอบแทนไม่ถึงเป้าหมาย
"ทริกเกอร์ฟันด์เป็นทางเลือกที่ได้รับความสนใจจากผู้ลงทุน การปรับเกณฑ์ในครั้งนี้จะช่วยให้ผู้ลงทุนมีข้อมูลประกอบก่อนตัดสินใจลงทุนในทริกเกอร์ฟันด์ได้ดียิ่งขึ้น" นายรพีกล่าว
นายธีรนาถ รุจิเมธาภาส กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน(บลจ.) ทิสโก้ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่ออกทริกเกอร์ฟันด์มากที่สุด กล่าวกับ"ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ตามปกติบลจ.ทิสโก้ฯ ก็ปฏิบัติตามเกณฑ์ของก.ล.ต. อยู่แล้วโดยไม่ได้มีเจตนาแอบแฝงอะไร อีกทั้งการออกเกณฑ์ดังกล่าว บลจ. กับ ก.ล.ต. ก็ได้มีการหารือ และสอบถามความเห็นกันมาแล้วก่อนที่จะมีการปรับเกณฑ์ดังกล่าว
ประเด็นที่ ก.ล.ต.เป็นห่วงก็คือเรื่องของการระบุเปอร์เซ็นต์ (%) ซึ่งเป็นเป้าหมายผลตอบแทนของกองทุน ซึ่งอาจจะทำให้ผู้ลงทุนเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนว่าเป็นการการันตีผลตอบแทน ซึ่งประเด็นดังกล่าวก็ไม่ได้เป็นจุดขายของบลจ.ทิสโก้ฯอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นจึงไม่ได้มีความกังวล หรือได้รับผลกระทบแต่อย่างใด โดยพนักงานขายของบลจ.ทิสโก้ฯ จะมีการแบ่งแยกลูกค้ากันอย่างชัดเจนในแต่ละกองทุน ดังนั้นจึงไม่เคยมีปัญหากับลูกค้าในประเด็นเรื่องการร้องเรียน
สำหรับกองทุนรวมประเภททริกเกอร์ฟันด์ของ บลจ.ทิสโก้ฯ ในปีนี้มีการออกทั้งหมด 8 กอง โดยสามารถทำได้ตามเป้าหมายของกองแล้ว 5 กอง และยังเหลือกองที่ยังไม่ถึงเป้าหมายอีก 3 กอง ส่วนจะออกทริกเกอร์ฟันด์เพิ่มเติมขึ้นหรือไม่ขึ้นอยู่กับแนวโน้มของตลาดหุ้นว่าจะมีการปรับฐานหรือไม่ หากเห็นว่าเป็นช่วงจังหวะเวลาที่เหมาะสมก็อาจจะออก โดยหากมีการออกเพิ่มเติมบริษัทก็มีแฟนพันธุ์แท้ที่รอลงทุนอยู่แล้ว
นายวิน พรหมแพทย์ ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บลจ.ซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิลฯ กล่าวว่า ในส่วนของซีไอเอ็มบีไม่ได้รับกระทบ เนื่องจากไม่ได้มีการออกกองทุนประเภทดังกล่าวนี้มานานแล้ว ขณะที่ในปัจจุบันและในอนาคตก็ยังไม่มีแผนที่จะออก อย่างไรก็ตามในภาพรวมเชื่อว่าการปรับหลักเกณฑ์ของ ก.ล.ต. น่าจะเป็นเรื่องที่ดี หากมีการโฆษณาประชาสัมพันธ์ที่ชัดเจนต่อนักลงทุน โดยน่าจะทำให้เกิดความเป็นธรรมมากขึ้น
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,194 วันที่ 22 - 24 กันยายน พ.ศ. 2559






